หน้าแรก SEA GAMES 2025 เกาะติด ซีเกมส์ ครั้ง...

ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปิดฉากแล้ว ส่งไม้ต่อมาเลเซีย เจ้าภาพ 2 ปีข้างหน้า

20.12.25 | 20:14 น.

ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปิดฉากแล้ว ส่งไม้ต่อมาเลเซีย เจ้าภาพ 2 ปีข้างหน้า

การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 โดยซีเกมส์รอบนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 แล้วที่ประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502 (กีฬาแหลมทองครั้งที่ 1) 2510, 2518, 2528, 2538, 2550 และ 2568 ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ชิงชัย 50 ชนิดกีฬา จำนวน 573 เหรียญทอง 3 กีฬาสาธิต (กีฬาทางอากาศ, จานร่อน, ชักเย่อ) และกีฬาส่งเสริมมูลค่า 1 ชนิด (ศิลปะการต่อสู้ผสมผสาน) โดยตลอด 32 ครั้งที่ผ่านมา นักกีฬาไทยคว้าเจ้าเหรียญทอง มาแล้วถึง 13 สมัย พร้อมครองสถิติเหรียญทองรวมสูงสุดในอาเซียนกว่า 2,453 เหรียญทอง ครั้งนี้ทัพนักกีฬาไทย วางเป้าหมายไว้ที่ตำแหน่งเจ้าเหรียญทอง โดยตั้งเป้าไว้ที่ 241 เหรียญทอง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการแล้ว ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน บรรยากาศก่อนพิธีปิดจะมีขึ้นในช่วงค่ำนั้น มีแฟนกีฬาที่ลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อจองตั๋วเข้าชม เดินทางมาถึงตั้งแต่ในช่วงบ่าย เพื่อร่วมกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้นตามบูธรอบบริเวณสนามราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนที่แฟนกีฬาจะเริ่มทยอยเข้าสู่ราชมังคลากีฬาสถานหลังประตูเปิดในช่วงเวลา 15.00 น. และเริ่มเข้าสู่พิธีในช่วงเวลา 19.00 น.

พิธีปิดได้รับเกียรติ จาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมาเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย, ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ, นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานสหพันธ์กีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสหพันธ์กีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงคณะผู้บริหาร นักกีฬา เจ้าหน้าที่ จากชาติต่างๆร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีปิดอย่างคับคั่ง

ในพิธีปิด เริ่มต้นด้วยการยืนสงบนิ่งถวายอาลัย แด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง หลังจากนั้นขบวนพาเหรดทั้ง 54 ชนิดกีฬาได้เดินเข้าสู่สนาม ก่อนที่ นายอรรถกรได้ขึ้นกล่าวรายงานสรุปภาพรวมของการแข่งขันตลอดทั้ง 2 สัปดาห์

Advertisement

ด้านโชว์ในพิธีปิด ไทยจัดเต็ม แสง สี เสียง แบบตระการตาเพื่อส่งความประทับใจเป็นครั้งสุดท้าย ผ่านโชว์ ชุด “The Sound of Whistle…เสียงสะท้อนจากการแข่งขัน” ก่อนที่จะทำการดับคบเพลิงการแข่งขันลง เป็นการส่งสัญญาณว่าการแข่งขันนั้นได้สิ้นสุดลงแล้ว หลังจากนั้น ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ไทย ได้ส่งมอบธงการแข่งขันซีเกมส์ต่อให้กับ นายกองเอกชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ รองประธานสหพันธ์กีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสหพันธ์กีฬาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และส่งต่อไปยัง ดร. โมฮัมเหม็ด เตาฟิค บิน โจฮารี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเยาวชนและกีฬา ของมาเลเซีย ในฐานะเจ้าภาพกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 34 เป็นตัวแทนของมาเลเซีย ในการรับธงจัดการแข่งขัน และโชว์การแสดงฉลองปิดการแข่งขัน ในชุด “The Sound of Champions…บทเพลงแห่งผู้ชนะ” เป็นอันปิดฉากซีเกมส์ ครั้งที่ 33 อย่างเป็นทางการ

สำหรับศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ทัพนักกีฬาไทยกลับมาครองเจ้าเหรียญทองออีกครั้งในรอบ 10 ปี หรือตั้งแต่ได้ครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2015 ที่สิงคโปร์ หลังโกย 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน 112 เหรียญทองแดง จากการชิงชัยทั้งสิ้น 573 อีเวนต์ คว้าเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 14 ซึ่งนับว่าสูงที่สุดกว่าชาติใดๆในภูมิภาคอาเซียน และยังสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองสูงสุดตลอดกาลในซีเกมส์ แซงหน้าเวียดนาม ที่เคยทำไว้ 205 เหรียญทอง ในการจัดซีเกมส์ ครั้งที่ 31 เมื่อปี 2022

สำหรับศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 34 มาเลเซีย จะมีขึ้นระหว่าง 18-29 กันยายน 2027 โดยเจ้าภาพมาเลเซีย วางจัดแข่งขันใน 4 เมือง คือ กัวลาลัมเปอร์, ซาราวัก, ปีนัง และยะโฮร์ เบื้องต้นกำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 38 ชนิดกีฬา ด้านไทย เตรียมเป็นเจ้าภาพอาเซียนพาราเกมส์ หรือ กีฬาคนพิการอาเซียน ในครั้งที่ 13 ต่อเนื่อง ในระหว่างวันที่ 20-26 มกราคม 2569 ที่จังหวัดนครราชสีมา โดยจะมีการชิงชัยกันทั้งสิ้น 19 ชนิดกีฬา 534 เหรียญทอง

สำหรับผลงานทัพนักกีฬาไทย ปิดฉากครองเจ้าหรียญทองสมัยที่ 14 คว้าไป 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน 112 เหรียญทองแดง ทิ้งห่างอันดับ 2 อินโดนีเซีย คว้าไป 91 ทอง 111 เงิน 131 ทองแดง ส่วนอันดับ 3 เวียดนาม 87 ทอง 81 เงิน 110 ทองแดง

อันดับ 4 มาเลเซีย 57 ทอง 57 เงิน 117 ทองแดง อันดับ 5 สิงคโปร์ 52 ทอง 61 เงิน 89 ทองแดง อันดับ 6 ฟิลิปปินส์ 50 ทอง 73 เงิน 154 ทองแดง อันดับ 7 เมียนมา 3 ทอง 21 เงิน 49 ทองแดง อันดับ 8 ลาว 2 ทอง 9 เงิน 28 ทองแดง อันดับ 9 บรูไน 1 ทอง 3 เงิน 5 ทองแดง อันดับ 10 ติมอร์เลสเต ไม่ได้เหรียญทอง 1 เงิน 7 ทองแดง

ทั้งนี้จากผลงาน 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน 108 เหรียญทองแดง ของทัพนักกีฬาไทย ทำให้ทัพไทยครองเจ้าเหรียญทองสมัยที่ 14 ไปครอง โดยจำแนกตามชนิดกีฬาที่คว้าเหรียญได้ดังต่อไปนี้ ยิงธนู 2 ทอง 1 เงิน 2 ทองแดง / ระบำใต้น้ำ 2 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง / กรีฑา 13 ทอง 13 เงิน 4 ทองแดง / แบดมินตัน 3 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง / เบสบอล 1 เงิน / เบสบอลไฟว์ 1 ทอง / บาสเกตบอล 3×3 ได้ 1 ทอง 1 เงิน / บาสเกตบอล 5×5 ได้ 2 เงิน / บิลเลียด 3 ทองแดง / สนุกเกอร์ 6 ทอง 4 เงิน / โบว์ลิ่ง (เท็นพิน) 3 เงิน 1 ทองแดง / มวยสากล 14 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง / เรือแคนู 10 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง / เรือพาย 2 ทอง 4 เงิน 3 ทองแดง / หมากรุกสากล 5 ทอง / คริกเกต 2 ทอง / จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ 2 ทอง 2 เงิน / จักรยานเสือภูเขา 2 ทอง 1 ทองแดง / จักรยานถนน 5 ทอง 2 เงิน 1 ทองแดง / จักรยาน ลู่ 1 ทอง 3 เงิน 1 ทองแดง / กระโดดน้ำ 1 ทอง 2 เงิน / เรือมังกร 4 เงิน 1 ทองแดง / อีสปอร์ต 2 ทอง 1 เงิน / ขี่ม้า เดรสซาจ 1 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง / ขี่ม้าอีเวนติ้ง 2 ทอง 1 เงิน

