สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จัดโครงการภาคฤดูร้อน “สานฝันปั้นนักกีฬาฟุตบอลหญิง มุ่งสู่ทีมชาติไทย ครั้งที่ 1” ในช่วงปิดเทอม เดือนเมษายนถึงพฤษภาคม โดยมี “มาดามแป้ง” นางนวลพรรณ ล่ำซำ นั่งเป็นที่ปรึกษาโครงการ พร้อมประกาศเดินหน้าหนุนเต็มที่ เพื่อการพัฒนาเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งได้ “โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน เป็นหัวหน้าวิทยากร เดินสายเปิดอบรมทั่วประเทศ อีกทั้งยังได้นักกีฬาฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยร่วมเป็นวิทยากรพิเศษ สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหญิงอย่างคับคั่ง
นายการุณ สกุลประดิษฐ์ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกล่าวว่า ในนามของ สพฐ.ขอเรียนว่า กิจกรรมภาคฤดูร้อนโครงการ “สานฝันปั้นนักกีฬาฟุตบอลหญิงมุ่งสู่ทีมชาติครั้งที่ 1” และโครงการ “สานฝันปั้นนักเรียนไทยมุ่งสู่ทีมชาติครั้งที่ 3 ดำเนินการใน 8 จังหวัด สำหรับนักบอลหญิง และ 10 จังหวัดสำหรับนักบอลชาย มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนชาย 2,000 คน และนักเรียนหญิง 1,600 คน เนื่องจาก สพฐ. เห็นความสำคัญของการส่งเสริมให้เด็กนักเรียนมีโอกาสได้รับการพัฒนาทักษะทางด้านฟุตบอลจากบุคลากรที่เป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทยทั้งชายและหญิง มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กนักเรียนหันมาสนใจการเล่นกีฬาฟุตบอล เพื่อใช้กีฬาฟุตบอลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเด็กนักเรียนทั้งทางด้านพลานามัยและจิตใจ พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถของเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับพื้นฐาน เป้าหมายเพื่อสร้างนักกีฬาฟุตบอลที่มีความสามารถ เพื่อพัฒนาสู่ระดับทีมชาติในอนาคต ซึ่งผลจากการดำเนินโครงการในครั้งนี้ สพฐ.หวังว่าจะทำให้เด็กนักเรียนหันมาสนใจการเล่นกีฬาฟุตบอลจากการที่ได้รับความรู้จากบุคลากรนักฟุตบอลในระดับทีมชาติทั้งชายและหญิงจนสามารถพัฒนาทักษะ และซึมซับเทคนิคเพื่อจะสามารถพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต ในนามของ สพฐ.ต้องขอขอบคุณความร่วมมือของบริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยคุณนวลพรรณ ล่ำซำ สต๊าฟโค้ชทีมฟุตบอลหญิงทีมชาติไทย ชุดใหญ่ และอดีตนักฟุตบอลชายทีมชาติไทย รวมถึงนักฟุตบอลหญิง มา ณ โอกาสนี้
นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ขอขอบคุณสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ และทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ที่ให้เกียรติดิฉันได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการดีๆ เพื่อเยาวชนครั้งนี้ ซึ่งเล็งเห็นความสำคัญของการสร้างรากฐานการพัฒนานักเตะเยาวชนตั้งแต่อายุยังน้อย จากประสบการณ์กว่า 10 ปี ที่เข้ามาคลุกคลีกับวงการกีฬาไทย ได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์ต่างๆ มากมายจากผู้ใหญ่ในวงการ ผู้ฝึกสอน รวมถึงนักกีฬาของไทยในทุกระดับ รวมถึงทีมในระดับอาเซียน เอเชีย และระดับโลก ซึ่งจะเห็นว่าทุกทีมที่ประสบความสำเร็จ ล้วนมีรากฐานจากแผนการพัฒนาทั้งระบบอย่างยั่งยืน เพื่อเป็นการปูพื้นฐานและทักษะให้เชี่ยวชาญจนสามารถก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติได้ ทั้งนี้ คงต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกๆ ฝ่ายร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกัน ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงหน่วยงาน หรือสมาคมต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในตอนนี้ที่กีฬาฟุตบอลได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในประเทศไทย ก็ยิ่งต้องมีแผนการพัฒนาให้ความยั่งยืน เพื่อต่อยอดความสำเร็จให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในทีมฟุตบอลหญิง แม้จะสามารถสร้างประวัติศาสตร์ไปเล่นในฟุตบอลโลก 2015 มาได้แล้ว แต่เราทราบกันดีว่า ปัญหาใหญ่คือการขาดแคลนทรัพยากรนักกีฬาที่จะก้าวขึ้นมาทดแทนกันอย่างเป็นระบบ โครงการดังกล่าวนี้จึงนับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อรากฐานการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่ ซึ่งทางเมืองไทยประกันภัยก็มีความยินดียิ่งที่จะได้ร่วมส่งเสริม สนับสนุนให้เยาวชนได้รับการพัฒนาอย่างเต็มที่ โดยเราได้ร่วมสนับสนุนชุดปฏิบัติงานของคณะวิทยากร ชุดฝึกซ้อม ชุดเดินทาง รวมถึงชุดฝึกซ้อมของน้องๆ เยาวชนในโครงการทั้งหมด พร้อมด้วยการสนับสนุนกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (กลุ่ม) แก่คณะวิทยากร น้องๆ นักฟุตบอลหญิง ตลอดจนผู้ติดตามโครงการ จำนวนทั้งหมด 39 คน ทุนประกันภัยคนละ 100,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลคนละ 10,000 บาท ต่อครั้ง ทุนประกันภัยรวมทั้งสิ้น 3,900,000 บาท ถือเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ส่วนหนึ่งที่ทางเมืองไทยประกันภัยพร้อมจะให้การสนับสนุนในทุกด้าน เพื่อให้โครงการประสบความสำเร็จตามเป้าหมายของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ”
“โค้ชหนึ่ง” หนึ่งฤทัย สระทองเวียน ในฐานะหัวหน้าคณะวิทยากร กล่าวว่า “ต้องขอขอบคุณทาง สพฐ. ที่ได้มอบโอกาสให้ตนได้ทำหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การพัฒนาเยาวชนหญิง ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักของทีมชาติในอนาคต อีกทั้งยังมีคุณนวลพรรณ ล่ำซำ ที่เข้ามาร่วมสนับสนุน เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างแท้จริงให้กับน้องๆ เยาวชนที่มีความฝันทั่วประเทศ โดยโครงการดังกล่าวได้กำหนดพื้นที่จัดกิจกรรม จำนวน 8 จังหวัด ครอบคลุมทั้ง 4 ภาค ได้แก่ นครศรีธรรมราช, พังงา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, ระยอง, กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, และน่าน โดยจะออกสตาร์ตจังหวัดแรกที่นครศรีธรรมราช ในวันที่ 7-9 เมษายนนี้”

