โค้ชวัง ยืดอกรับผิดพลาดแชมป์ซีเกมส์ พร้อมให้ ส.บอลไทยพิจารณาผลงาน
หลังจากที่ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ พ่ายในช่วงต่อเวลาพิเศษให้กับ “ดาวทอง” ทีมชาติเวียดนาม 2-3 พลาดแชมป์ฟุตบอลชาย ในเกมรอบชิงชนะเลิศ มหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น
“โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล เฮดโค้ชทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย เปิดเผยว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษแฟนบอลขอโทษผู้บริหารที่เราไม่สามารถคว้าเหรียญทองซีเกมส์ในบ้านของเราเองได้ ทั้งนี้ต้องขอบคุณทุกสโมสรที่ให้ความร่วมมือปล่อยนักเตะมาร่วมทีมในครั้งนี้
“ปัญหาที่เราไม่ได้เหรียญทองครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากอะไร หากจะโทษต้องโทษผมที่ไม่สามารถพาทีมไปถึงจุดหมายได้ เรื่องการที่เราได้ประตูนำ 2-0 แต่กลับแพ้ 2-3 ผมว่าเป็นเพราะจังหวะของเกม เราเสีย ชนภัทร บัวพันธ์ ไป ทำให้แผนในการเปลี่ยนตัวผู้เล่น เปลี่ยนเกมครึ่งหลังต้องเปลี่ยนใหม่หมด นอกจากนี้ การที่เราเสียประตูเร็วในครึ่งหลัง ทำให้โมเมนตั้มของเกมย้ายไปฝั่งของคู่ต่อสู้ แต่ต้องยอมรับว่านักเตะทุกคนสู้เต็มที่แล้วพยายามยื้อจนถึงช่วงต่อเวลาขอชื่นชมน้องๆ ทุกคนที่สู้อย่างสุดควาสามารถแล้ว”
กุนซือแข้งซีเกมส์กล่าวอีกว่า ในเมื่อตนเองไม่สามารถพาทีมไปถึงเป้าหมายที่วางไว้คือ การเป็นแชมป์ซีเกมส์คงต้องให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นผู้พิจารณาผลงาน เพราะสัญญาที่คุยกันไว้คือทำหน้าที่ถึงชิงแชมป์เอเชีย หลังจากนั้นแล้วแต่ผู้บริหารสมาคม ขณะที่มีแฟนบอลมองว่าความฟิตนักเตะไทยเป็นรองเวียดนามชัดเจน ต้องบอกว่าก่อนหน้านี้เราพยายามฟื้นฟูนักเตะให้มีความสดมากที่สุด แม้ว่าจิตใจของนักเตะพยายามสู้ แต่ต้องยอมรับว่าสภาพร่างกายนั้นโหลดเยอะมาก เพราะต้องรับใช้ทั้งสโมสรและรับใช้ทีมชาติ น้องๆ พยายามสู้เต็มที่แล้ว
“ความจริงแล้วเราต้องการให้เกมจบใน 90 นาที เพราะเราเป็นรองเรื่องการยืนระยะ ต้องย้ำอีกครั้งว่าขอบคุณสโมสรที่ให้ความร่วมมือในการปล่อยนักเตะมาร่วมทีมชาติ แต่ทีมชุดนี้อาจจะไม่ได้ไปเล่นในชิงแชมป์เอเชียครบทุกคน เพราะหลายคนต้องกลับไปรับใช้สโมสรในเลกสอง ส่วนที่เราวางแผนไว้คือการใช้นักเตะที่เล่นในลีกรุ่น 21 ปี เพราะพี่ๆ มารับใช้ซีเกมส์อย่างเต็มที่แล้วถึงเวลาที่ต้องกลับไปรับใช้สโมสร” โค้ชวังกล่าว
สำหรับหลังจากนี้ ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ จะมีการประชุมเพื่อสรุปผลงาน และวางแผนเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ต่อไปในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้าย ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 6-24 มกราคม 2569

