“สารวัตรต้น” พันตำรวจโทกุลธน ประจวบเหมาะ นายกสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานการอบรมสัมมนาเชิงปฎิบัติการ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2561 โดยมี พลเรือตรีปกครอง มนธาตุผลิน เลขาธิการสมาคมกีฬารักบี้ฟุตบอลฯ, ธนากร ผลอนันต์ ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์สมาคมฯ, สหพล พลปัถพี ประธานฝ่านต่างประเทศ, วีรยุทธ โพธารามิก ประธานฝ่ายสิทธิประโยชน์, ร้อยเอกประชา ศรีธวัชพงศ์ ประธานฝ่ายส่งเสริมและพัฒนา, อุดมชัย ณ ไทร ประธานฝ่ายผู้ฝึกสอน และ นาวาเอกสถาพร เหลืองทองคำ ประธานฝ่ายจัดการแข่งขันฯ ร่วมชี้แจงรายละเอียดแต่ละหัวข้อให้ทุกคนได้รับทราบ โดยมีบรรดาตัวแทนเจ้าหน้าที่สโมสรสมาชิกของสมาคมฯทั้งหมด 28 สโมสร จากทั้งหมด 33 สโมสรร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน เพื่อระดมสมองและความคิดในการพัฒนากีฬาชนิดนี้ให้ดีขึ้น เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ สวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ทั้งนี้ในการสัมมนาดังกล่าวได้มีการนำแถลงการทำงานของประธานฝ่ายบริหารต่างๆของสมาคมมาชี้แจงให้กับสโมสรสมาชิกได้รับทราบถึงแนวทางการพัฒนาสมาคมกีฬารักบี้ และยังได้มีการแบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิดต่างๆเพื่อการพัฒนาสมาคม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ รวมไปถึงการวางแผนจัดตั้งลีกรักบี้ฟุตบอลประเภท 7 คนกึ่งอาชีพเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งได้รับความสนใจจากสโมสรสมาชิกและพร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ หลังหลายชาติในเอเชียได้มีการจัดการแข่งขันมานานพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะศึกรักบี้ 7 คนรายการใหญ่ระดับ “เวิลด์ซีรี่ย์” ที่เกาะฮ่องกงเป็นหนึ่งแมทช์สำคัญที่สหพันธ์รักบี้โลกและประชากรจากทั่วโลกให้ความสำคัญและสนใจเป็นจำนวนมาก อนาคตจากนี้ไปสมาคมฯจะจัดการแข่งขันให้ได้เช่นเดียวกัน แต่ทุกอย่างต้องตกผลึกและได้รับมติความเห็นชอบจากสโมสรสมาชิกทุกคนก่อน รวมไปถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้น
พันตำรวจโทกุลธน ประมุขใหญ่รักบี้ไทย ยังกล่าวอีกว่า ในการสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อต้องการให้ทุกคนในสมาคมฯ ได้มีโอกาสได้พบปะกันอย่างเป็นทางการ และเพื่อต้องการที่จะให้ประธานฝ่ายต่างๆได้แสดงวิสัยทัศน์ในการปฎิบัติงานของแต่ละฝ่าย และยังได้แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็น ตลอดจนการวางแผนการทำงานในสมาคมฯ ซึ่งจะทำให้สมาคมรักบี้ไทยได้เดินทางไปข้างหน้าอย่างถูกวิธี พร้อมต้องการให้ทุกคนมีส่วนร่วมมากที่สุด โดยเนื้อหาที่สำคัญจะอยู่ที่พัฒนาวงการรักบี้ของไทยอย่างไรให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางไม่เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเหมือนอดีตที่ผ่านมา นอกเหนือไปกว่านั้นตอนนี้ทางกรุงเทพมหานครได้อนุญาตให้สมาคมกีฬารักบี้ใช้สนามเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา บางบอน เป็นสนามเหย้าของทีมชาติไทยและใช้เป็นสถานที่ฝึกรักบี้ ขณะเดียวกันในการสัมมนาครั้งนี้ยังเป็นการแถลงนโยบายการจัดตั้งลีกรักบี้ฟุตบอล 7 คนอาชีพครั้งแรกของไทยอีกด้วย โดยจะมีการแข่งขันแบ่งออกเป็น 5 ภาค ระบบแบบพบกันหมดเอาทีมที่มีคะแนนดีที่สุดอันดับ 1-3 หรือ แชมป์ กับ รองแชมป์ เพื่อเข้ามาสู่รอบชิงชนะเลิศในกทม.อีกที เชื่อว่า จะทำให้เราได้มีช้างเผือกหน้าใหม่ และเป็นการยกระดับมาตรฐานของกีฬาชนิดนี้ให้สูงขึ้นอย่างแน่นอน รวมไปถึงกรรมการผู้ตัดสินและการวางโปรแกรมการแข่งขันในแต่ละปีจะมีความเข้มข้นและเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น นับว่า เป็นความฝันอีกอันหนึ่งที่ตัวเองจะต้องทำให้สำเร็จในสมัยที่นั่งเก้าอี้นายกสมาคมฯ
“ในต่างประเทศหรือประเทศที่มีชื่อเสียงกีฬารักบี้จะมีลีกอาชีพเกิดขึ้นมากมาย ส่วนตัวก็มีความคิดว่า ถ้าไทยเรามีรักบี้อาชีพ หรือกึ่งอาชีพประเภท 7 คนขึ้นมา จะสามารถสร้างอาชีพหรือรายได้ให้กับนักกีฬาและผู้ฝึกสอนดียิ่งขึ้น แถมยังจะมีประโยชน์ไปถึงทีมชาติ 7 คนของเราด้วย เพราะในระดับโอลิมปิกเกมส์ก็มีบรรจุกีฬารักบี้เข้าไป หากเรายังไม่มีลีกอาชีพก็เหมือนกับว่า เรายังคงล้าหลังอยู่ ดังนั้นการมาประชุมครั้งนี้จะต้องช่วยกันคิดและระดมสมองให้ทุกอย่างเกิดขึ้นจริงโดยเร็วที่สุด” พันตำรวจโทกุลธน กล่าวทิ้งท้าย


