หน้าแรก SEA GAMES 2025 เกาะติด เลขาฯโอลิมปิก...

เลขาฯโอลิมปิกเขมรตำหนิไทย เปิดศึกขณะจัดซีเกมส์ เผยถูกกดดันจนกัมพูชาต้องถอนตัว 

12.12.25 | 16:54 น.
REUTERS/Chalinee Thirasupa

เลขาฯโอลิมปิกเขมรตำหนิไทย เปิดศึกขณะจัดซีเกมส์ เผยถูกกดดันจนกัมพูชาต้องถอนตัว  โว เขมรจัดซีเกมส์ได้ดีกว่าไทย

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม เว็บไซต์พนมเปญโพสต์ รายงานว่า วัธ จำเริญ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกกัมพูชา ได้ให้สัมภาษณ์หลังทีมนักกีฬาของกัมพูชา ถอนตัวจากการแข่งขันซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันว่า ประเทศไทย โดยบอกว่า ประเทศไทย ได้รับเกียรติยศประหลาดอย่างหนึ่ง คือการเริ่มต้นสงครามในขณะที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาซีเกมส์

รายงานระบุด้วยว่า ตอนนี้ ตอนนี้ไทยกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับการจัดการแข่งขันซีเกมส์ที่ย่ำแย่ และยังใช้ขบวนการทางการเมืองที่รุนแรงสุดโต่งในประเทศ เพื่อกดดันนักกีฬากัมพูชา จนสุดท้ายทำให้กัมพูชาต้องถอนตัวจากการแข่งขัน เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย

นาย วัธ จำเริญ เลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกกัมพูชา ที่เดินทางกลับจากประเทศไทย เมื่อช่วงเย็นวันที่ 11 ธันวาคม บอกว่า การกระทำของประเทศไทยในการเปิดฉากการรุกรานทางทหารต่อกัมพูชา ระหว่างการแข่งขันซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปี 2568 นั้น ขัดต่อหลักการของขบวนการโอลิมปิกสากล และย้ำว่า ไม่เคยมีประเทศใดในโลกที่กระทำเช่นเดียวกับที่ประเทศไทยทำ

ภาพจาก phnompenhpost

นายวัธ กล่าวกับผู้สื่อข่าว ที่สนามบินนานาชาติเตโช ขณะเดินทางถึงกัมพูชา ว่า ในแง่ของพฤติกรรมทางการเมือง เราเห็นว่า ประเทศเจ้าภาพใดๆ ก็ตาม จะต้องยึดถือปรัชญาโอลิมปิก ที่สอนว่า กีฬาคือการนำมาซึ่งสันติภาพ แต่ประเทศไทย แม้จะรู้ว่าตัวเองเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันซีเกมส์ แต่ก็ยังเลือกสงคราม พวกเขาชอบสงคราม

Advertisement

“เมื่อพิธีเปิดใกล้จะมาถึง พวกเขากลับเริ่มสงครามก่อน นั่นหมายความว่าอย่างไร มันผิด ไม่เคยมีประเทศเจ้าภาพใดในโลกที่กระทำการต่อต้านหลักการโอลิมปิกเช่นนี้ หลักการโอลิมปิกคือ ก่อนที่การแข่งขันจะเริ่ม สงครามจะต้องหยุดลง” นายวัธ กล่าว และว่า ตามธรรมเนียมแล้ว แม้กระทั่งในสมัยโบราณ กษัตริย์และผู้นำก็จะประกาศยุติความขัดแย้งก่อนการแข่งขัน โดยเรียกร้องให้ทุกฝ่ายแสวงหาสันติภาพผ่านกีฬา แต่ประเทศไทยกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม ซึ่งขัดต่อบรรทัดฐานโอลิมปิกสากล

อย่างไรก็ตาม นายวัธ ยอมรับว่า คณะกรรมการจัดการแข่งขันซีเกมส์ของไทย และคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ปฏิบัติหน้าที่ในการเป็นเจ้าภาพได้ค่อนข้างดี ในแง่ของการต้อนรับและพิธีการด้านกีฬา แต่รัฐบาลและกองทัพไทย กลับโจมตีบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชาไปพร้อมๆกัน

“เจ้าภาพด้านกีฬาต้อนรับเราอย่างดี และจัดการทุกอย่างอย่างเหมาะสม แต่เจ้าภาพด้านดินแดน ผู้มีอำนาจของประเทศ กลับโจมตีบ้านของเรา เราจะสามารถแข่งขันต่อไปได้อย่างไร หลังจากที่พวกเขาเผาบ้านของเราและทิ้งระเบิดในดินแดนของเรา” นายวัธกล่าว และยอมรับว่า สถานการณ์นี้ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงในสาธารณะ ว่า เหตุใดกัมพูชาจึงยังตัดสินใจส่งนักกีฬาเข้าร่วม ทั้งที่รู้ว่า กองทัพไทยจะละเมิดบูรณภาพแห่งดินแดนของกัมพูชา

