หน้าแรก กีฬา Sport Scoops เคาต์ดาวน์ ทู...

เคาต์ดาวน์ ทู ‘รัสเซีย 2018’ : กลุ่มอี ‘แซมบ้า’ นอนมา – 3 ทีมพร้อมสร้างปัญหา

6.06.18 | 19:30 น.

ผ่านพ้นครึ่งทางไปแล้วสำหรับการปรีวิวกลุ่มต่างๆ ใน ฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งวันนี้ถึงคิวของ กลุ่มอี เป็นกลุ่มที่มองผ่านๆ ก็จัดว่าแข็งไม่ใช่เล่นเลยทีเดียว

เริ่มต้นทีมแรกก็คือแชมป์เก่า 5 สมัยอย่าง “แซมบ้า” บราซิล พวกเขามาครั้งนี้ต้องการล้างอายจากการพ่าย เยอรมนี คาถิ่นตัวเองถึง 1-7 ตกรอบรองชนะเลิศไปแบบช็อกโลกเมื่อฟุตบอลโลกหนที่แล้ว

เนย์มาร์

ครั้งนี้ในรอบคัดเลือก แข้งบราซิเลียนโชว์ฟอร์มอันเอกอุด้วยการแพ้เพียงแค่เกมเดียว และชนะถึง 12 จาก 18 เกม คว้าแชมป์โซนอเมริกาใต้ ด้วยการมีแต้มเหนือทีมอันดับ 2 อย่าง อุรุกวัย ถึง 10 คะแนนด้วยกัน และเป็นทีมแรกที่สามารถตีตั๋วไปยัง รัสเซีย ได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ทีมแซมบ้าภายใต้การคุมทีมของ ติเต้ กุนซือวัย 57 ปี นั้นยังคงต้องลุ้นกับอาการบาดเจ็บของผู้เล่นคนสำคัญอย่าง เนย์มาร์ ที่แม้ว่าจะลงซ้อมและลงเกมอุ่นเครื่องได้แล้ว ก็ยังต้องลุ้นเรื่องสภาพความฟิตอยู่

นอกนั้นทีมชุดนี้ก็นำมาโดย อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายทวารจอมหนึบ, ติอาโก้ ซิลวา ปราการหลังจอมเก๋า, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญ และ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ กองหน้าที่กำลังฟอร์มแรง ก็ทำให้บราซิลชุดนี้ยังคงน่ากลัวเช่นเดิม

Advertisement

มาต่อกันที่ “ทีมจากแดนนาฬิกา” สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่รู้ว่านี่คือการผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 11 แล้ว แต่ทว่าผงานที่ดีที่สุดของพวกเขาคือการผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายเท่านั้น

ในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา สวิตเซอร์แลนด์มีผลงานที่ดีมากๆ ชนะ 9 เสมอ 1 ไม่แพ้ใครเลย แต่พวกเขาต้องเป็นเพียงอันดับ 2 เพราะมีแต้มเท่ากับ โปรตุเกส ที่เป็นแชมป์กลุ่ม แต่เป็นรองประตูได้เสียจนต้องเล่นเพลย์ออฟ ก่อนเอาตัวรอดชนะ ไอร์แลนด์เหนือ ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายได้สำเร็จ

ตัวหลักของสวิตเซอร์แลนด์ชุดนี้นำมาโดย เชอร์ดาน ชากิรี่ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง ที่ทำไปถึง 5 ประตูในรอบคัดเลือก, กรานิต ชาก้า จอมทัพจาก “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล และ สเตฟาน ลิคต์สไตเนอร์ กองหลังกัปตันทีม

ทีมต่อมาคือ เซอร์เบีย อีกหนึ่งทีมเก่าแก่ ซึ่งเคยผ่านเข้ามาเล่นในฟุตบอลโลก รวมจากตอนที่เป็นยูโกสลาเวีย และเซอร์เบียแอนด์มอนเตเนโกร ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ 12 แล้ว ส่วนผลงานที่ดีที่สุดคือการคว้าอันดับ 4 ในปี 1930 และ 1962

เซอร์เบียเป็นแชมป์ของกลุ่มดีในรอบคัดเลือก ด้วยผลงาน 10 นัด ชนะ 6 เสมอ 3 และแพ้ไปเกมเดียว มีแต้มเหนือรองแชมป์กลุ่มอย่าง ไอร์แลนด์ 2 คะแนน

ฟุตบอลโลกที่จะถึงนี้ทีมเซิร์บใช้กุนซือขัดตาทัพอย่าง มลาเดน เคิร์สตายิช กุนซือวัย 44 ปี ซึ่งจะทำหน้าที่จนจบฟุตบอลโลกเป็นอย่างน้อย ทีมของเขาชุดนี้นำมาโดย เซอร์เก มิลินโควิช-ซาวิช กองกลางเพลย์เมกเกอร์ของ ลาซิโอ ซึ่งเป็นที่ต้องการของยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป, เนมันย่า มาติช กองกลางจาก “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ แบ๊กซ้ายจอมเก๋า

ปิดท้ายกลุ่มนี้กันที่ คอสตาริกา ตัวแทนจากโซนคอนคาเคฟ พวกเขาสามารถผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาได้ 5 ครั้ง จาก 8 ครั้งหลังสุด โดยครั้งนี้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายด้วยการเป็นอันดับ 2 ของโซนคอนคาเคฟ มีแต้มห่างจากแชมป์ของโซนอย่าง “จังโก้” เม็กซิโก ถึง 5 คะแนนด้วยกัน

เมื่อฟุตบอลโลกหนก่อน คอสตาริกาอยู่ในกรุ๊ปออฟเดธ ที่มีทั้ง อังกฤษ, อุรุกวัย และ อิตาลี แต่ก็ยังสามารถเข้ารอบสองด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม และทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายได้เลยทีเดียว

ครั้งนี้พวกเขายังคงนำทีมมาโดย ไบรอัน รุยซ์ กัปตันทีมวัย 32 ปี ซึ่งเป็นดาวซัลโวของทีมชุดนี้, เคย์เลอร์ นาบาส นายทวารจาก “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด และ โจเอล แคมป์เบล กองหน้าตัวเก่งของทีม

กลุ่มนี้แม้ว่าแซมบ้าจะเป็นทีมเต็ง แต่ทั้งสวิส, เซอร์เบีย และคอสตาริกา ทั้ง 3 ทีมนี้แม้จะดูเป็นทีมระดับกลางๆ แต่ก็มีพิษสงและเคยเป็นตัวแสบในหลายๆ ครั้งที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ด้วยประสบการณ์ของบราซิล ยังเชื่อว่าพวกเขาจะเอาตัวรอดผ่านรอบแรกไปได้แน่นอน

ส่วนอีกโควต้าหนึ่งก็คงต้องลุ้นกันในอีก 3 ทีมที่เหลือเอาเอง