คิกบ็อกซิ่งไทยซิว 4 ทองซีเกมส์ จิมมี่กัดฟันคว้าแชมป์แม้ไหล่หลุด
การแข่งขันคิกบ็อกซิ่ง ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ศูนย์กีฬา ม.อัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ เมื่อ 16 ธันวาคม เป็นรอบชิงชนะเลิศ ประเภททาทามิ พอยต์ ไฟติ้ง
ในรุ่น 63 กก. ชาย “จิมมี่” พิฆเนศ สุขหยิก ดีกรีแชมป์โลกล่าสุด ดวลกับ สิเปตู อาริยานตา จากอินโดนีเซีย
ผลปรากฏว่า ทั้งสองคนสู้กันอย่างสนุก โดยในยกที่ 3 จิมมี่มีอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่ซ้าย ต้องออกไปปฐมพยาบาลพักใหญ่ ก่อนจะลงมากัดฟันสู้แบบได้ใจกองเชียร์ชาวไทย สุดท้ายจิมมี่เป็นฝ่ายชนะไป 14-7 คะแนน คว้าเหรียญทองไปครอง
จิมมี่เปิดใจหลังจบการแข่งขันว่า ดีใจแบบดีใจมากๆ เพราะตอนแข่งในยกสุดท้ายก็มีอาการบาดเจ็บ มันเป็นอะไรที่ไม่คาดคิดมาก่อน แอบตกใจ แต่ก็พยายามคุมสติกลับมาอยู่ในเกมให้ได้ ใจตอนนั้นคิดแค่ว่าถึงจะมีหมัดเดียว หรือ แขนเดียวก็จะต้องชนะให้ได้ พราะตั้งใจมากๆ ที่จะคว้าเหรียญทองในครั้งนี้
“หนูซ้อมมาอย่างหนัก อยากจะทำให้ทุกคนพอใจ โดยเฉพาะสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งที่ซัพพอร์ตหนูมาตลอดไม่บกพร่องเลย ภูมิใจมากๆ ที่คว้าเหรียญทองครั้งนี้ได้ ตอนอยู่ในสนามไม่คิดว่าตัวเองจะแพ้เลย เรามาเพื่อจะเอาเหรียญทองให้พี่น้องชาวไทย หนูให้สัมภาษณ์มาตลอดว่าหนูไม่ได้สู้คนเดียว หนูสู้ไปกับคนไทยทั้งประเทศ และวันนี้หนูทำได้แล้ว หนูคว้าเหรียญทองซีเกมส์ได้แล้ว”
“ขอบคุณทุกคนมากๆที่ส่งแรงใจแรงเชียร์ ไม่รู้ว่าจะขอบคุณยังไง แต่เหรียญทองนี้ขอให้มันเป็นสิ่งการันตีที่ทุกคนเชียร์หนูแล้วกันค่ะ ตอนนี้อาการเจ็บยังไม่รู้สึกอะไร แค่เป็นจังหวะแรงกระแทกกัน น่าจะเป็นไหล่หลุดล็อกนิดนึง แต่ไม่ได้หลุดออกมาทั้งหมด”
นอกจากนี้ จิมมี่ พิฆเนศ ยังกล่าวถึงการถูกตักเตือนจากสหพันธ์คิกบ็อกซิ่ง ถึงเรื่องการฟูลเทิร์นที่เป็นเอกลักษณ์ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยืนยันว่าจะยังฟูลเทิร์นต่อ และขอบคุณสมาคมคิกบ็อกซิ่งที่สนับสนุนให้เป็นตัวของตัวเอง
“เมื่อวานถูกตักเตือนจากสหพันธ์ว่าการหมุนตัวตอนเดินออกไปแข่งขันว่าไม่เหมาะสม แต่ทางสมาคมของเราไม่ได้ตำหนิหนูเลย แต่ให้หนูเป็นตัวของตัวเอง ตอนเกมเมื่อวานที่ฟูลเทิร์น ทางสมาคมบอกว่าหมุนเบาไปเอาแรงกว่านี้อีกนิด แต่พอแรงขึ้นทางสหพันธ์ก็มาตัดสินเราในเรื่องเพศสภาพแต่ก็ไม่เป็นไร เราก็ทำตามไปก่อนเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ของตัวเอง ให้เราสามารถเข้ามาชิงเหรียญทองได้”
“หนูอยากให้เปิดกว้างขวางมากๆเลย เพราะทุกวันนี้เพศสภาพไม่เกี่ยว ซึ่งวันนี้หนูพิสูจน์แล้วว่า เมื่อถึงวันที่เราขึ้นไปชกบนสนามเพศสภาพก็เป็นแค่เพศสภาพ เพราะสุดท้ายแล้วก็คือคนหนึ่งคนที่มาต่อสู้กัน มาโชว์เทคนิคเพื่อคว้าชัยชนะแค่นั้นเลย รายการหน้าจะยังคงฟูลเทิร์นต่อไปอย่างแน่นอน”
นอกจากนี้ทัพคิกบ็อกซิ่ง ไทย ยังคว้าอีก 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง โดยอีก 3 เหรียญทองได้จาก โลว์คิก รุ่น 51 กก.ชาย เนติพงษ์ พรหมโคตร ชนะ เหวียน ดินห์ มินห์ คู จากเวียดนาม, คิกไลต์ รุ่น 57 กก.ชาย อเล็กซานเดอร์ มังกร เบอร์รี ชนะ บายันวอน วินนี จากฟิลิปปินส์ และ K-1 รุ่น 52 กก.หญิง รัตนาพร หารพันธ์ ชนะ เม ทาซิน ฮตู จากเมียนมา
ส่วน 3 เหรียญเงิน ได้จาก ฟูลคอนแทค รุ่น 57 กก. ชาย ชัยณรงค์ ยาวะโนภาส, K-1 รุ่น 60 กก.ชาย จักรกฤษณ์ คงตุก และ โลว์คิก รุ่น 48 กก.หญิง “พญาหงส์ บัญชาเมฆ” จันทกานต์ มโนบาล อดีตแชมป์โลก K-1
ปิดท้ายที่เหรียญทองแดง จากพอยต์ ไฟติ้ง รุ่น 50 กก.หญิง ศศิโสม แก้วศรี สรุปรวมแล้วคิกบ็อกซิ่งไทย คว้า 4 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง





