ทัพซีเกมส์ไทยประกาศจอง 241 ทองยึดเจ้าอาเซียน – ฟุตบอลชายลุยภารกิจทวงแชมป์รอบ 8 ปี
ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ กำลังจะเปิดฉากชิงชัยกันระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม พ.ศ.2568 โดยมี 3 เมืองหลักเป็นเจ้าภาพได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และสงขลา ชิงชัย 50 ชนิดกีฬา จำนวน 574 เหรียญทอง 3 กีฬาสาธิต (กีฬาทางอากาศ, จานร่อน, ชักเย่อ) และกีฬาส่งเสริมมูลค่า 1 ชนิด (ศิลปะการต่อสู้ผสมผสาน)
ตลอด 32 ครั้งที่ผ่านมา ทัพนักกีฬาไทยคว้าเจ้าเหรียญทอง มาแล้วถึง 13 สมัย พร้อมครองสถิติเหรียญทองรวมสูงสุดในอาเซียนกว่า 2,453 เหรียญทอง
แน่นอนว่า เป้าหมายของทัพนักกีฬาไทยสำหรับซีเกมส์ ในบ้านเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก “เจ้าเหรียญทอง สมัยที่ 14 สถานเดียว
ทีมชาติไทยตั้งเป้าหมายในการคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2025โดยเฉพาะในกีฬาที่เป็น “คู่บุญ” และกีฬาที่คาดหวังเหรียญทองสูง เช่น เซปักตะกร้อ (ตั้งเป้า 11 เหรียญทอง), ฟุตบอลชาย (ลุ้นแชมป์ในรอบ 8 ปี), วอลเลย์บอลหญิง, กรีฑา และกีฬาอื่นๆ ที่เป็นโอลิมปิกสปอร์ต เช่น เทควันโด, ยกน้ำหนัก และแบดมินตัน
กีฬาที่คาดหวังเหรียญทอง และเป็นเหรียญใหญ่เป็นศักดิ์ศรีของทัพนักกีฬาไทยหนีไม่พ้น ฟุตบอลชาย โดยทัพ “ช้างศึก” ภายใต้การนำของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หมายมั่นปั้นมือไว้สูงว่า จะต้องนำทีมฟุตบอลชายกลับมาคว้าแชมป์ให้ได้ในรอบ 8 ปี หรือ 4 สมัยหลังสุดเราไม่สามารถคว้าแชมป์แห่งศักดิ์ศรีเหรียญนี้มาครองได้เลย
“ช้างศึก” ชุดนี้มีผู้เล่นตัวหลักอย่าง ชนภัช บัวพันธ์ (บีจี ปทุม ยูไนเต็ด), คคนะ คำยก (เมืองทอง ยูไนเต็ด), ธนกฤต โชติเมืองปัก (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด), เสกสรรค์ ราตรี (ระยอง เอฟซี) และยศกร บูรพา สโมสร ฮั่วกัง ยูไนเต็ด (สิงคโปร์) นำทัพ
ทีมฟุตบอลไทย อยู่ในกลุ่มเอ ร่วมกับ กัมพูชา และ ติมอร์ เลสเต โปรแกรมแข่งขัน แมตช์เดย์ 1 วันที่ 3 ธันวาคม 2568 ติมอร์ เลสเต พบ ไทย เวลา 19.00 น. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน / แมตช์เดย์ 2 วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ไทย พบ สิงคโปร์ เวลา 19.00 น. ที่ราชมังคลากีฬาสถาน
ส่วนการแข่งขัน รอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศ จะแข่งขันที่ราชมังคลากีฬาสถาน กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 15 และ 18 ธันวาคม 2568 ตามลำดับ
“โค้ชวัง” เปิดเผยว่า ทีมชุดนี้มีความพร้อมเต็มพิกัด ฟีฟ่าเดย์ล่าสุดเราก็ทำได้ดี พยายามเน้นเรื่องของความฟิต กับนักเตะ เพราะเชื่อว่าหลายคนที่อยู่มาหลายแคมป์แทคติกก็ไม่มีปัญหาแล้ว เป้าหมายเราคือ เหรียญทองซีเกมส์ พยายามทำให้พร้อมที่สุด พยายามจะวางแผน พยายามติดตามน้องๆ อย่างใกล้ชิดในเรื่องการซ้อมกับสโมสรและผลงาน
ขณะที่อีกหนึ่งกีฬาไฮไลต์อย่างวอลเลย์บอลหญิง ภายใต้การทำทีมของ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย เป้าหมายสถานเดียวคือ การคว้าเหรียญทองซีเกมส์สมัยที่ 17 และป้องกันแชมป์ซีเกมส์สมัยที่ 15 ติดต่อกันให้ได้
