ซาบาเลนก้าเชื่อแมตช์ดวลเคียริออส ไม่ส่งผลเชิงลบกับวงการเทนนิสหญิง
อารีน่า ซาบาเลนก้า นักเทนนิสสาวมือ 1 ของโลกชาวเบลารุส ให้สัมภาษณ์ถึงการแข่งขันเทนนิสแมตช์พิเศษ “Battle of the Sexes” ซึ่งเธอจะดวลกับนิค เคียริออส นักหวดชายชื่อดังชาวออสเตรเลีย ที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในวันที่ 28 ธันวาคมนี้ หลังจากมีเสียงวิจารณ์บางส่วนเกรงว่าแมตช์ดังกล่าวจะทำให้วงการกีฬาหญิงเสียหาย หากซาบาเลนก้าแพ้
นักหวดสาวมือ 1 โลก กล่าวว่า ไม่คิดอย่างนั้น ตนจะไม่เอาตัวเองไปเสี่ยงอะไรทั้งสิ้น แมตช์นี้เป็นเรื่องของความสนุก และการแสดงให้เห็นถึงเกมเทนนิสดีๆ ใครก็ตามที่เป็นผู้ชนะก็จะชนะ แน่นอนอยู่แล้วว่าผู้ชายมีร่างกายแข็งแกร่งกว่าผู้หญิง แต่นี่ไม่เกี่ยวกับเรื่องนั้น เชื่อว่าแมตช์นี้จะช่วยยกระดับวงการเทนนิสหญิงมากกว่า
สำหรับซาบาเลนก้าวัย 27 ปี เพิ่งคว้าแชมป์แกรนด์สแลม “เฟร้นช์ โอเพ่น” และ “ยูเอส โอเพ่น” ในปีนี้ ขณะที่เคียริออสเคยเข้าชิง “วิมเบิลดัน” ปี 2022 แต่ช่วงหลังประสบปัญหาบาดเจ็บทำให้ลงแข่งขันได้เพียง 5 แมตช์ในปี 2025
ส่วนผู้อยู่เบื้องหลังไอเดียของแมตช์นี้คือ สจ๊วร์ต ดูกูด ซึ่งทำหน้าที่เอเยนต์ให้กับทั้ง 2 คน โดยดูกูดบอกว่า ทั้งคู่จะได้ค่าตอบแทนสมน้ำสมเนื้อจากการเล่นแมตช์พิเศษนี้ แต่เรื่องเงินไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขาลงแข่งขันแต่อย่างใด
ซาบาเลนก้ากล่าวว่า เชื่อว่านี่จะไม่ใช่แมตช์ที่ง่ายอย่างแน่นอน ตนพร้อมจะทุ่มเต็มที่เพื่อแสดงให้เห็นว่าผู้หญิงนั้นแข็งแกร่ง และสามารถทำให้ผู้ชมสนุกกับการแข่งขันได้ ตนมีแต่ได้กับได้ ส่วนเคียริออสมีแต่เสียกับเสีย
ด้านเคียริออสกล่าวว่า กีฬาเทนนิสไม่ได้มีเหตุการณ์ที่น่าสนใจในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยนัก เป็นอะไรที่พิเศษมากๆ ขณะที่ซาบาเลนก้าสำทับว่า เชื่อว่าแมตช์นี้จะช่วยให้กีฬาเทนนิสเติบโตขึ้น เป็นความท้าทายที่น่าสนุกและเชื่อว่าคนน่าจะสนใจกันเยอะ
ทั้งนี้ ในอดีตเคยมีแมตช์ที่เข้าข่าย Battle of the Sexes มาแล้ว 3 ครั้งในวงการเทนนิสโลก ครั้งที่มีชื่อเสียงที่สุดคือตอนที่บิลลี่ จีน คิง ตำนานสักหลาดหญิงชาวอเมริกัน วัย 27 ปี (ณ เวลานั้น) เอาชนะบ๊อบบี้ ริกส์ อดีตแชมป์วิมเบิลดันและยูเอส โอเพ่น วัย 55 ปี (ณ เวลานั้น) ในระบบ 3 ใน 5 เซต เมื่อปี 1973 โดยมีผู้ชมการถ่ายทอดสดทั่วโลก 90 ล้านคน และกลายเป็นเหตุการณ์สำคัญที่ผลักดันเรื่องสิทธิสตรีทั้งทางสังคมและในวงการกีฬา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามบิลลี่ จีน คิง เรื่องนี้ คิงตอบว่า แมตช์ระหว่างซาาบาเลนก้ากับเคียริออสต่างจากแมตช์ระหว่างตนกับริกส์มาก ที่เหมือนกันมีเพียงการแข่งขันระหว่างหญิงกับชาย แต่นอกนั้นไม่มีอะไรเหมือนเลย ตนแข่งกับริกส์ในระบบแพ้ชนะ 3 ใน 5 เซต ไม่มีการเปลี่ยนแปลงกฎกติกาอะไร เป็นแมตช์ที่มีประเด็นการเมืองและสังคมวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องสูงมาก ตนมีเหตุผลที่ต้องชนะเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคม
สำหรับแมตช์พิเศษระหว่างซาบาเลนก้ากับเคียริออสที่ดูไบ จะแข่งขันในระบบแพ้ชนะ 2 ใน 3 เซต และเซตตัดสินเป็นซูเปอร์ไทเบรก 10 แต้ม นักเทนนิสสองฝั่งจะเสิร์ฟได้คนละครั้ง โดยคอร์ตฝั่งซาบาเลนก้าจะเล็กลง 9 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากข้อมูลระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว นักเทนนิสหญิงจะเคลื่อนไหวได้ช้ากว่านักเทนนิสชาย 9 เปอร์เซ็นต์

