เบ๊คเกอร์เปิดใจเพราะแจ้งเกิดเร็วเกินไปทำให้ชีวิตดิ่งลงเหว
บอริส เบ๊คเกอร์ ตำนานเทนนิสชาวเยอรมัน เปิดใจกับสำนักข่าว “บีบีซี” ว่า รู้สึกเสียใจที่ตัวเองคว้าแชมป์แกรนด์สแลม “วิมเบิลดัน” ได้ตั้งแต่อายุ 17 ปี เพราะสิ่งนี้ได้สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับตนทั้งตลอดช่วงการเป็นนักเทนนิสอาชีพและหลังจากนั้น
เบ๊คเกอร์สร้างปรากฏการณ์คว้าแชมป์ชายเดี่ยววิมเบิลดันได้ตั้งแต่อายุ 17 ปี 7 เดือน 15 วัน ในปี 1985 โดยเอาชนะเควิน เคอร์เรน ในรอบชิงชนะเลิศ ทำสถิติแชมป์ชายเดี่ยวอายุน้อยที่สุดตลอดกาลของทัวร์นาเมนต์ หลังจากนั้นเขาได้แชมป์แกรนด์สแลมอีก 5 รายการ รวมถึงขึ้นเป็นมือ 1 โลก แต่ในด้านชีวิตส่วนตัวกลับมีปัญหามากมาย ทั้งเรื่องความสัมพันธ์และเรื่องเงินๆ ทองๆ หนักที่สุดคือโดนดำเนินคดีปกปิดทรัพย์สิน 2.5 ล้านปอนด์ (110 ล้านบาท) เพื่อเลี่ยงการใช้หนี้ ทำให้โดนโทษจำคุก 2 ปีครึ่ง แต่ติดจริง 8 เดือน เมื่อปี 2023
เบ๊คเกอร์กล่าวว่า ถ้ามองไปยังวันเดอร์คิดคนอื่นๆ พวกเขามักอยู่ไม่ถึงอายุ 50 ปี เพราะบททดสอบและปัญหามากมายที่มาหลังจากแจ้งเกิดแล้ว ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ไม่ว่าจะไปที่ไหน หรือคุยกับใคร ก็จะโดนจับตามองไปทั่วโลก มันจะกลายเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์หัวใหญ่ในวันรุ่งขึ้น คุณต้องพยายามทำตัวเป็นผู้ใหญ่ ต้องปรับตัวให้ได้ และพอเริ่มก้าวไปจับงานอย่างอื่น ก็จะโดนจับตามอง โดนประเมินว่าจะประสบความสำเร็จเท่ากับตอนได้แชมป์วิมเบิลดันเมื่ออายุ 17 หรือไม่ ทำให้เส้นทางเดินเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
เบ๊คเกอร์กล่าวต่อว่า ตอนที่ประสบความสำเร็จ รู้สึกอะไรมันง่ายไปหมด มีเงินใช้มากมาย ไม่มีใครคอยตักเตือน ทำให้ชีวิตยิ่งดิ่ง คุณต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ เพราะจะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว อดีตผ่านไปแล้ว สิ่งที่ทำได้มีเพียงการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคต ด้วยการใช้ชีวิตในปัจจุบัน
“ผมดีใจนะที่คว้าแชมป์วิมเบิลดันได้ 3 สมัย แต่การได้แชมป์ตอนอายุ 17 ปี อาจจะเร็วเกินไป เพราะผมยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น” เบ๊คเกอร์กล่าว
เบ๊คเกอร์กำลังเตรียมออกหนังสืออัตชีวประวัติเล่มใหม่ โดยช่วงหนึ่งกล่าวถึงประสบการณ์การอยู่ในคุก ซึ่งเขาได้ชมการถ่ายทอดสดวิมเบิลดันรอบชิงชนะเลิศปี 2022 ที่โนวัก โยโควิช ได้แชมป์จากในคุก โดยเบ๊คเกอร์เคยเป็นโค้ชให้โนเล่ระหว่างปี 2013-2016 มีส่วนช่วยเขาคว้าแชมป์แกรนด์สแลม 6 จากทั้งหมด 24 ครั้ง
เบ๊คเกอร์เผยว่า ตอนนั้นนั่งเชียร์โนเล่แข่งรอบชิงกับนิค เคียริออส นับเป็นแรงบันดาลใจที่ดีมากๆ รวมถึงรู้สึกตื้นตันมากด้วย เพราะโนเล่ก็เหมือนน้องชายของตน ขณะที่ตัวเองนั่งดูเขาจากคุกที่แย่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ทำให้ได้มองสะท้อนชีวิตของตัวเอง

