‘ช้างศึก’ ฟอร์มดุประเดิมซีเกมส์ไล่ถล่ม ‘ติมอร์ฯ’ 6-1 – ‘ยศกร’ กดแฮตทริก

3.12.25 | 20:56 น.

‘ช้างศึก’ ฟอร์มดุประเดิมซีเกมส์ไล่ถล่ม ‘ติมอร์ฯ’ 6-1 – ‘ยศกร’ กดแฮตทริก

 

การแข่งขันฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดแรก เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติไทย กับทีมชาติติมอร์-เลสเต ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ภายใน กกท.หัวหมาก

เกมนี้มีแฟนบอลชาวไทยเข้าชมเกมการแข่งขันจำนวน 7,741 คน

ทัพช้างศึกยังคงขาดผู้เล่นอยู่อีก 2 คน อย่างเสกสรรค์ ราตรี กองกลางจากระยอง เอฟซี และยศกร บูรพา กองหลังของทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ซึ่งกำลังติดภารกิจกับสโมสรต้นสังกัด จึงต้องตามมาสมทบทีมชาติในภายหลังในวันที่ 7 ธันวาคม

Advertisement

ทีมชาติไทยภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชวัง” นายธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ส่งผู้เล่น 11 ตัวจริง ในนัดแรก กลุ่มเอ นำทัพโดย ชนภัช บัวพันธ์ กองหลังวัย 21 ปี จากสโมสรชั้นนำในไทยลีก 1 อย่างบีจี ปทุม ยูไนเต็ด สวมปลอกแขนกัปตันทีม ลงดวลแข้งกับทีมชาติติมอร์-เลสเต พร้อมกับ ศรวัสย์ โพธิ์สมัน (ผู้รักษาประตู), ชานนท์ ทำมา, สิทธา บุญหล้า, ยศกร บูรพา, ธนกฤต โชติเมืองปัก, สิรภพ วันดี, ชินเงิน ภู่ต้นหยง, พิชิตชัย เศียรกระโทก ยศกร นาถสิทธิ์, และพลเอก มณีกร

เดิมทีฟุตบอลชุดเยาวชนทีมชาติไทย มีสถิติข่มขวัญเหนือกว่าทีมชาติติมอร์-เลสเต เพราะเมื่อช่วงกรกฎาคมที่ผ่านมา ทีมช้างศึกเคยลงฟาดแข้งกับทีมชาติติมอร์-เลสเต มาแล้ว ในรายการชิงแชมป์อาเซียน ยู23 2025 และเป็นทัพช้างศึกที่ไล่ถลุงตาข่ายอัดไปถึง 4-0 จาก ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย, ชวัลวิทย์ แซ่เล้า, เสกสรรค์ ราตรี, ยศกร บูรพา โดย 3 รายหลังสุด ยังคงมีชื่อติดทีมชาติชุดลุยซีเกมส์ครั้งนี้อีกด้วย

เกมเริ่มมาได้เพียงนาทีที่ 10 พิชิตชัย เศียรกระโทก แบ๊กขวาช้างศึก โหม่งนำลูกบอลนอนก้นตาข่ายจากฟรีคิกที่เปิดเข้ามาในกรอบเขตโทษ แต่ยืนเหลื่อมแผงเกมรับของติมอร์-เลสเตเพียงเสี้ยวเดียว จึงทำให้ล้ำหน้าและโดนริบประตูไป เกมยังคงเสมอที่ 0-0

จนกระทั่งช่วงท้ายครึ่งแรก ในนาที 44 หลังทีมช้างศึกมีการปรับเปลี่ยนทัพผู้เล่นได้ไม่นาน ทีมชาติไทยก็ได้ประตูขึ้นนำ โดยเป็นธนกฤต โชติเมืองปัก โยนบอลจากกาบซ้ายของสนามเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็นยศกร บูรพา กองหน้าตัวเป้าจากทีมฮั่วกัง ยูไนเต็ด กระโดดโหม่งพาทีมชาติไทยเบิกสกอร์นำร่อง ก่อนจบครึ่งแรกที่ 1-0

เริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่ถึง 5 นาที ทีมชาติไทยหนีขึ้นนำไปได้ 2-0 จากลูกโหม่งอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นพลเอก มณีกร เปิดบอลจากฝั่งซ้ายไปยังบริเวณเสาสองให้สิรภพ วันดี โหม่งกดลงพื้นเสียบเสาเข้าไป

นาทีที่ 60 อิคลาส สันหรน ปีกตัวสำรองที่ลงสนามในท้ายครึ่งแรก สามารถแผลงฤทธิ์ใช้ความเร็วปั่นป่วนแผงกองหลังของทีมชาติติมอร์-เลสเต เลี้ยงกระชากบอลไปสุดเส้นหลัง ตบบอลเข้ามาชนมือกาวเปลี่ยนทิศเข้าประตู ไทยหนีห่างติมอร์-เลสเต 3-0

ต่อมาในนาทีที่ 70 ยศกร บูรพา สามารถยิงเพิ่มได้อีกลูก จากการโหม่งอีกครั้งหนึ่ง ไทยหนีห่างออกไปที่ 4-0

ทีมชาติไทยยังคงถลุงสกอร์ต่อโดยเร็ว เพราะในนาทีที่ 71 ยศกร บูรพาสามารถซัดแฮตทริกให้ตัวเอง พาทีมชาติไทยขยับสกอร์ 5-0

จนแล้ว นาทีที่ 83 ทีมชาติติมอร์-เลสเต เสียประตูเพิ่ม โดนทิ้งหนีห่างออกไปแบบกู่ไม่กลับ โดยทีมชาติไทยได้ประตูจากการประสานของของทัพสำรอง โดยเป็น คคนะ คำยก รับบอลจาก ธนาวุฒิ โพธิ์ชัย ดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตู ยิงสวนตัวเข้าไป ไทย 6-0 ติมอร์-เลสเต

ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 92 ติมอร์-เลสเตได้ประตูปลอบใจ ตามมาเป็น 6-1 จากนักเตะเบอร์ 5 พาลามิโต คัฟฟิน

สุดท้ายนกหวีดเป่าหมดเวลาเป็นเจ้าบ้านทีมชาติไทย ไล่ต้อนทีมชาติติมอร์-เลสเต ซัดไปครึ่งโหล ถล่มเอาชนะไปได้ที่ 6-1

หัวหน้าผู้ฝึกสอนทัพฟุตบอลชายทีมชาติไทยชุดลุยศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 อย่างโค้ชวัง เคยออกมาประกาศกร้าวตั้งแต่ตอนเริ่มเก็บตัวทัพนักกีฬาเข้าแคมป์ฝึกซ้อม ถึงเป้าหมายการคว้าเหรียญทอง สมัยที่ 17 หลังร้างแชมป์ไปนานถึง 8 ปี หรือในซีเกมส์ 3 ครั้งล่าสุด ไว้ว่า ทางทีมฟุตบอลชายไทยชุดซีเกมส์ ครั้งนี้ มีเงื่อนไขเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น คือต้องคว้าเหรียญทองให้ได้สถานเดียว เพราะลงทำการแข่งขันในบ้าน พร้อมต่อหน้าท่ามกลางแฟนบอลของตัวเอง

อนึ่งฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ ช้างศึก ทีมชาติไทยจะมีโปรแกรมลงแข่งขันแมตช์ที่ 2 พบกับทีมชาติสิงคโปร์ ในวันที่ 11 ธันวาคม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพฯ เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดช่อง 32

ขณะที่ทีมชาติติมอร์-เลสเต จะลงฟาดแข้งรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายกับทีมชาติสิงคโปร์เช่นกัน ในวันที่ 6 ธันวาคม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพฯ เวลา 19.00 น. รอกำหนดการถ่ายทอดสดภายหลัง