‘ช้างศึก’ โคตรสะเด่าถล่ม ‘สิงคโปร์’ 3 ตุงทะลุตัดเชือกบอลซีเกมส์ – ‘ยศกร’ เบิ้ลลุ้นดาวซัลโว

11.12.25 | 20:56 น.

‘ช้างศึก’ โคตรสะเด่าถล่ม ‘สิงคโปร์’ 3 ตุงทะลุตัดเชือกบอลซีเกมส์ – ‘ยศกร’ เบิ้ลลุ้นดาวซัลโว

 

การแข่งขันฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 33 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มเอ นัดที่สอง เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม เป็นการพบกันระหว่าง ทีมชาติไทย กับทีมชาติสิงคโปร์ ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ภายใน กกท.หัวหมาก

เกมนี้มีแฟนบอลชาวไทยให้ความสนใจเข้าชมในสนาม 7,896 คน

ทีมชาติไทยภายใต้การนำทัพของ “โค้ชวัง” นายธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ปรับทัพผู้เล่นตัวจริงจากนัดแรกถึง 5 คน โดยผู้เล่น 11 ตัวจริง นัดที่สอง กลุ่มเอ ช้างศึกทีมชาติไทยส่ง เสกสรรค์ ราตรี ห้องเครื่องดีกรีผู้เล่นทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในวัย 23 ปี จากสโมสระยอง เอฟซี ลงสนามนัดแรกพร้อมสวมปลอกแขนกัปตันทีม ตามด้วย ชมพัฒน์ บุญเลิศ (ผู้รักษาประตู), ภัทรพล ศึกษากิจ, สิทธา บุญหล้า, ยศกร บูรพา, ธนกฤต โชติเมืองปัก, สิรภพ วันดี, วิชั่น อินอร่าม, อิคลาส สันหรน, ธวัชชัย อินประโคน และชนภัช บัวพันธ์

Advertisement

ครึ่งเวลาแรกทั้งสองทีมพยายามหาจังหวะของตัวเองอย่างไม่ผลีผลาม แม้ไทยจะมีจังหวะยิงได้น้ำได้เนื้อมากกว่า แต่ยังคงติดลูกเซฟนายทวารกับปราการแผงหลังของคู่แข่ง ขณะที่โอกาสของสิงคโปร์ก็มีอยู่เช่นกัน ทว่ากลับหลุดเป้าทุกครั้ง ครึ่งแรกปืนฝืดทั้งคู่ สกอร์เสมออยู่ที่ 0-0

ทัพช้างศึกปรับทัพนักเตะเพิ่มเติมก่อนเริ่มครึ่งหลัง เพื่อเร่งเกมบุกเอาประตู จนกระทั่งนาทีที่ 49 ทีมชาติไทยหนีออกนำไปก่อนจากสิรภพ วันดี ที่ยิงบริเวณฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ ลอยโด่งเข้าประตูไป ขึ้นนำ 1-0

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งนาที แผงเกมรับทีมชาติสิงคโปร์ที่ยังคงรวน เสียประตูเพิ่มอีก ทีมชาติไทยขึ้นนำหนีห่างออกเป็น 2-0 จากกองหน้าตัวเก่งที่เพิ่งซัดแฮตทริกในนัดที่แล้วอย่างยศกร บูรพา ตะลุยพาบอลไปฝั่งขวาของกรอบเขตโทษ ซัดเรียดเสียบเสาเข้าไป

เพียงอึดใจเดียวในนาทีที่ 54 ทีมชาติไทยได้ลูกฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ และเป็นกองหน้าตัวเก่งคนเดิมอย่างยศกร บูรพา รับหน้าที่สังหารซัดลูกบอลข้ามกำแพง พุ่งเสียบสามเหลี่ยมเป็นประตูประตูบุกนำ 3-0

จากนั้นทีมชาติไทยครองจังหวะได้อย่างเบ็ดเสร็จจนจบเกม ออกแผลงฤทธิ์ในครึ่งหลังไล่ถล่มทีมชาติสิงคโปร์ไปด้วยสกอร์ 3-0 เข้าสู่รอบรองชนะเลิศอย่างสมศักดิ์ศรีในฐานะตัวแทนเจ้าภาพของรายการ

ทั้งนี้แมตช์ที่ช้างศึกไล่ถล่มอัดทีมชาติสิงคโปร์ ยังส่งให้ยศกร บูรพา กองหน้าตัวเป้าทีมชาติไทย เป็นนักเตะที่ยิงรวมกันถึง 5 ประตู จากการลงสนามเพียง 2 นัด โดยเป็นการซัดแฮตทริกใส่ติมอร์-เลสเตนัดแรก และยิงเพิ่มอีก 2 ลูกในแมตช์นี้กับสิงคโปร์ พร้อมมุ่งสู่การเป็นดาวซัลโวของรายการต่อไป

อย่างไรก็ตามฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดลุยซีเกมส์ ครั้งที่ 33 สามารถการันตีเข้ารอบรองชนะเลิศอย่างเป็นทางการ หลังคว้าแชมป์กลุ่มเอ โดยเป็นการชนะ 2 นัด ทำประตูมากถึง เก็บได้ 6 แต้มเต็ม

ขณะที่ทีมชาติสิงคโปร์ที่เพิ่งปราชัยให้ทีมชาติไทยได้ตกรอบอย่างเป็นทางการ หลังเก็บไม่ได้สักแต้มเดียว ต้องจมบ๊วยของกลุ่มเอ เพราะเมื่อย้อนไปเกมก่อนหน้านี้ ทัพลอดช่องได้พ่ายให้กับทีมชาติติมอร์-เลสเตไป 1-3 ปิดฉากเส้นทางเหรียญทองฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 33

สถานการณ์เข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 33 หลังจบการแข่งขันระหว่างทีมชาติไทย กับสิงคโปร์แล้วนั้น ปรากฏว่ามีทีมเข้ารอบแล้วทั้งสิ้น 3 ทีม ซึ่งเป็นทีมฐานะแชมป์ของแต่ละกลุ่ม โดยมี ทีมชาติไทย แชมป์กลุ่มเอ ทีมชาติเวียดนาม แชมป์กลุ่มบี และทีมชาติฟิลิปปินส์ แชมป์กลุ่มซี

ส่วนพื้นที่ว่างรอบรองชนะเลิศยังคงหลืออีกหนึ่งที่ ซึ่งจะคัดเอาทีมอันดับสองที่ดีที่สุดเพียงทีมเดียวของแต่ละกลุ่มเพื่อหาผู้เข้ารอบต่อไป

อนึ่งรายการฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ยังคงมีการแข่งขันคู่ตกหล่นในรอบแบ่งกลุ่มกันต่ออีก 1คู่ ระหว่างทีมชาติอินโดนีเซีย พบกับทีมชาติเมียนมา ที่ยังคงอยู่ในเส้นทางเข้ารอบต่อไปทั้งคู่ เพื่อหาทีมอันดับสองที่ดีที่สุด

สำหรับเส้นทางชิงชัยเหรียญทองฟุตบอลชายซีเกมส์​ครั้งที่ 33 รอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ จะจัดแข่งขันในวันที่ 15 และ 18 ธันวาคม ตามลำดับ ซึ่งจะฟาดแข้งกันที่ราชมังคลากีฬาสถาน ภายใน กกท.หัวหมาก