
ปธ.จัดสแลม ออสเตรเลียน โอเพ่น แย้มไอเดียให้ผู้หญิงแข่ง 5 เซต ตั้งแต่รอบ 8 คน
เคร็ก ไทลี่ย์ ซีอีโอของสหพันธ์เทนนิสออสเตรเลีย ในฐานะผู้อำนวยการจัดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม “ออสเตรเลียน โอเพ่น” ที่เมลเบิร์นปาร์ก ประเทศออสเตรเลีย เผยกับสื่อหลังการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น ปีนี้ ปิดฉากลงเป็นที่เรียบร้อยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า แค่นึกถึงการแข่งขันรอบรองชนะเลิศชายเดี่ยวปีนี้ก็ทำให้ขนลุกแล้ว ขณะเดียวกัน รอบชิงชนะเลิศหญิงเดี่ยวก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน เรียกว่าเหลือเชื่อมากๆ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ตนพูดมาพักหนึ่งแล้วคือ อยากผลักดันให้การแข่งขันประเภทหญิงเดี่ยวหันมาใช้ระบบเดียวกับผู้ชาย คือใช้ระบบแพ้ชนะ 3 ใน 5 เซต โดยเริ่มตั้งแต่รอบก่อนรองชนะเลิศไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ
ไทลี่ย์กล่าวต่อว่า แน่นอนว่าตนทราบดีว่า หากต้องการทำแบบนี้ ก็ต้องปรึกษากับนักกีฬา และได้รับแรงสนับสนุนแบบพร้อเพรียงกันเสียก่อน อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเรื่องกฎระเบียบต่างๆ แล้ว ไม่มีข้อไหนห้ามเราทำแบบนี้ ซึ่งหากจะทำจริง ก็จะเริ่มใช้กฎนี้ตั้งปี 2027 เป็นต้นไป
ในยุคโอเพ่น การแข่งขันเทนนิสหญิงใช้ระบบแพ้ชนะ 2 ใน 3 เซตมาโดยตลอด ขณะที่การแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น ได้ชื่อว่าเป็นรายการที่ริเริ่มอะไรใหม่ๆ เช่นในปี 2019 เป็นแกรนด์สแลมแรกที่นำระบบไทเบรก 10 คะแนนมาใช้ และเป็นสแลมแรกที่ใช้ระบบขานเส้นแบบอิเล็กทรอนิกส์
ทั้งนี้ เคยมีคนหยิบประเด็นเรื่องให้ผู้แข่งระบบ 5 เซต มาถามนักเทนนิสชั้นนำของโลกในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งส่วนใหญ่ต่างไม่เห็นด้วย แต่โคโค่ กอฟฟ์ นักหวดสาวมือ 3 โลกชาวอเมริกัน ไม่ปิดโอกาสเรื่องความเปลี่ยนแปลง แต่ถ้าเลือกได้ก็อยากให้ใช้ระบบเดิมมากกว่า
