นักเทนนิสมือท็อปโลกกดดันฝ่ายจัดแกรนด์สแลมแสดงความจริงใจเรื่องเงินรางวัล-สวัสดิการนักหวด
นักเทนนิสมือท็อป 10 ชายและหญิงของโลกส่งจดหมายเปิดผนึกถึงฝ่ายจัดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม “เฟร้นช์ โอเพ่น”, “วิมเบิลดัน” และ “ยูเอส โอเพ่น” ปฏิเสธคำเชิญให้นั่งในสภานักกีฬาเทนนิสอาชีพเพื่อเจรจากับตัวแทนฝ่ายจัดแกรนด์สแลมว่าด้วยเรื่องเงินรางวัล ผลประโยชน์ และสวัสดิการของนักกีฬา
ก่อนหน้านี้ ช่วงการแข่งขันเฟร้นช์ โอเพ่น เมื่อปีที่แล้ว นักเทนนิสชั้นนำของโลกหลายคน อาทิ คาร์ลอส อัลคาราซ, ยานนิก ซินเนอร์, อารีน่า ซาบาเลนก้า และโคโค่ กอฟฟ์ ได้เรียกร้องให้ฝ่ายจัดการแข่งขันแกรนด์สแลมทั้ง 4 รายการ เพิ่มเงินรางวัลรวมให้เป็น 22 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ที่ทัวร์นาเมนต์ต่างๆ ได้รับ ภายในปี 2030 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของเอทีพีทัวร์และดับเบิลยูทีเอทัวร์
ต่อมาในเดือนธันวาคม ฝ่ายจัดแกรนด์สแลม 3 รายการ ยกเว้นศึก “ออสเตรเลียน โอเพ่น” ได้ส่งหนังสือแจ้งให้นักเทนนิสมือท็อป 10 ของโลกทั้งชายหญิงร่วมนั่งในสภานักกีฬาเทนนิสแกรนด์สแลม เพื่อเจรจากับตัวแทนของรายการแกรนด์สแลมทั้ง 3 รายการ ช่วงการแข่งขัน “อินเดียนเวลส์ มาสเตอร์ส” ในเดือนมีนาคมนี้
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด นักเทนนิสมือท็อปของโลกได้ร่วมกันส่งจดหมายเปิดผนึกตอบฝ่ายจัดแกรนด์สแลมปฏิเสธการประชุมดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้อีกฝ่ายแสดงการตอบสนองที่เป็นรูปธรรมมากกว่านี้ ต่อข้อเสนอที่เหล่านักกีฬาได้ยื่นไป โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องส่วนแบ่งเงินรางวัลที่เป็นธรรมจากรายได้ของแกรนด์สแลม รวมถึงการสมทบทุนด้านสุขภาพ สวัสดิการ และผลประโยชน์ของนักกีฬา
รายงานข่าวระบุว่า เหตุที่ฝ่ายจัดออสเตรเลียน โอเพ่น ไม่ได้ร่วมกับอีก 3 แกรนด์สแลม เนื่องจากเห็นด้วยกับสมาคมนักเทนนิสอาชีพซึ่งยื่นฟ้องฝ่ายจัดแกรนด์สแลมอีก 3 รายการ ต่อศาลแขวงในนิวยอร์ก ในข้อหาดำเนินกิจการโดยจำกัดสิทธิและเสรีภาพของนักกีฬา
โดยช่วงการแข่งขันออสเตรเลียน โอเพ่น ที่ผ่านมา ตัวแทนนักเทนนิสได้ส่งจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวระบุว่า เข้าใจดีว่าการตั้งองค์กรที่มีโครงสร้างการบริหารชัดเจนย่อมมีบทบาทสำคัญ แต่อยากให้มุ่งไปที่การพิจารณาข้อเรียกร้องก่อนเพื่อให้การเจรจาหารือกันในอนาคตมีความคืบหน้ามากขึ้น
ทั้งนี้ ปัจจุบัน การแข่งขันยูเอส โอเพ่น เป็นแกรนด์สแลมที่ให้เงินรางวัลนักกีฬามากที่สุด แต่ก็คิดเป็น 16 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ยังไม่เท่าข้อเรียกร้องที่นักกีฬาแจ้งไว้

