ช้างศึก เฉือน มาเลเซีย 10 คน 1-0 ทะลุเข้าชิงบอลชายซีเกมส์ดวลเวียดนาม
กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เป็นการแข่งขันฟุตบอลรอบรองชนะเลิศ คู่ที่สอง ระหว่าง “ช้างศึก” ทีมชาติไทย พบกับ “เสือเหลือง” ทีมชาติมาเลเซีย
บรรยากาศภายในสนามเต็มไปด้วยความครึกครื้น ด้วยแฟนบอลชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้าชมเกมถึง 19,659 คน
เจ้าภาพทีมชาติไทย แชมป์กลุ่มเอ เข้ารอบมาด้วยการถล่มเอาชนะทีมชาติติมอร์-เลสเต และทีมชาติสิงคโปร์ ในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา ด้วยการยิงสกอร์รวม 9 ลูก เสียเพียง 1 ประตู พร้อมเดินหน้ากับเป้าหมายไล่ล่าหาเหรียญทองที่ 17 ในบ้านของตัวเอง
ทั้งนี้ทัพช้างศึกนำโดย ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เฮดโค้ชทีมชาติไทย ส่ง 11 ตัวผู้เล่นในนัดดวลทีมชาติมาเลเซีย นำโดยกัปตันทีม เสกสรรค์ ราตรี ที่ยังคงออกสตาร์ทเป็นแกนกลางตัวหลักจากนัดที่ผ่านมา มาพร้อมกับ ยศกร บูรพา หัวหอกเต็งดาวซัลโวของรายการที่ทำผลงานไปแล้วถึง 5 ประตู จาก 2 นัด ส่วนนักเตะรายอื่นมีดังนี้ ศรวัสย์ โพธิ์สมัน (ผู้รักษาประตู), ชานนท์ ทำมา, ชนภัช บัวพันธ์, สิทธา บุญหล้า, ยศกร บูรพา, ธนกฤต โชติเมืองปัก, สิรภพ วันดี, พิชิตชัย เศียรกระโทก, อิคลาส สันหรน และพลเอก มณีกร
เกมนี้ไทยเครื่องร้อนเร็ว เพราะเริ่มมาได้เพียง 8 นาที ทีมชาติไทยได้ลูกฟริคิกหน้ากรอบเขตโทษ และเป็นทางด้าน ยศกร บูรพา ที่เท้าชั่งทองโชว์ความแม่นยำยิงเสียบคานเข้าไป เท่ากับว่าเขาสามารถยิงประตูได้จากลูกฟรีคิกได้ถึงสองนัดติดต่อกัน และเป็นลูกที่ 6 ในทัวร์นาเมนต์นี้ นำดาวซัลโวออกไปอีก ทีมไทยออกขึ้นนำมาเลเซีย 1-0
ทัพเสือเหลือง ทีมชาติมาเลเซียพบวิกฤตต่อเนื่องในนาทีที่ 16 หลังทีมชาติไทยกำลังได้ลูกบุกสวนกลับ ขณะที่เลี้ยงบอลมาถึงกลางสนาม เป็นทางด้านแข้งแบ๊กขวาของทีมชาติมาเลเซีย ไอมาน ยูซุป เข้าสกัดหนัก โดนใบเหลืองที่สองของตัวเอง เป็นใบแดงถูกไล่ตั้งแต่ช่วงต้นเกม
แม้ว่าตัวผู้เล่นและสกอร์ของทีมชาติไทยจะเหนือกว่า แต่รูปเกมของมาเลเซียที่ต้องแลกสู้หาจังหวะทะลุทะลวง จนมีโอกาสสร้างเกมบุกลุ้นทำประตูได้หลายครั้ง ทว่าแผงเกมรับของไทยยังเหนียวแน่นและใช้ลูกสวนอันตรายทำลายเกมรับอยู่บ้าง แต่สกอร์ยังนิ่ง
จบครึ่งแรก ทีมชาติไทย 1-0 ทีมชาติมาเลเซีย
ช่วงต้นครึ่งหลังทีมชาติไทยผ่อนเกมลงไป ทำให้ทีมชาติมาเลเซียมีโอกาสส่องทำประตู แต่ทวงประตูคืนไม่ได้ ด้วยแผงเกมรับของไทยที่ทำหน้าที่ได้ดี ดักทางเกมรุก และมีลูกเซฟของศรวัสย์ช่วยไว้หลายครั้ง ไทยยังคงรักษาสกอร์ไว้ได้
ช่วงนาที 70 เป็นต้นไป ทีมชาติไทยที่เครื่องแผ่วไปสักพัก เริ่มกลับมามีเกมบุกที่หวือหวา ใช้การเข้าทำที่หลากหลาย พับสนามบุกใส่คู่ต่อสู้ หาโอกาสยิงได้ทั้งในและนอกกรอบเขตโทษ แต่ก็ทำประตูเพิ่มไม่ได้
จบเกมทีมชาติไทยที่กุมความได้เปรียบสกอร์และตัวผู้เล่นตั้งแต่ครึ่งแรก สามารถประคองเกมเอาชนะมาเลเซียไปได้ 1-0
ด้วยชัยชนะเหนือทีมชาติมาเลเซีย พาให้ทัพช้างศึกกรุยทางสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ เพื่อไปพบกับคู่ปรับอย่างทีมชาติเวียดนาม อดีตแชมป์รายการ 3 สมัย โดยประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลซีเกมส์นัดชิงชนะเลิศตลอด 32 ครั้งที่ผ่านมา ทั้งสองทีมเคยประชันฝีมือกันรวมแล้ว 6 ครั้งทั้งหมด ซึ่งเป็นทีมชาติไทยที่มีสถิติเหนือกว่า เอาชนะไปได้ 4 ครั้ง แพ้เพียง 2 คร้ง
ส่วนทางด้านทีมชาติมาเลเซีย แม้จะผิดหวังในรอบรองชนะเลิศ แต่ยังคงมีโอกาสคว้าเหรียญทองแดงเป็นการปลอบใจ ซึ่งจะต้องพบกับทีมชาติฟิลิปปินส์ ที่เพิ่งแพ้ทีมชาติเวียดนาม 2-0 ในเกมก่อนหน้านี้
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลชายซีเกมส์ ครั้งที่ 33 คู่ชิงอันดับที่ 3 และคู่ชิงชนะเลิศ จะแข่งขันกันในวันที่ 18 ธันวาคม แฟนบอลชาวไทยสามารถเดินทางไปรับชมได้ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ภายใน กกท.หัวหมาก

