คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นำโดย พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ประธานกรรมการสรรหาฯ พร้อมด้วย พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ, นายทวีศักดิ์ วาณิชย์เจริญ, นายอรรถฤทธิ์ ศฤงคไพบูลย์ และนายอรรถ นานา ร่วมประชุมสรุปผลการดำเนินการคัดเลือกบุคลากรเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. แทนที่ นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท.คนปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะหมดวาระลงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ที่ห้องประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา
หลังจากคณะกรรมการสรรหาฯได้เรียก 9 ผู้สมัครผู้ว่าการ กกท.เข้าสัมภาษณ์ พร้อมแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายไปเมื่อ 4-6 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ได้ทราบถึงแนวคิดและแนวทางในการบริหารองค์กรกีฬาใหญ่ของประเทศไทย อย่าง กกท. ล่าสุดคณะกรรมการสรรหาฯ ได้ประกาศผลคะเเนนผู้สมัครทั้ง 9 คน ออกมาเป็นที่เรียบร้อย ปรากฏว่า ดร.ก้องศักด ยอดมณี บุตรชาย ดอกเตอร์สุวิทย์ ยอดมณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการสรรหาฯ จะนำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือบอร์ด กกท. ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ เพื่อให้บอร์ด กกท.เห็นชอบ จากนั้นจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป ก่อนประกาศอย่างทางการ โดยมีวาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี ระหว่างปี 2561-2564
หลังจาก ดร.ก้องศักด ยอดมณี กลายเป็น ว่าที่ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย จากการดำเนินการคัดเลือกบุคลากรเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กกท. แทนที่ “บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท.คนปัจจุบัน ซึ่งกำลังจะหมดวาระลงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ โดยมี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ในฐานะประธานกรรมการสรรหาฯ
ล่าสุด ดร.ก้องศักด ยอดมณี กล่าวว่า ต้องขอบคุณคณะกรรมการที่ให้ความไว้วางใจให้ผมเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งหลังจากนี้คงจะทำตามขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ให้ครบถ้วย ตามระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงเจรจาค่าตอบแทนหลังเข้ารับตำแหน่งด้วย ซึ่งในการพิจารณายังเหลือขั้นตอนเสนอชื่อให้คณะกรรมการบริหาร การกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ต่อไปอีก
“ในการเข้ารับตำแหน่ง อย่างแรกที่จะเริ่มทำทันทีก็การปฏิรูปนโยบายต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้เกิดขึ้นสู่สายตาพี่น้องประชาชน รวมถึงการเข้าไปเป็นตัวกลางในการประสานรอยร้าวของ กกท.และสมาคมกีฬาตามที่คณะกรรมการสรรหาต้องการ ซึ่งผมเองคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญมากเลยทีเดียวในการจะพัฒนาวงการกีฬาไทยให้ก้าวไปข้างหน้า”
ว่าที่ผู้ว่าการ กกท.กล่าวต่อไปว่า คณะกรรมการน่าจะเห็นว่าผมน่าจะเหมาะสม ณ เวลานี้ เพราะต้องการคนที่สามารถดูแลเรื่องกฎหมายได้เข้ามาช่วยให้แล้วเสร็จ รวมถึงเรื่องการเงิน ซึ่งผมเองก็มีประสบการณ์ในการเข้าไปช่วยในหลายๆ องค์กร ไม่ว่าจะเป็น กทม. หรือธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ดี ซึ่งเชื่อว่าตรงนี้น่าจะเข้ามาช่วยพัฒนาวงการกีฬาบ้านเราได้มากเลยทีเดียว
สำหรับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี เป็นบุตรชายของ ดร.สุวิทย์ ยอดมณี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเคยดำรงตำแหน่งสำคัญในกระทรวงและองค์กรต่างๆ มาแล้วมากมาย โดยจะเข้ามาเป็นผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย คนที่ 13

