หน้าแรก SEA GAMES 2025 เกาะติด ซีเกมส์ครั้งท...

ซีเกมส์ครั้งที่ 33 เปิดฉากสุดประทับใจ – ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จเป็นองค์ประธาน 11 ชาติอาเซียนชิงเจ้ากีฬาถึง 20 ธ.ค.

9.12.25 | 21:13 น.

ซีเกมส์ครั้งที่ 33 เปิดฉากสุดประทับใจ – ‘ในหลวง-พระราชินี’ เสด็จเป็นองค์ประธาน 11 ชาติอาเซียนชิงเจ้ากีฬาถึง 20 ธ.ค.

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม พ.ศ.2568 เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ภายในการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม โดยในพิธีเปิดได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการแข่งขัน ท่ามกลางความยิ่งใหญ่

พิธีเปิดเริ่มต้นขึ้นในเวลา 19.00 น. เริ่มจากการต้อนรับสู่พิธีเปิดการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และนำเข้าการแสดง Pre-Show ต่อด้วยการแสดงชุดที่ 1 “การแสดงเทิดพระเกียรติ BACK TO THE ORIGIN – สู่จุดเริ่มต้น” ที่เน้นไปที่การโชว์ซีนไฟต่างๆ โดยรอบสนามฯ การแสดงโดรนโชว์เหนือสนาม นับถอยหลังเข้าสู่การเปิดสนาม การประมวลภาพการแข่งขันซีเกมส์ย้อนหลังกลับไปสู่จุดเริ่มต้น ประกอบกราฟิกแมปปิ้งบนพื้นสนาม ต่อด้วยการแสดงชุดที่ 2 “IGNITE THE GAME – ปลุกพลังสู่การแข่งขัน” วี วิโอเล็ต โต้ง ทูพี และกอล์ฟ F.HERO ร้องเพลง 1% ที่เวทีหลัก เมื่อจบเพลง บรรดานักแสดง LED Man วิ่งนำเส้นแสง CG Mapping บนพื้นสนาม สานกันจนเป็นภาพ Logo SEA Games Thailand 2025 และการแสดงเดี่ยวกลอง โดย เคน วงซีล โดยมีนักแสดงโยกตามจังหวะกลองอยู่รายรอบ และการแสดงแปรขบวนเหล่านักแสดงบนจักรยาน และนักแสดงติดอุปกรณ์ไฟไพโร พร้อมเอฟเฟกต์ไฟลุกโชนรอบสนาม

เมื่อพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการจัดการแข่งขัน ฯ และผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประทับรับรอง ชั้น 2 ทรงลงพระปรมาภิไธย และทรงลงพระนามาภิไธยในสมุดที่ระลึก เสร็จแล้ว เสด็จพระราชดำเนินไปยังที่ประทับหน้าอัฒจันทร์ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรและของที่ระลึก แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสูจิบัตรและของที่ระลึก แด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากนั้นทอดพระเนตรวีดิทัศน์น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง “ธ สถิตในดวงใจปวงชนตลอดไป”

จากนั้นเข้าสู่ VTR น้อมราลึกในพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และยืนสงบนิ่งถวายความอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ต่อด้วยการแสดงชุดที่ 3 “WE ARE ONE – WE ARE CONNECTED BY THE SEA – สายน้ำหลอมดวงใจเป็นหนึ่งเดียว” บนพื้นสนามประกอบภาพในจอเวทีหลักเห็นบรรยากาศพระจันทร์ลอยเด่นท่ามกลางท้องทะเล จากนั้นนักแสดงสะท้อนเอกลักษณ์ไทยกลุ่มแรก เดินเข้าสู่กลางสนาม ร่ายรำประกอบสะท้อนเอกลักษณ์ไทย เดินทางเชื่อมสัมพันธ์กับ นักแสดงสะท้อนเอกลักษณ์จากอีก 10 ชาติ

Advertisement

ต่อด้วยนักแสดงระบำใต้น้ำ การแสดงเจ็ตสกีลีลา การแสดง Fly board ผาดโผน ขึ้นจากน้ำ เข้าสู่ การแสดงชุดที่ 4 “ONE SPIRIT – จิตวิญญาณแห่งความเป็นหนึ่ง” มาพร้อมกับการเปิดตัว บัวขาว บัญชาเมฆ ยอดนักมวยไทยชื่อดัง ทำการแสดง ไหว้ครูมวยไทย และแสดงท่วงท่าการต่อสู้ที่แข็งแกร่ง และต่อด้วยการแสดงกีต้าร์โซโล่ ก่อนจะเข้าสู่การแสดงชุดที่ 5 “BLOOMING OF ONE VICTORY – มิตรภาพ คือ ชัยชนะ” ด้วยการร้องเพลง “รักหนักแน่น” โดย แบมแบม เคป๊อปชาวไทยแห่งวง GOT-7

เข้าสู่ขบวนธงตราสัญลักษณ์สมาพันธ์กีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ / ธงชาติไทย / ธงสัญลักษณ์การแข่งขัน / มาสคอต 6 ตัว ก่อนจะเป็นขบวนพาเหรดทัพนักกีฬาจาก 11 ชาติเข้าสู่สนามแข่งขันเรียงตามลำดับนำมาโดยชาติแรก ประเทศบรูไน, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ลาว, มาเลเซีย, เมียนมา, ฟิลิปินส์, สิงคโปร์, ติมอร์เลสเต, เวียดนาม และปิดท้ายที่ “เจ้าภาพ” ทัพนักกีฬาไทย

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่ง เพื่อทรงพระดำเนินร่วมกับนักกีฬาทีมชาติไทยเดินเข้าสู่สนามซึ่งผู้ที่ธงไตรรงค์นำพาหรดทัพนักกีฬาไทยเข้าสนามฝ่ายชาย เป็น “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันมือ 1 ของไทย ส่วนฝ่ายหญิงได้แก่ “บี” จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง นักมวยสากลหญิงทีมชาติไทย จากนั้นนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงานจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และขอพระราชทานพระราชดำรัสเปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ก่อนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัสเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ต่อด้วยพิธีเชิญธงขึ้นสู่ยอดเสา ต่อด้วยตัวแทนนักกีฬานำโดย “บิว” ภูริพล บุญสอน นักกรีฑานำถือธงสหพันธ์กีฬาซีเกมส์เข้าสู่การกล่าวคำปฏิญาณที่มี “หยู” บัลลังก์ ทับทิมแดง นักเทควันโด และ”ธันย่า” ธันยพร พฤกษากร นักยิงปืน เป็นตัวแทนนักกีฬานำกล่าว

จากนั้นเข้าสู่ไฮไลต์พิธีจุดไฟพระฤกษ์เปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 นักกีฬาวิ่งคบเพลิงเข้าสู่สนาม ไม้แรก “เอสที” วารีรยา สุขเกษม นักกีฬาสเก็ตบอร์ด, ไม้ที่ 2 พันโทสมจิตร จงจอหอ อดีตนักมวยสากลทีมชาติไทยเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2008, ไม้ที่ 3 เรืออากาศโทหญิง พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ อดีตนักเทควันโดทีมชาติไทยเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก 2020, 2024 โดยที่การจุดไฟในกระถางคบเพลิง เกิดเอฟเฟกต์แสงเลเซอร์ และ CG บนพื้นสนาม นำสายตาไปสู่กระถางคบเพลิงใหญ่ ส่งพลังเกิดเป็นแสงไฟจากกระถางคบเพลิงใหญ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับขบวนโดรนฉลองพิธีเปิดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีเปิดกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 อย่างเป็นทางการ