“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสาวมือ 1 ของไทยและมืออันดับ 6 ของโลก ผงาดคว้าแชมป์ “คิงส์มิลล์ แชมเปี้ยนชิพ” สมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปี และเป็นแชมป์แอลพีจีเอทัวร์รายการที่ 8 ของตัวเอง หลังจากดวลเพลย์ออฟชนะนาสะ ฮาตาโอกะ ดาวรุ่งจากญี่ปุ่น และชอน อินกี อดีตมือ 2 ของโลกชาวเกาหลีใต้ ในการแข่งขันวันสุดท้ายที่รัฐเวอร์จิเนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม
การแข่งขันวันสุดท้ายเป็นการแข่งรอบสองที่ยังตกค้างเนื่องจากโดนพายุฝนเล่นงานจนต้องลดเหลือ 54 หลุม ต่อเนื่องด้วยรอบสามในวันเดียวกัน ปรากฏว่า โปรเมมาฟอร์มร้อนแรง ทำ 6 เบอร์ดี้ 1 โบกี้ ปิดฉากการแข่งขันที่ 14 อันเดอร์พาร์ 199 โดยสามารถขึ้นนำเดี่ยวตั้งแต่ครึ่งทาง ก่อนจะมาเสียโบกี้ที่หลุม 15 พาร์ 5 จนโดนชอน อินกี ผู้นำหลังจบรอบสาม และฮาตาโอกะที่เล่นในก๊วนสุดท้ายไล่ทัน

ทั้ง 3 คนต้องไปดวลเพลย์ออฟที่หลุม 18 ปรากฏว่าในการเล่นเพลย์ออฟหลุมแรก ทั้งโปรเมและฮาตาโอกะต่างเก็บเบอร์ดี้ได้ ส่วนชอน อินกี ได้แค่พาร์ ทำให้หลุดวงโคจรไปก่อน ส่วนการเล่นเพลย์ออฟหลุมสองซึ่งยังคงปักหลักที่หลุม 18 โปรเมเล่นช็อตสองไปออนห่างหลุมราว 10 ฟุตและเก็บเบอร์ดี้ได้อย่างสวยงาม ขณะที่ฮาตาโอกะพัตเบอร์ดี้เลยหลุมไปไกล ทำให้โปรเมคว้าแชมป์คิงส์มิลล์ แชมเปี้ยนชิพ ไปครองเป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 2016 และเป็นแชมป์แรกในรอบปีนี้ของเจ้าตัว
หลังจบการแข่งขัน โปรเมเผยว่า ไม่ได้รู้สึกกดดันมากนักเพราะทำผลงานได้ดีในวันนี้ ไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ก็ตาม รวมถึงไม่ได้คาดหวังใดๆ ในการลงแข่งสัปดาห์นี้ด้วย เพราะ 2-3 ทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา ตนคิดว่าเล่นได้ดีมากๆ แต่ก็ยังไม่ได้แชมป์ จึงแค่โฟกัสกับการเล่นของตัวเองจริงๆ พร้อมทั้งบอกด้วยว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่คิดถึงการเป็นแชมป์ ก็จะไม่เคยชนะได้อย่างที่หวังเลยสักครั้ง
ทั้งนี้ จากแชมป์ดังกล่าวทำให้โปรเมได้รับเงินรางวัล 195,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6.04 ล้านบาท เงินรางวัลสะสมรวมในฤดูกาลนี้จึงอยู่ที่ 771,390 เหรียญสหรัฐ (23.91 ล้านบาท) แซงหน้า ปาร์ก อินบี โปรมือ 1 ของโลกจากเกาหลีใต้ ขึ้นไปรั้งอันดับ 1 นักกอล์ฟที่ทำเงินรางวัลสูงสุดในแอลพีจีเอทัวร์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ ก็ยังได้คะแนนสะสมเพิ่มอีก 500 แต้ม รวมเป็น 1,735 คะแนน ทำให้ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 1 “เรซ ทู ซีเอ็มอี โกลบ” แทนที่ ปาร์ก อินบี ด้วย
ส่วนผลงานของนักกอล์ฟไทยคนอื่นๆ
“โปรแชมเปญ” เฌอมาลย์ สันติวิวัฒนพงศ์ อันดับ 7 ร่วม สกอร์ 9 อันเดอร์พาร์ 204
“โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล อันดับ 10 ร่วม สกอร์ 8 อันเดอร์พาร์ 205
“โปรสายป่าน” ปัณณรัตน์ ธนพลบุญรัศมิ์ อันดับ 71 ร่วม สกอร์ 2 โอเวอร์พาร์ 215
ขณะที่นักกอล์ฟไทยซึ่งไม่ผ่านการตัดตัวหลังจบรอบสอง ได้แก่
“โปรกิฟท์” เบญญาภา นิภัทร์โสภณ 2 โอเวอร์พาร์ 144
“โปรปลาย” พัชรจุฑา คงกระพันธ์ 5 โอเวอร์พาร์ 147
“โปรแจน” วิชาณี มีชัย และ “โปรจูเนียร์” ธิฎาภา สุวัณณะปุระ 6 โอเวอร์พาร์ 148


