ฝ่ายจัดออสซี่ โอเพ่น ผุดไอเดียสแลมแต้มเดียว ชวนมือสมัครเล่นท้ามืออาชีพชิงเงินก้อนโต
ฝ่ายจัดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม “ออสเตรเลียน โอเพ่น” ที่เมลเบิร์นปาร์ก ประเทศออสเตรเลีย ผุดไอเดียจัดการแข่งขันรายการพิเศษ “Million Dollar One Point Slam” ชิงเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (21.8 ล้านบาท) ในปีหน้า
การแข่งขันดังกล่าวซึ่งจะจัดขึ้นก่อนศึก “ออสเตรเลียน โอเพ่น” เปิดฉาก จะเปิดโอกาสให้นักเทนนิสสมัครเล่น 10 คน สมัครเข้าร่วมแข่งขันกับนักเทนนิสมืออาชีพ 22 คน หนึ่งในนั้นคือ คาร์ลอส อัลคาราซ นักหวดเบอร์ 1 ของโลกชาวสเปน โดยสุ่มจัดสายแข่งขัน 32 คน แข่งขันแบบน็อกเอาต์
การแพ้ชนะกันนั้นตัดสินกันเพียงแต้มเดียว ตามชื่อรายการที่ว่า “One Point Slam” โดยก่อนแข่งแต่ละแมตช์ นักกีฬาสองฝั่งจะทำการเป่ายิงฉุบเพื่อเลือกว่าใครจะเป็นฝ่ายเสิร์ฟ และคนที่ได้แต้มในแมตช์นั้นจะผ่านเข้าสู่รอบต่อไปจนได้แชมป์ ซึ่งเงินรางวัลก้อนนี้เทียบเท่ากับนักกีฬาที่เข้าถึงรอบรองชนะเลิศชายเดี่ยวหรือหญิงเดี่ยวออสเตรเลียน โอเพ่น ปีนี้ ที่ได้เงินรางวัลไปคนละ 1.1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย (24 ล้านบาท)
จริงๆ แล้ว ฝ่ายจัดออสเตรเลียน โอเพ่น ริเริ่มการแข่งขัน “One Point Slam” ตั้งแต่ปีนี้แล้ว แต่เงินรางวัลอยู่ที่ 60,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (1,686,000 บาท) และไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร โดยปีนี้จับนักเทนนิสสมัครเล่น 16 คน มาร่วมสายมืออาชีพ 16 คน ซึ่งนักหวดมือท็อปของโลกมีเพียงอันเดร รูเบลฟ เป็นตัวแทนจากมือท็อป 10 ของโลกเท่านั้น และเข้าถึงเพียงรอบก่อนรองชนะเลิศซึ่งเจ้าตัวเสิร์ฟลูกไปติดเน็ตจนตกรอบ และในท้ายที่สุดเป็นโอมาร์ จาซิก้า นักหวดอาชีพชาวออสซี่ที่คว้าแชมป์ไปครอง
มาปีหน้า ฝ่ายจัดออสเตรเลียน โอเพ่น จึงพยายามคิดโปรเจกต์ใหม่เพิ่มความน่าสนใจให้มากยิ่งขึ้น โดยเคร็ก ไทลีย์ ผู้อำนวยการการแข่งขัน กล่าวว่า ไม่ว่าคุณจะเป็นมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ แชมป์รายการนี้จะคว้าเงินรางวัลก้อนโตไปครอง โดยจะเปิดรับสมัครและคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันจากทั่วประเทศเร็วๆ นี้ โดยปีหน้าจะมีนักหวดชื่อดังเข้าร่วมเพิ่มขึ้น รวมถึงบรรดาเซเลบริตี้ด้วย
นับเป็นอีกหนึ่งความพยายามจากฝ่ายจัดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้ทัวร์นาเมนต์ หลังจากปีนี้ ศึก “ยูเอส โอเพ่น” ปรับการแข่งขันประเภทคู่ผสมรูปแบบใหม่ ดึงดูดมือท็อปของโลกเข้าร่วมมากขึ้น ชิงเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (32.5 ล้านบาท) ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งบวกและลบจากผู้เกี่ยวข้อง

