ยูเอส โอเพ่น ประกาศเพิ่มเงินรางวัลมากที่สุดในประวัติศาสตร์แกรนด์สแลม
ฝ่ายจัดการแข่งขันเทนนิสแกรนด์สแลม “ยูเอส โอเพ่น” ประกาศเพิ่มเงินรางวัลจากปีที่แล้ว 20 เปอร์เซ็นต์ มียอดเงินรางวัลรวม 108 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,564 ล้านบาท) โดยแชมป์ประเภทเดี่ยวทั้งชายและหญิงจะได้รับเงินรางวัลคนละ 5.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (181.5 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10 เปอร์เซ็นต์
ขณะที่นักเทนนิสที่ตกรอบแรกจะได้เงินรางวัลคนละ 140,000 ดอลลาร์สหรัฐ (4.62 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ (990,000 บาท) หรือคิดเป็น 27 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ศึกยูเอส โอเพ่น เป็นทัวร์นาเมนต์ที่มอบเงินรางวัลให้นักกีฬาสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันแกรนด์สแลม
นอกจากเงินรางวัลแล้ว ฝ่ายจัดการแข่งขันยังแยกงบออกมาอีกก้อนมูลค่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (66 ล้านบาท) เป็นเงินทุนด้านสวัสดิการที่ตัวแทนนักเทนนิสเรียกร้องจากรายการแกรนด์สแลมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เมื่อเร็วๆ นี้ ฝ่ายจัดการแข่งขันแกรนด์สแลม 4 รายการ เพิ่งออกแถลงการณ์ร่วมว่าจะตั้ง “สภานักเทนนิสแกรนด์สแลม” ขึ้นมาตามข้อเรียกร้องของนักเทนนิส เพื่อให้นักกีฬามีสิทธิมีเสียงในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ
ส่วนอีกหนึ่งข้อเรียกร้องคือการให้รายการแกรนด์สแลมคำนวณเงินรางวัลจากรายได้ กล่าวคือให้ตั้งงบเงินรางวัลคิดเป็น 16 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของการแข่งขันในเวลานี้ และให้เพิ่มตัวเลขขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 22 เปอร์เซ็นต์ ภายในปี 2030 ซึ่งมีแนวโน้มที่ยูเอส โอเพ่น จะเป็นแกรนด์สแลมแรกที่ไปถึงยอดดังกล่าวได้ โดยเคร็ก ไทลีย์ อดีตประธานสหพันธ์เทนนิสออสเตรเลียซึ่งมารับตำแหน่งนายกสมาคมเทนนิสแห่งสหรัฐ (ยูเอสทีเอ) กล่าวว่า นี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญเรื่องแผนการลงทุนในนักกีฬาที่จะกินเวลาหลายปี

