‘โปรเม’ เอรียา สร้างประวัติศาสตร์ สุดยอด ‘กอล์ฟ’ โลก

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับ โปรเมŽ เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟสาวเลือดไทยกับฤดูกาลที่สุดยอดที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การแข่งขัน แอลพีจีเอทัวร์

โปรเม เป็นนักกอล์ฟคนแรกในประวัติศาสตร์ที่กวาดรางวัลใหญ่ส่งท้ายฤดูกาลของทัวร์กอล์ฟหญิงอันดับ 1 ของโลกได้ครบถ้วน เริ่มจากรางวัล อันนิก้า เมเจอร์ อวอร์ดŽ สำหรับนักกอล์ฟที่ทำผลงานดีที่สุดในรายการระดับเมเจอร์ 5 รายการ, รางวัล นักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปีŽ ที่การันตีตั้งแต่ยังเหลือการแข่งขันอีก 3 ทัวร์นาเมนต์ในปีนี้, ตำแหน่ง นักกอล์ฟทำเงินสูงสุดของฤดูกาล กับผลงาน 2,743,949 ดอลลาร์สหรัฐ (90.5 ล้านบาท), โบนัส 1 แสนดอลลาร์สหรัฐ (3.3 ล้านบาท) สำหรับนักกอล์ฟที่ติดท็อปเท็นสูงสุดในรอบปี รวม 17 รายการจากที่เข้าร่วมแข่งขัน 28 รายการ คิดเป็น 61 เปอร์เซ็นต์

ก่อนปิดท้ายอีก 2 รางวัลใหญ่ แวร์ โทรฟี่Ž สำหรับนักกอล์ฟที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่ำสุดในรอบปี 69.415 และโบนัส 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (33 ล้านบาท) จากคะแนนสะสม เรซ ทู ซีเอ็มอี โกลบŽ ซึ่งต้องลุ้นกันจนถึงรายการปิดท้ายฤดูกาล

ความสำเร็จของโปรเมยังมีน้ำจิ้มเพิ่มความสุดยอดด้วยการจบปีในฐานะมือ 1 ของโลก แถมยังทำลายสถิติเบอร์ดี้สูงสุดของทัวร์รวม 470 ครั้ง มากกว่าที่ตัวเองเคยทำสถิติเอาไว้เมื่อปี 2016 อยู่ 1 ครั้ง โดยปีนี้โปรเมเก็บแชมป์เพิ่มอีก 3 รายการ ทำให้สถิติรวมอยู่ที่ 10 รายการ ทั้งที่อายุยังไม่เต็ม 23 ปี ในจำนวนนี้เป็นแชมป์เมเจอร์หนที่ 2 ในชีวิตกับศึก ยูเอส วีเมนส์ โอเพ่น

กูรูกอล์ฟฝั่งตะวันตกบอกว่า ผลงานสุดยอดของโปรเมในปีนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจ เนื่องจากฤดูกาลนี้มีนักกอล์ฟคว้าแชมป์ไม่ซ้ำหน้าถึง 26 คน โดย 3 แชมป์ของโปรเมถึงจะมากกว่าคนอื่น แต่ก็ไม่ได้โดดออกมาอย่างเห็นได้ชัดแต่อย่างใด แต่สาวไทยก็ยังกวาดรางวัลได้หมด หมายความว่าเธอรักษามาตรฐานได้ดีตลอดทั้งปี (ยืนยันจากสถิติการติดท็อปเท็นมากที่สุด)

โปรเมบอกว่า จากสารพัดรางวัลที่ทำได้ในปีนี้ รางวัลที่ถือเป็นไฮไลต์ของตัวเองคือ “แวร์ โทรฟี่”Ž หรือสกอร์เฉลี่ยต่ำสุด เนื่องจากเป็นหนแรกที่ทำได้ จากที่ไม่ค่อยได้มีลุ้นมากนักในปีก่อนๆ แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในเกมการเล่นของตัวเอง

แต่ไหนแต่ไรมา เกมของโปรเมก็แทบไม่มีจุดอ่อนอยู่แล้ว ทั้งการตีไกล เกมสั้นที่มีประสิทธิภาพ แถมยังพัตได้แม่นยำ ยิ่งช่วงหลังๆ ยิ่งปรับปรุงการพัตโดยเฉพาะเรื่องสปีดลูกได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งกลายเป็นอาวุธสำคัญ

ปกตินักกอล์ฟที่เด่นด้านหนึ่งมักจะมีปัญหาอีกด้าน เช่นคนที่ตีไกลมากๆ พอถึงเวลาต้องพัตหรือเล่นเกมสั้นมักจะควบคุมความแรงหรือกะน้ำหนักกับระยะไม่ค่อยเก่ง ส่วนคนมือเบา พัตเจ๋งๆ ก็มักจะตีไม่ค่อยไกล ขณะที่โปรเมมีส่วนผสมทั้ง 2 ฝั่งที่ลงตัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่คนในแวดวงกอล์ฟโลกซึ่งเห็นฝีมือของสาวไทยคนนี้มาตั้งแต่ระดับเยาวชนจะคาดการณ์ว่าโปรเมจะต้องแจ้งเกิดแบบเปรี้ยงปร้างตั้งแต่เทิร์นโปรอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ช่วงออกสตาร์ตชีวิตนักกอล์ฟอาชีพของโปรเมกลับวูบวาบเกินคาด ซึ่งสาเหตุหลักนั้นไม่ใช่ปัญหาเรื่องการเล่น แต่เป็นเรื่องของจิตใจเป็นสำคัญ

โปรเมหวิดจะคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์หนแรกในชีวิตในศึก ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ที่บ้านเราเมื่อปี 2013 แต่เกิดอาการเกร็งจนเสียทริปเปิลโบกี้ที่หลุมสุดท้าย จากที่นำมา 2 สโตรกเลยพลาดแชมป์อย่างน่าเสียดาย จนสาวน้อยวัย 17 ณ เวลานั้น ถึงกับร้องไห้ออกมาในสนาม


พอมาประสบปัญหาบาดเจ็บหนักที่หัวไหล่จนต้องผ่าตัดและพักไปเกือบปี โปรเมต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะรวบรวมสภาพจิตใจกลับมาตั้งหลักใหม่ได้ โดยช่วงที่ฟอร์มยังไม่เข้าที่นั้น โปรเมเคยไม่ผ่านตัดตัวถึง 10 รายการติดต่อกันในปี 2015 ส่วนต้นปี 2016 ก็มาพลาดแชมป์เมเจอร์ เอเอ็นเอ อินสไพเรชั่น ด้วยปัญหาเรื่องใจอีกครั้ง เมื่อนำการแข่งขัน 2 สโตรก ขณะเหลือ 3 หลุม แต่ไปเสียโบกี้รวดใน 3 หลุมสุดท้ายจนหลุดไปจบอันดับ 4 ร่วม

หลังจากนั้น โปรเมเริ่มเปลี่ยนวิธีคิดตามคำแนะนำของทีมโค้ชจิตวิทยาจากทีมงาน วิชั่น 54 เริ่มสอดแทรกรอยยิ้มเข้าไปในจังหวะรูทีนก่อนตี เป็นการรวบรวมสมาธิให้ใจนิ่งก่อนหวดแต่ละช็อต จนประสบความสำเร็จ คว้าแชมป์ได้ 3 รายการติดต่อกันช่วงกลางปี 2016

ความสำเร็จต่อเนื่องทำให้โปรเมกลายเป็นที่คาดหวังในการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ 2016 ที่นครรีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ในปีเดียวกัน แต่ปัญหาบาดเจ็บทำให้ต้องถอนตัวกลางคันท่ามกลางความผิดหวังของแฟนกีฬาชาวไทยและเจ้าตัวเอง

โปรเม ปิดปี 2016 ด้วยการคว้าแชมป์ถึง 5 รายการ คว้ารางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี และเงินโบนัสเรซ ทู ซีเอ็มอี โกลบ ไปครองอย่างสมศักดิ์ศรี

ปีต่อมา สาวไทยก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวด้วยการขึ้นไปครองมือ 1 ของโลก แต่ก็ต้องแพ้แรงกดดันจากความคาดหวังและการถูกจับจ้องจากสื่อและแฟนๆ จนผลงานเริ่มสะดุด ทั้งไม่ผ่านตัดตัว 5 รายการ และถอนตัวอีก 1 รายการ จนหล่นจากมือ 1 โลกในเวลาอันรวดเร็ว

โปรเมกลับมาในปีนี้ด้วยการคิดใหม่ทำใหม่อีกครั้ง โดยยอมรับว่า เวลาที่คิดถึงเรื่องชัยชนะ เวลาที่คาดหวังว่าจะต้องคว้าแชมป์ให้ได้ หรือคิดว่าคนอื่นจะคาดหวังให้ตัวเองทำผลงานอย่างไร มักจะเล่นไม่ดีเพราะเกร็งไปเองอยู่บ่อยๆ เป้าหมายในปีนี้จึงเป็นการไม่คาดหวังอะไร อยากจะทุ่มเทและสนุกกับการแข่งขันให้เต็มที่ คุยกับตัวเองเพื่อสร้างความมั่นใจให้ตัวเอง เล่นแบบผ่อนคลายไม่กดดัน และอยากจะเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนในประเทศ ซึ่งโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดีเป็นที่น่าพอใจมากๆ

ขณะที่โค้ชหรือนักวิเคราะห์รอบข้างก็คิดเห็นคล้ายๆ กันว่า โปรเม มีคุณสมบัติและเกมที่พร้อมสำหรับการเป็นสุดยอดของวงการกอล์ฟโลกอยู่แล้ว ขอเพียงทุกอย่างเข้าที่เข้าทางก็น่าจะรักษามาตรฐานได้ยาวๆ ซึ่งถ้าเรื่อง “ใจ”Ž ที่มักเป็นปัญหาของยอดโปรสาวคนนี้ลงตัวขึ้นเรื่อยๆ แบบในปีนี้แล้วละก็

ปีหน้าคงเป็นอีกปีที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับแฟนกีฬาชาวไทยอีกอย่างแน่นอน!

บทความก่อนหน้านี้ฟังเสียง’ฟอนตาเนียล’สุดแฮปปี้ ‘น้องแต้ว’ฟอร์มเฉียบตุนทองแดงให้ไทยศึกมวยหญิงโลก(คลิป)
บทความถัดไปผู้พิพากษามะกันระงับคำสั่ง ‘ทรัมป์’ ห้ามผู้อพยพยื่นขอลี้ภัย