เจ็ตสกี 5 ทอง 4 เงิน 1 ทองแดง / เอ็กซ์ตรีม สเก็ตบอร์ด 1 ทอง 2 เงิน 4 ทองแดง / ปีหน้าผา 2 ทอง 2 เงิน 3 ทองแดง / เวคบอร์ด 3 ทอง 1 ทองแดง / ฟันดาบ 1 ทอง 3 เงิน 6 ทองแดง / ฟิกเกอร์สเก็ต 1 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง / ฟลอร์บอล 2 ทอง / ฟุตบอล 1 เงิน 1 ทองแดง / ฟุตซอล 1 เงิน 1 ทองแดง / กอล์ฟ 4 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง / ยิมนาสติก 6 ทอง 2 เงิน 3 ทองแดง / แฮนด์บอล 1 ทอง 1 เงิน / ฮอกกี้ในร่ม 1 ทอง 1 ทองแดง / ฮอกกี้ 5 คน 1 ทอง 1 ทองแดง / ฮอกกี้กลางแจ้ง 1 เงิน 1 ทองแดง / ฮอกกี้น้ำแข็ง 1 ทอง 1 เงิน / ไอซ์สเก็ต 6 ทอง 1 เงิน / ยูยิตสู คลาสสิค 7 ทอง 5 เงิน 1 ทองแดง / ยูยิตสู ต่อสู้ 3 ทอง 3 เงิน 1 ทองแดง / ยูยิตสู เนวาซ่า 4 ทอง 3 เงิน 3 ทองแดง

ยูโด 4 ทอง 3 เงิน 3 ทองแดง / กาบัดดี้ 4 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง / คาราเต้ 4 ทอง 5 เงิน 2 ทองแดง / คิกบ็อกซิ่ง 4 ทอง 3 เงิน 1 ทองแดง / ไคท์บอร์ด 1 เงิน / ปัญจกีฬาสมัยใหม่ 2 ทอง 3 ทองแดง / มวย (มวยไทย) 11 ทอง 6 เงิน 1 ทองแดง / เน็ตบอล 1 ทองแดง / ปันจักสีลัต 3 ทอง 4 เงิน 3 ทองแดง / เปตอง 5 ทอง 4 เงิน 1 ทองแดง / ปืนสั้น และปืนยาว 3 เงิน 4 ทองแดง / ขี่ม้าโปโล 1 ทอง 1 เงิน / ยิงปืนรณยุทธ 3 ทอง 4 เงิน 1 ทองแดง / รักบี้ 2 ทอง / เรือใบ 5 ทอง 1 เงิน 2 ทองแดง / เซปักตะกร้อ 6 ทอง 3 เงิน 2 ทองแดง / ยิงเป้าบิน 3 ทอง 1 เงิน 1 ทองแดง / ซอฟท์บอล 2 ทองแดง
ว่ายน้ำ 5 ทอง 7 เงิน 9 ทองแดง / ว่ายน้ำมาราธอน 2 ทอง 1 ทองแดง / โปโลน้ำ 1 ทอง 1 ทองแดง / เทเบิลเทนนิส 3 ทอง 2 เงิน 2 ทองแดง / เทควันโด 10 ทอง 5 เงิน 4 ทองแดง / เทนนิส 3 ทอง 7 เงิน 1 ทองแดง / เทคบอล 5 ทอง / วอลเลย์บอลในร่ม 2 ทอง / วอลเลย์บอลชายหาด 2 เงิน / ยกน้ำหนัก 9 ทอง 2 เงิน 3 ทองแดง / วินด์เซิร์ฟ 3 ทอง 1 เงิน / วู้ดบอล 6 ทอง 2 เงิน / มวยปล้ำ 1 เงิน 5 ทองแดง / วูซู 1 ทอง 2 เงิน 2 ทองแดง

ทั้งนี้จาก 573 อีเวนต์ที่ชิงชัยเหรียญทอง ฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท. ส่งนักกีฬาไทย 1,529 คน แบ่งเป็นนักกีฬาหน้าใหม่ 1,055 คน และ นักกีฬาหน้าเดิม 474 คน ปรากฏว่า นักกีฬาไทยทำได้ตามเป้าหมาย 150 รายการ พลาดเป้าหมาย 86 รายการ และยังมีอีก 82 รายการที่นอกเหนือเป้าหมาย