เบสบอลไทย สร้างปรากฏการณ์ในซีเกมส์ เตรียมลุยต่อเอเชี่ยนเกมส์ปีหน้า
ปิดฉากไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับกีฬาเบสบอล ในมหกรรมซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ จากการชิงชัย 2 เหรียญทอง ทีมชาติไทยสร้างผลงานน่าประทับใจ คว้าเหรียญทองจากการแข่งขัน เบสบอล 5 คน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่กีฬาชนิดนี้ถูกบรรจุแข่งขันในซีเกมส์ ส่วนทีมเบสบอลชายคว้าเหรียญเงินมาครอง
แม้จะพลาดเป้าหมายกวาดเหรียญทองครบทั้ง 2 ประเภท แต่ผลงานโดยรวมถือว่า เกินความคาดหมาย ทั้งในแง่ผลงานในสนามและกระแสตอบรับจากแฟนกีฬา
โดยฐานแฟนคลับของเบสบอลไทยขยายตัวอย่างชัดเจน เห็นได้จากยอดเอ็นเกจเมนต์ ไลก์ และแชร์บนเพจสมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย เพจสำนักข่าว รวมถึงช่องทางของอินฟลูเอนเซอร์ทั้งสายกีฬาและนอกวงการ
นอกจากนี้ กระแสความนิยมใน “เสื้อเบสบอลทีมชาติไทย” ก็ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ผลิตออกมากี่ครั้งก็ถูกจับจองหมดอย่างรวดเร็ว
ขณะที่การแข่งขันนัดชิงเหรียญทองของทีมเบสบอลชาย มีแฟนกีฬาเข้าชมแน่นสนาม สร้างบรรยากาศคึกคักอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
นอกจากนั้น ซีเกมส์ครั้งนี้ยังได้เห็นฟอร์มอันร้อนแรงของ โจ ดารู ซุปเปอร์สตาร์ดาวโฮมรัน ที่ทำได้ถึง 3 โฮมรัน นับเป็นปรากฏการณ์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนเบสบอลชาวไทย
พ.ต.อ. ดวงโชติ สุวรรณจรัส นายกสมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมตั้งเป้าหมายคว้า 2 เหรียญทองในซีเกมส์ครั้งนี้ แม้ทีมเบสบอลชายจะได้เพียงเหรียญเงิน แต่การคว้าเหรียญทองจากเบสบอล 5 คน ซึ่งจัดแข่งขันเป็นครั้งแรกและทีมชาติไทยสามารถคว้าแชมป์ได้ทันที ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง
“หลังจากนี้ สมาคมจะเดินหน้าพัฒนาระบบการทำงาน ทีมงาน และการสรรหานักกีฬารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยผลงานในซีเกมส์ครั้งนี้ส่งผลให้ทีมเบสบอลชายทีมชาติไทยขยับอันดับโลกขึ้นสู่อันดับ 31 และมีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันระดับนานาชาติมากขึ้น โดยในปีหน้าทีมเบสบอลชายไทยจะเข้าร่วมมหกรรมเอเชี่ยนเกมส์ 2026 และเบสบอลชิงแชมป์เอเชีย ก็อยากให้แฟนๆ เบสบอลชาวไทยคอยติดตามให้กำลังใจ”
“สมาคมขอขอบคุณภาครัฐ โดยเฉพาะ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงบริษัทเถ้าแก่น้อย ที่สนับสนุนเงินอัดฉีดให้ทั้งสองทีมรวม 750,000 บาท ซึ่งเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาและขยายความนิยมของกีฬาเบสบอลในประเทศไทย” พ.ต.อ. ดวงโชติ กล่าวทิ้งท้าย

