เมอร์เรย์เปิดใจตอนโค้ชโนเล่ผลงานไม่เข้าเป้า แต่ได้เรียนรู้หลายอย่าง
แอนดี้ เมอร์เรย์ อดีตนักเทนนิสมือ 1 โลกชาวสก๊อต เปิดใจเรื่องการทำหน้าที่โค้ชให้โนวัก โยโควิช อดีตคู่ปรับสำคัญชาวเซอร์เบียที่ตอนนี้ยังคงโลดแล่นในวงการสักหลาดโลก เมื่อปลายปีที่แล้วถึงต้นปีนี้ว่า ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ
เมอร์เรย์แขวนแรกเก็ตเมื่อปี 2024 หลังจบการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของทีมสต๊าฟโนเล่ในเดือนพฤศจิกายน โดยไปทำหน้าที่ริมสนามบางรายการ ซึ่งรวมถึงศึกแกรนด์สแลม “ออสเตรเลียน โอเพ่น” และอีก 3 รายการ แต่แยกทางกันหลังจากนั้นเพียง 6 เดือน
เมอร์เรย์กล่าวในรายการพ็อดแคสต์ “เดอะ เทนนิส พ็อดแคสต์” ว่า คุณทำงานร่วมกับคนที่ไม่ใช่แค่หนึ่งในนักเทนนิสที่เก่งที่สุด แต่เป็นหนึ่งในนักกีฬาที่เก่งที่สุดตลอดกาลของโลก ดังนั้น ความคาดหวังจึงต้องเป็นอะไรที่ท้าทายอย่างมาก ตัวโนเล่เองก็เป็นคนที่มักจะท้าทายอะไรเสมอในเรื่องการเล่นเทนนิสของเขา ดังนั้น งานนี้จึงมีความต้องการสูงอย่างยิ่ง แต่เมื่อมองย้อนกลับไปก็ดีใจที่รับงานนี้ เพราะเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมาก
ในการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น โนเล่เอาชนะคาร์ลอส อัลคาราซ จนผ่านเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ แต่ต้องถอนตัวจากอาการบาดเจ็บจากการแข่งขันกับอเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ เมื่อกลับมาแข่งใหม่ โนเล่ตกรอบแรกที่กาตาร์และอินเดียนเวลส์ ก่อนไปแพ้ให้ยาคุบ เมนซิก ดาวรุ่งชาวเช็ก ในรอบชิงไมอามี โอเพ่น
เมอร์เรย์กล่าวว่า ปัญหาบาดเจ็บที่ออสเตรเลียเป็นความโชคร้าย เพราะเขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ในทัวร์นาเมนต์นั้น หลังจากนั้นเขาและทีมงานทุกคนต้องเจอกับช่วงยากลำบากอยู่ 2-3 เดือน ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวัง เพราะไม่ได้ผลลัพธ์อย่างที่อยากให้เป็น แต่ก็ได้เรียนรู้หลายอย่างว่างานโค้ชเป็นอย่างไร
เมอร์เรย์ยังแสดงความเห็นเกี่ยวกับกรณีที่นักเทนนิสหลายคนออกมาบ่นเรื่องโปรแกรมแข่งขันที่ถี่ขึ้นในปีนี้ ซึ่งตัวเมอร์เรย์เอง สมัยยังเล่นอยู่ก็เคยคัดค้านที่เอทีพีจะเพิ่มรายการระดับ 1,000 ขึ้นมาเมื่อปีที่แล้ว เพราะการต้องเดินทางถี่ขึ้นย่อมมีผลกับสภาพร่างกายของนักหวด
เมอร์เรย์กล่าวว่า คิดว่าคงไม่มีอะไรมายืนยันได้ว่านักเทนนิสบาดเจ็บมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน แต่ส่วนตัวคิดว่านักหวดเหนื่อยกว่าเดิม สภาพจิตใจก็อ่อนล้ากว่าสมัยก่อนเพราะต้องใช้เวลาในการเดินทางไปยังสถานที่แข่งขันต่างๆ มากขึ้น พอล้ากว่าเดิมก็เสี่ยงจะมีปัญหาเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น มองว่านั่นคือสิ่งที่นักเทนนิสตอนนี้ต้องเผชิญ ไม่ได้มองว่าตัวการแข่งขันหนักขึ้นกว่าเมื่อ 10-15 ปีก่อน แต่ปัญหาคือการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ มากกว่า

