นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการ กกท. เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการเตรียมนักกีฬาคนพิการไทยเพื่อการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ครั้งที่ 3/2561 โดยมีนายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ กกท.ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศ และวิทยาศาสตร์การกีฬา และคณะกรรมการ ร่วมประชุม ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา กกท. เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาในการเตรียมนักกีฬาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 6-13 ตุลาคม 2561 ซึ่งได้ดำเนินการทดสอบสมรรถภาพทางกาย ครั้งที่ 1 เดือนเมษายน-มิถุนายน 2561 มีชนิดกีฬาที่เข้ารับการทดสอบแล้ว จำนวน 16 ชนิดกีฬา รวมทั้งสิ้น 203 คน สมรรถภาพทางกายนักกีฬาโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง ทั้งชายและหญิง ส่วนครั้งที่ 2 กำหนดทดสอบสมรรถภาพทางกาย ช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2561 นอกจากนี้ ยังได้ให้บริการห้องฝึกเสริมสร้าง ทุกวันจันทร์-เสาร์ เวลา 06.00-20.00 น., ให้บริการคลินิกจิตวิทยา ทุกวันราชการ 17.00-19.00 น. รวมทั้งการตรวจรักษา ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา ได้แก่ การตรวจรักษาอาการบาดเจ็บ (โรคทางกระดูก เอ็น ข้อ กล้ามเนื้อ) จำนวน 68 ครั้ง, ตรวจรักษาอาการเจ็บป่วย (โรคหวัด, ท้องเสีย, ตาแดง, ภูมิแพ้, ผื่นคัน) จำนวน 24 ครั้ง, ตรวจรักษาทางกายภาพบำบัด จำนวน 198 ครั้ง, ตรวจรักษาทางทันตกรรม จำนวน 11 ครั้ง และการนวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อในนักกีฬา จำนวน 36 ครั้ง, การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่, การจัดพยาบาลเวรกลางคืน, การจัดเวชภัณฑ์ ตลอดจนการดูแลนักกีฬาประจำสมาคมกีฬาโดยการจัดผู้เชี่ยวชาญ แพทย์ นักกายภาพบำบัด เจ้าหน้าที่นวดประจำทีมกีฬาเพื่อป้องกันการบาดเจ็บและเจ็บป่วยของนักกีฬา ฯลฯ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบถึงกำหนดการอบรมให้ความรู้เรื่องการควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาแก่นักกีฬาชุดยูธโอลิมปิกเกมส์และนักกีฬาชุดเอเชี่ยนพาราเกมส์ ในวันที่ 14 กันยายน 2561 ที่ กกท.
ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมว่า “สำหรับการเตรียมนักกีฬาเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนพาราเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่อินโดนีเซีย ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ เรามีนักกีฬาจำนวน 255 คน เจ้าหน้าที่ 30 คน และจะต้องมาลุ้นว่านักกีฬาของเราจะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมดกี่คน ส่วนแผนการเตรียมนักกีฬา นั้น กกท. ได้แจ้งให้สมาคมกีฬาที่เกี่ยวข้องทำการประเมินแผนที่ทำมาว่ามีอะไรต้องปรับแก้ไขหรือไม่ รวมทั้งให้ประเมินคู่แข่งทางด้านเทคนิคควบคู่กันไปด้วย หากต้องการอะไรมาเสริมหรือเพิ่มเติมในการเตรียมนักกีฬาก็ให้เสนอแผนเพิ่มเติมมายัง กกท. เพื่อนำเข้าที่ประชุมกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติต่อไป