ทีมชุดนี้ของวอลเลย์บอลหญิงไทย นำโดย ทัดดาว นึกแจ้ง (กัปตันทีม), จรัสพร บรรดาศักดิ์, หัตถยา บำรุงสุข, พรพรรณ เกิดปราชญ์, จิดาภา นาหัวหนอง ฯลฯ
วอลเลย์บอลหญิงซีเกมส์ 2025 จะแข่งขันระหว่างวันที่ 10-19 ธันวาคม โดยผลจับสลากแบ่งสาย มีดังนี้ กลุ่มเอไทย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ / กลุ่มบี เวียดนาม, อินโดนีเซีย, เมียนมา, มาเลเซีย
แน่นอนว่า รอบชิงชนะเลิศ วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. ที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก จะเป็นการพบกันระหว่าง สาวไทย กับ เวียดนาม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
กีฬาอย่าง เซปักตะกร้อ ไทยยังต้องวัดกับ “เสือเหลือง” มาเลเซีย แต่คราวนี้นักฟาดของไทยประกาศจองไว้ถึง 11 เหรียญทองต้องลุ้นกันว่าจะทำได้ตามเป้าหรือไม่
สำหรับภาพรวมใหญ่ของทัพนักกีฬาไทยสมาคมกีฬาฯ ตั้งเป้าหมายร่วมกันไว้ที่ 241 เหรียญทอง พร้อมกับผงาดทวงบัลลังก์เจ้าเหรียญทองกลับมาในรอบ 4 หนหลังสุดที่เสียไปหลังจากครั้งสุดท้ายที่ทัพไทยยึดเจ้าเหรียญทองคือ ซีเกมส์ 2015 ที่ประเทศสิงคโปร์ โดยครั้งนั้นทัพไทย คว้าไป 95 ทอง 83 เงิน 69 ทองแดง
สรุปเป้าหมายทัพไทย 241 เหรียญทองมีดังนี้ กรีฑา 17 ทอง, จักรยาน 6 ทอง, ขี่ม้า 5 ทอง, ขี่ม้าโปโล 2 ทอง, ไตรกีฬา 2-4 ทอง, ปัญจกีฬา 2 ทอง, ฮอกกี้และฟลอร์บอล 6 ทอง, ยิงปืนรณยุทธ์ 4 ทอง, สควอช 1 ทอง, เทนนิส 4 ทอง, ยิมนาสติก 5 ทอง, เทเบิลเทนนิส 2 ทอง, แบดมินตัน 2 ทอง, มวยปล้ำ 2 ทอง, เอ็กซ์ตรีม 6 ทอง, ปีนหน้าผา 2 ทอง, เจ็ตสกี 4 ทอง, กีฬาทางน้ำ 4 ทอง, บิลเลียดและสนุกเกอร์ 4 ทอง
อีสปอร์ต 2 ทอง, คิกบ็อกซิ่ง 5 ทอง, ปันจักสีลัต 3 ทอง, คาราเต้ 5 ทอง, ยูโด 3 ทอง, เทควันโด 7 ทอง, ซอฟท์บอล หวังเหรียญเงิน, เบสบอล 2 ทอง, แฮนด์บอล 2 ทอง, วู้ดบอล 5 ทอง, เทคบอล 5 ทอง, บาสเกตบอล 2 ทอง, วอลเลย์บอล 2 ทอง
มวยสากล 9 ทอง, ยูยิตสู 10 ทอง, เปตอง 4 ทอง, วูซู 2 ทอง และมวยไทย 10 ทองฮอกกี้น้ำแข็ง 2 ทอง, ฟิกเกอร์และสปีดสเก็ตติ้ง 2 ทอง, หมากรุกสากล 5 ทอง, ฟันดาบ 2-4 ทอง, กาบัดดี้ 4 ทอง, ตะกร้อ 11 ทอง, วินด์เซิร์ฟ 4 ทอง, เรือใบ 4-5 ทอง, ยิงปืน 5 ทอง, กอล์ฟ 2 ทอง, ไคท์บอร์ด 1 เงิน, ฟุตบอลและฟุตซอล 4 ทอง, เรือพาย 18 ทอง, คริกเกต 2 ทอง, เนตบอล หวัง 1 ใน 3, โบว์ลิ่ง 1 ทอง, ยิงธนู 3 ทอง, ยิงเป้าบิน 3 ทอง และ รักบี้ 2 ทอง ส่วนกีฬาสาธิต คือ กีฬาทางอากาศ หวัง 2 ทอง, MMA 1 ทอง, ชักกะเย่อ หวังสร้างผลงานให้ดีที่สุด และจานร่อน 1 ทอง
“รองต่อ” นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ กกท. ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา เปิดเผยว่า สำหรับเป้าหมายในซีเกมส์ปลายปีนี้ จากแผนที่สมาคมกีฬาต่างๆ ร่วมกันส่งมายังฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ กกท.นั้น ร่วมกันตั้งเป้าไว้ที่ 288 เหรียญทอง แต่จากการหารือกันที่ประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯเห็นว่า ตั้งเป้าไว้ที่ 252 เหรียญทอง ซึ่งยังมองว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเตรียมนักกีฬาทีมชาติไทย เราอยากที่จะไปให้ถึงเป้า 288 เหรียญทอง น่าจะมีหลายปัจจัยในการขยับเป้าให้มากขึ้นกว่า 252 เหรียญทองอีกด้วย

