ผอ.วาด้า เผยผลอุทธรณ์ให้แบนซินเนอร์ไม่ผ่านตรวจโด๊ปต้องรอตัดสินปีหน้า
โอลิวิเย่ร์ นิญญี่ ผู้อำนวยการองค์การต่อต้านสารต้องห้ามโลก (วาด้า) เผยกับสำนักข่าว “เอเอฟพี” ว่า การพิจารณาคำร้องอุทธรณ์กรณีบทลงโทษของยานนิก ซินเนอร์ นักเทนนิสมือ 1 ของโลกชาวอิตาเลียน ซึ่งวาด้ายื่นต่อศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาโลก (ซีเอเอส) ไปก่อนหน้านี้ คงยังไม่มีคำตัดสินภายในปีนี้
ทั้งนี้ ซินเนอร์ไม่ผ่านการตรวจสารต้องห้าม 2 ครั้ง ในเดือนมีนาคม โดยคณะกรรมการไต่สวนอิสระที่ได้รับการรับรองจากองค์กรนานาชาติเพื่อความโปร่งใสในกีฬาเทนนิส (ไอทีไอเอ) ยอมรับคำอธิบายที่ว่า เทรนเนอร์ส่วนตัวของเขาซื้อยาประเภทสเปรย์มาใช้เองจากร้านทั่วไปซึ่งเป็นยาที่ได้รับความนิยมในอิตาลี และต่อมานักกายภาพบำบัดนำยาดังกล่าวไปใช้รักษาแผลที่นิ้ว และมาจับตัวของซินเนอร์ระหว่างการทำกายภาพบำบัดโดยไม่ได้สวมถุงมือ ทำให้ตัวยาถูกส่งผ่านไปยังซินเนอร์โดยไม่รู้ตัว ซึ่งคณะกรรมการไต่สวนอิสระได้เคลียร์ชื่อให้ซินเนอร์และเขาไม่ต้องรับโทษใดๆ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของคนในวงการสักหลาดโลกถึงการปฏิบัติที่สองมาตรฐานของไอทีไอเอ เนื่องจากกรณีของซินเนอร์ไม่เป็นข่าวเลยจนกระบวนการทุกอย่างสิ้นสุดแล้ว อีกทั้งขั้นตอนต่างๆ ดำเนินไปอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับหลายๆ กรณี
ต่อมาวาด้าได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลกีฬาโลกโดยระบุว่า แม้ว่าคณะกรรมการไต่สวนอิสระจะยอมรับคำอธิบายของซินเนอร์ แต่เขาก็ควรมีส่วนต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ และควรได้รับโทษแบน 1-2 ปี
นิญญี่กล่าวว่า คำตัดสินของไอทีไอเอมองว่าซินเนอร์ไม่มีความผิดจึงไม่ต้องรับโทษ แต่วาด้ามองว่านักกีฬาที่ทำงานร่วมกับทีมงานเหล่านี้ก็มีส่วนต้องรับผิดชอบเช่นกัน นี่เป็นประเด็นการตีความกฎข้อบังคับที่ต้องไปถกเถียงกันในศาล เราไม่ได้ต้องการจะโต้แย้งว่าการพบสารต้องห้ามนี้มาจากการปนเปื้อนจากภายนอกหรือไม่ แต่วาด้ามองว่าการตีความกฎข้อบังคับไม่ได้ถูกนำมาใช้อย่างถูกต้องในกรณีนี้
นอกจากกรณีของซินเนอร์แล้ว ไอทีไอเอยังโดนวิจารณ์กรณีอิก้า สเวียเท็ก นักเทนนิสหญิงมือ 2 ของโลกชาวโปแลนด์ ซึ่งเพิ่งมีข่าวไม่กี่สัปดาห์ก่อนว่าไม่ผ่านการตรวจสารต้องห้ามนอกการแข่งขันในเดือนสิงหาคมปีนี้ เนื่องจากซื้อยานอนหลับที่ขายตามร้านขายยาในโปแลนด์ซึ่งมีส่วนผสมของสารต้องห้าม โดยไอทีไอเอเคลียร์ชื่อให้สเวียเท็ก โดยเจ้าตัวยอมรับโทษแบน 1 เดือน
นิญญี่กล่าวถึงกรณีนี้ว่า ส่วนตัวมองว่าสิ่งแรกสุดที่องค์กรที่รับผิดชอบควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกคือการปกป้องชื่อเสียงของนักกีฬา เพราะเราอยู่ในโลกที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลอย่างมาก ชื่อเสียงสามารถพังทลายลงได้ในเวลาเพียงสั้นๆ เท่านั้น