นายวัธกล่าวว่า “เราได้พิจารณาทุกสถานการณ์ไว้แล้ว และปฏิบัติตามคำสั่งโดยตรงจากนายกรัฐมนตรี ทุกขั้นตอนเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่วางแผนไว้ เราจำเป็นต้องเข้าร่วมก่อน ทำหน้าที่ของเราให้ครบถ้วน และจึงถอนตัวเมื่อจำเป็น ประเทศอาเซียนต่างให้ความเคารพต่อการตัดสินใจถอนตัวของเรา และว่า เพื่อนๆในอาเซียนและนักกีฬาหลายคนจากประเทศอื่นๆ ก็เรียกร้องให้กัมพูชากลับบ้าน ด้วยความกลัวว่า ผู้เข้าร่วมชาวกัมพูชาอาจเผชิญกับอันตราย แม้กระทั่งความเป็นไปได้ที่จะถูกจับเป็นตัวประกัน

“นี่เป็นส่วนหนึ่งของประวติศาสตร์ซีเกมส์ไปแล้ว เป็นครั้งแรกที่มีประเทศเข้าร่วมพิธีเปิดแต่ภายหลังถอนตัวออกจากการแข่งขัน” นายวัธกล่าว

โดยนายวัธ ยังได้แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอโทษต่อนักกีฬาชาวกัมพูชา ที่ได้ฝึกซ้อมมาเกือบ 2 ปี แต่สุดท้ายกลับต้องพลาดการแข่งขัน และยืนยันว่า กัมพูชาจำเป็นต้องปฏิบัติตามการตัดสินใจของรัฐบาล เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถดำเนินการแข่งขันต่อไปได้อย่างปลอดภัย

พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวกัมพูชา ให้กำลังใจและสนับสนุนนักกีฬา ที่เดินทางไปประเทศไทยอย่างกล้าหาญ เพื่อเป็นตัวแทนของชาติ แต่ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากลัทธิสุดโต่งทางการเมืองของไทย และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อหลักการกีฬา พร้อมกล่าววิพากษ์วิจารณ์เจ้าหน้าที่กีฬาของไทยบางคน ว่าประพฤติตัวเหมือนกับสมาชิกสภา แต่ล้มเหลวในการทำความเข้าใจความยุติธรรมทางกีฬา ระบบภายในที่ขาดความรับผิดชอบ และสร้างแรงกดดันต่อชาวกัมพูชา ซึ่งทำให้ไม่สามารถยอมรับได้

นายวัธ ยังได้วิพากษ์วิจารณ์การจัดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 33 ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวันพิธีเปิด เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม เกี่ยวกับข้อผิดพลาดทางเทคนิคมากมาย และการนำเสนอภาพที่ย่ำแย่ ซึ่งไม่สามารถเทียบได้เลย กับการจัดการแข่งขันซีเกมส์ครั้งที่ 32 ที่กัมพูชาเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2566 ซึ่งจัดได้เป็นอย่างดี

“สำหรับการแข่งขันซีเกมส์ที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาไม่ได้แม้แต่จะซ้อมอย่างเหมาะสม ที่สำคัญ ยังได้ยินมาว่า พวกเขาขาดแคลนเงินทุน เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้ามาขอโทษ และบอกว่า เงินทุนไม่เพียงพอ ใครก็ตามที่ได้ดูพิธีเปิดจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกับซีเกมส์ของกัมพูชาได้เลย” นายวัธกล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ซีอีโอสำนักงานซีเกมส์ ของไทย ได้เปิดเผยว่า นักกีฬากัมพูชา 30 คนที่เข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันรู้สึกประทับใจกับการต้อนรับมาก แต่หลังจากพิธีเปิดจบลง ตอนตี 2 ทางวัธ จำเริญ แจ้งว่า เนื่องจากสถานการณ์ความรุนแรงบริเวณชายแดนในเวลานี้ที่ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ นั้น พ่อแม่ผู้ปกครองของนักกีฬาเป็นห่วงลูกหลานว่า หากสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สายการบินไม่สามารถเดินทางระหว่างสองประเทศได้ ลูกหลานจะไม่ได้กลับบ้าน จึงรวมตัวกันมาพูดคุยและแจ้งกับโอลิมปิกไทยว่าจะถอนตัวนักกีฬากลับในวันรุ่งขึ้น พร้อมกับขอโทษกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และต้องถอนตัวนักกีฬากลับกัมพูชาทั้งหมด