หน้าแรก SEA GAMES 2025 Road to SEA Games 21 ปีแห่งความ...

21 ปีแห่งความทุ่มเท สู่ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน ขี่ม้าโปโลไทยสร้างประวัติศาสตร์บนเวทีซีเกมส์ ครั้งที่ 33

27.12.25 | 20:55 น.

21 ปีแห่งความทุ่มเท สู่ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน ขี่ม้าโปโลไทยสร้างประวัติศาสตร์บนเวทีซีเกมส์ ครั้งที่ 33

เสียงเฮจากอัฒจันทร์ดังขึ้นพร้อมจังหวะควบม้าที่พุ่งทะยานกลางสนาม วินาทีนั้นไม่ใช่เพียงสัญญาณแห่งชัยชนะ หากแต่คือปลายทางของความพยายามที่ใช้เวลายาวนานกว่า สองทศวรรษ เมื่อทีมกีฬา ขี่ม้าโปโล ทีมชาติไทย สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ด้วยผลงาน 1 เหรียญทอง และ 1 เหรียญเงิน ความสำเร็จที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลลัพธ์ของการ ‘อดทน รอคอย และพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งตลอด 21 ปี นับตั้งแต่การเริ่มต้นของสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย’

เส้นทางที่ต้อง “รอเวลา” และ “เชื่อมั่นในกระบวนการ”
ย้อนกลับไปใน ซีเกมส์ 2007 ปีแรกที่กีฬาขี่ม้าโปโลถูกบรรจุในกีฬาซีเกมส์ ทีมชาติไทยเริ่มต้นเส้นทางด้วย เหรียญทองแดง สิบปีต่อมาใน ซีเกมส์ 2017 ทีมชาติไทยขยับขึ้นมาอีกขั้น คว้า เหรียญเงิน

และในที่สุด…ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 บนแผ่นดินไทย กลายเป็นหมุดหมายสำคัญ เมื่อทีมชาติไทยคว้า เหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์ จากประเภท Handicap 2-4 Goals พร้อมกับ เหรียญเงิน จากประเภท Handicap 4-6 Goals ซึ่งเป็นระดับการแข่งขัน ที่ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ และการทำงานเป็นทีมอย่างสมบูรณ์แบบ

Advertisement

ทั้งหมดนี้ ไม่ได้เกิดจากโชค หากแต่เป็นผลของการวางแผนระยะยาว การลงทุนด้านบุคลากร นักกีฬา ม้า และการยกระดับมาตรฐานการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง

เบื้องหลังชัยชนะ ความสำเร็จที่มากกว่าเหรียญรางวัล
นายแพทย์ไพโรจน์ บุญคงชื่น นายกสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย มองว่าความสำเร็จในซีเกมส์ ครั้งที่ 33 คือภาพสะท้อนของการพัฒนากีฬาขี่ม้าโปโลไทยอย่างเป็นระบบว่า “เหรียญทองและเหรียญเงินครั้งนี้ ไม่ได้เกิดจากการเตรียมทีมเพียงระยะสั้น แต่เป็นผลจากการวางรากฐานมาหลายปี ทั้งในด้านนักกีฬา ม้า บุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน และมาตรฐานการแข่งขันระดับนานาชาติ”

สมาคมฯ ย้ำว่า มองเป้าหมายต่อไปไกลกว่าการลุ้นเหรียญรางวัล โดยมุ่งพัฒนาโครงสร้างกีฬาขี่ม้าโปโลอย่างครบวงจร ตั้งแต่นักกีฬารุ่นใหม่ โค้ช ไปจนถึงบุคลากรเบื้องหลัง เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางกีฬาขี่ม้าโปโลของภูมิภาค

ความสำเร็จครั้งนี้ยังสะท้อนถึงผลลัพธ์ของการส่งนักกีฬาไปเก็บประสบการณ์ในต่างประเทศอย่างอาร์เจนตินาและอังกฤษ การนำวิทยาศาสตร์การกีฬาและโภชนาการมาใช้ควบคู่กับการดูแลม้าอย่างใกล้ชิด โดยมีทีมสัตวแพทย์ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน บทบาทของประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ยังตอกย้ำศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐาน สนามแข่งขัน และการบริหารจัดการระดับนานาชาติ ไปจนถึงการยึดหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) ในการดูแลม้าอย่างเคร่งครัดและครบวงจร

ชัยชนะที่สานต่อความฝันของพ่อ
ในฐานะกัปตันทีมชาติไทย อัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา ไม่ได้มองเหรียญทองครั้งนี้เป็นเพียงความสำเร็จส่วนตัว แต่เป็นชัยชนะที่มีความหมายทางใจอย่างลึกซึ้ง

“เหรียญทองนี้ คือสิ่งที่ทีมรอคอยมานาน และสำหรับผม มันคือการได้สานต่อความตั้งใจของคุณพ่อ ที่เชื่อมั่นมาตลอดว่ากีฬาขี่ม้าโปโลไทยสามารถไปได้ไกลกว่านี้ หากเราพัฒนาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง”

อัยยวัฒน์ ย้ำว่า ทุกแมตช์ในซีเกมส์ครั้งนี้ ไม่ได้ตัดสินกันด้วยพละกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความเข้าใจระหว่างนักกีฬาและม้า การตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน และการทำงานเป็นทีมอย่างแท้จริง อีกทั้ง การได้ลงแข่งขันต่อหน้าแฟนกีฬาชาวไทยในฐานะเจ้าภาพ คือพลังสำคัญที่ผลักดันให้นักกีฬาทุกคนทุ่มเทอย่างเต็มที่ เพื่อทำให้กีฬาขี่ม้าโปโลเป็นที่รู้จักและเข้าถึงได้มากขึ้น

วิสัยทัศน์ที่เริ่มต้นจาก ‘ความรักในกีฬา’
หากมองลึกไปกว่าผลการแข่งขัน ความสำเร็จของกีฬาขี่ม้าโปโลไทยมีรากฐานจากวิสัยทัศน์ของ วิชัย ศรีวัฒนประภา ผู้ก่อตั้งสมาคมกีฬาขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย จากความหลงใหลในกีฬาชนิดนี้ โดยวิสัยทัศน์ดังกล่าวได้กลายเป็นรากฐานสำคัญในการวางระบบ พัฒนามาตรฐาน และสร้างนักกีฬาขี่ม้าโปโลไทยให้เติบโตอย่างมั่นคง จนสามารถยืนหยัดและสร้างผลงานในเวทีระดับนานาชาติได้อย่างภาคภูมิ

ชัยชนะวันนี้…สู่อนาคตของคนรุ่นใหม่
มากกว่าเหรียญรางวัล ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 คือทั้ง เวทีพิสูจน์ และ สัญญาณของอนาคต ว่ากีฬาขี่ม้าโปโลไม่ใช่กีฬาที่ไกลตัวอย่างที่หลายคนเคยคิด แต่คือโอกาสในการสร้างแรงบันดาลใจ เปิดประตูให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ ทดลอง และเข้าถึงกีฬาขี่ม้าโปโล ผ่านคอมมูนิตี้ สโมสร และกิจกรรมที่เปิดกว้างมากขึ้น

“เหรียญทองครั้งนี้ คือบทพิสูจน์ว่าความเชื่อ การลงทุนระยะยาว และการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ได้วางรากฐานสำคัญให้กีฬาขี่ม้าโปโลไทยก้าวจากเวทีอาเซียน สู่การเป็นหนึ่งในศูนย์กลางกีฬาขี่ม้าโปโลของภูมิภาค”

ทั้งนี้ แฟนกีฬาสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook / Instagram: Thailand Polo Association