เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่สนามกีฬาคิง เพาเวอร์ เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษได้มีการแข่งขันฟุตบอลระหว่างเลสเตอร์ ซิตี้ กับเวสต์แฮมยูไนเต็ด ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้ คิงเพาเวอร์นำสื่อมวลชนเดินทางจากประเทศไทยมาร่วมชม ทั้งนี้ก่อนการแข่งขันเริ่มขึ้นที่บริเวณร้านของที่ระลึก คิง เพาเวอร์ได้เปิดตัวสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ INDIGO หรืออินดิโก้ คือเสื้อ กระเป๋า ผ้าพันคอ ซึ่งเป็นสินค้าที่ย้อมด้วยคราม จากจังหวัดสกลนคร โดยวิธีการย้อมและผลิตครามเป็นเทคนิกและวิธีทำของท้องถิ่นที่จังหวัดสกลนคร ถือเป็นการเป็นตัวสินค้าคอลเลกชั่นดังกล่าวเปิดตัวเป็นครั้งแรก
โดยนายอัยยวัตน์ ศรีวัฒนประภา ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ เปิดเผยว่า คิง เพาเวอร์ จัดทำโครงการภายใต้แนวคิด คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังไทย ต้องการส่งเสริมศักยภาพคนไทยสู่เวทีโลก ผ่านกิจกรรม 4 ด้านคือ SPORT POWER หรือกีฬา MUSIC POWER ด้านดนตรี COMMUNITY ด้านชุมชน และ EDUCATION & HEALTH PoWER หรือด้านการศึกษา และด้านคุณภาพชีวิตสาธารณสุข นำไปสู่การดำเนินการเพื่อสังคมไทยตั้งแต่ระดับบุคคล ชุมชน ประเทศชาติ ไปถึงระดับสากล

นายอัยยวัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับคอลเลกชั่น INDIGO เป็นโปรเจกต์ภายใต้โครงการ คิง เพาเวอร์ ไทย เพาเวอร์ พลังคนไทยด้านชุมชน เป็นการเปิดตัวครั้งแรกของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ พัฒนาสินค้าร่วมกับชุมชนบ้านนาขาม จังหวัดสกลนคร เป็นเวลา 2 ปี โดยได้เข้าไปให้องค์ความรู้กับผู้ผลิตในชุมชนเพื่อต่อยอดพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ตลาดต่างประเทศ และเป็นช่องทางในการจัดจำหน่ายให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล

“คอลเลกชั่นอินดิโก้ ได้ถูกออกแบบและผลิตเพื่อขายเป็นของที่ระลึกในสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ พร้อมวางจำหน่าย ณ เดอะซิตี้แฟนสโตส์ แอท คิง เพาเวอร์ สเตเดียม เมืองเลสเตอร์ ประเทศอังกฤษ โดยได้นำเอาเสน่ห์ผ้าไทยอย่างผ้าสีย้อมครามมาออกแบบตัดเย็บใหม่ ให้ดูนำสมัย สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยคอลเลกชั่นที่หลากหลายกว่า 7 หมวดสินค้า ได้แก่ เสื้อทีเชิ้ต เสื้อลายปัก เสื้อทีเชิ้ตลายสกรีน เสื้อโปโล หมวกแก๊ป หมวกไหมพรม กระเป๋าใส่ของเอนกประสงค์ ฯลฯ ทุกชิ้นทำด้วยการย้อมมือแบบดั้งเดิม ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์ มีเสน่ห์เฉพาะตัว”นายอัยยวัตน์กล่าวและว่า นอกจากคอลเลกชั่นอินดิโก้แล้ว คิง เพาเวอร์ยังเข้าไปสนัสบสนุนผู้ประกอบการขนาดเล็กและกลาง ให้ความรู้และพัฒนาสินค้า เพิ่มสร้างมูลค่าเพิ่ม ตลอดจนร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อพัฒนาสินค้าชุมชนให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล


