ซเวเรฟโล่งใจแฮปปี้เอนดิ้งแล้ว หลังคว้าแชมป์แกรนด์สแลมแรกในชีวิต
อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ นักเทนนิสมือ 3 ของโลกชาวเยอรมัน ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์แกรนด์สแลมหนแรกในชีวิต หลังเอาชนะฟลาวิโอ โคโบลลี่ มือวางอันดับ 10 จากอิตาลี 6-1, 4-6, 6-4, 6-7(5), 6-1 ในรอบชิงชนะเลิศชายเดี่ยว ศึกแกรนด์สแลม “เฟร้นช์ โอเพ่น” ที่โรล็องด์การ์โรส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน
ซเวเรฟเคยเข้าชิงรายการแกรนด์สแลมมาก่อนหน้านี้ 3 ครั้ง คือ ยูเอส โอเพ่น ปี 2020, เฟร้นช์ โอเพ่น ปี 2024 และออสเตรเลียน โอเพ่น 2025 แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งรายการนี้ โดยเขานับเป็นนักหวดคนแรกตั้งแต่ปี 2023 ที่คว้าแชมป์ชายเดี่ยวแกรนด์สแลมนอกเหนือจากยานนิก ซินเนอร์ และคาร์ลอส อัลคาราซ นักเทนนิสมือ 1 และ 2 ของโลก โดยอัลคาราซมีปัญหาบาดเจ็บ ถอนตัวก่อนแข่ง ส่วนซินเนอร์ก็ตกรอบเร็วอย่างพลิกความคาดหมาย
ด้วยวัย 29 ปี กับอีกประมาณ 1 เดือน ซเวเรฟนับเป็นนักเทนนิสอายุมากที่สุดอันดับ 5 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์แกรนด์สแลมชายเดี่ยวหนแรกในชีวิต
ภายหลังการแข่งขัน ซเวเรฟกล่าวว่า คอร์ตแห่งนี้มีความพิเศษกับตนอย่างมากในหลายความหมาย เพราะมีทั้งช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตและแย่ที่สุดในชีวิตที่นี่ ครั้งหนึ่งเมื่อปี 4 ปีที่แล้ว ตนเคยนอนอยู่ตรงมุมหนึ่งของคอร์ตมีปัญหาบาดเจ็บหนัก เอ็นขาด 7 จุด และกระดูกหักอีก 2 จุด รวมถึงเคยแพ้ในรอบชิงที่คอร์ตนี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แต่ณ เวลานี้ ในที่สุดมันก็จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ต้องขอบคุณแฟนๆ ที่ช่วยผลักดันมาตลอดสัปดาห์
ซเวเรฟกล่าวต่อว่า ต้องขอบคุณทีมงานของตนเช่นกัน จะว่าไป ตนอาจจะเป็นนักเทนนิสที่ใช้ทีมงานมายาวนานกว่าใครในโลก และมีโค้ชที่อยู่กันมายาวที่สุด นั่นก็คือพ่อของตน ยังไงก็คงแยกกันไม่ได้ เพราะอยู่ตรงนี้กันมา 29 ปีแล้ว พี่ชายก็อยู่ด้วยกันมา 29 ปี ยังไงก็แยกกันไม่ได้เช่นกัน ส่วนเทรนเนอร์คนนี้ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่ปี 2014 ตอนตนอายุ 16 ปี อีกทั้งยังมีเพื่อนสนิทที่มาให้กำลังใจในบ๊อกซ์ผู้เล่นมากว่า 10 ปี หนึ่งในคนสำคัญที่ทำให้ตนมีความสุขเสมอ และขอบคุณผู้จัดการที่ทำงานด้วยกันมากว่า 10 ปี ขณะที่นักกายภาพบำบัดถือเป็นหน้าใหม่ เพิ่งร่วมงานกันมาได้ 2 สัปดาห์ ดังนั้น จึงถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี
“ขอขอบคุณทุกคน เราผ่านอะไรมาด้วยกันมากมาย ทั้งปัญหาบาดเจ็บ เรื่องราวที่เจ็บปวด ความพ่ายแพ้ เราเคยแพ้มาในช่วงเวลาสำคัญที่สุด แต่ในที่สุดเราก็กลายเป็นแชมป์แกรนด์สแลมแล้ว นั่นคือสิ่งสำคัญ” ซเวเรฟกล่าวทิ้งท้าย

