สกู๊ปพิเศษ : มองข้ามช็อต ‘บัลลงดอร์ 2019’ หรือ ‘โรนัลโด้-เมสซี่’ จะกลับมา?

AFP

เป็นอันว่ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี 2018 ถ้วยเก่าแก่อย่าง ลูกบอลทองคำ หรือ บัลลงดอร์ ซึ่งจัดโดยนิตยสาร ฟร้องซ์ ฟุตบอล ของฝรั่งเศส ในปีนี้ ตกเป็นของ ลูก้า โมดริช ตามความคาดหมาย

แม้ อองตวน กรีซมันน์ แข้งดังชาวฝรั่งเศสของ แอตเลติโก้ มาดริด ซึ่งได้คะแนนโหวตเป็นอันดับ 3 จะตัดพ้อเล็กๆ ว่า อุตส่าห์ได้ทั้งแชมป์โลกและแชมป์สโมสรยุโรปถ้วยเล็กอย่างยูโรป้าลีก แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะคว้ารางวัลดังกล่าว ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าด้วยปัจจัยหลายอย่างส่งให้โมดริชคู่ควรกับรางวัลนี้อย่างไร้ข้อกังขา

การพา รีล มาดริด คว้าแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรปอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ถึง 3 สมัยติดต่อกันว่ายอดแล้ว การพาม้ามืดอย่างทีมชาติ โครเอเชีย ทะลุถึงรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2018 ยิ่งน่าทึ่งกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาท “กัปตันทีม” ของโมดริชซึ่งให้คาแรกเตอร์ที่ต่างจากตอนทำหน้าที่เพลย์เมกเกอร์ผู้ปิดท้องหลังพระในทีมราชันชุดขาวอย่างสิ้นเชิง

ลูก้า โมดริช คว้าบัลลงดอร์ (ภาพ AFP)

การครองรางวัลใหญ่วงการลูกหนังของโมดริชในครั้งนี้ ยังทำให้เกิดคำถามถึง 2 ซุป’ตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ ซึ่งโดนหยุดสถิติหลังผลัดกันคว้ารางวัลนี้ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา ว่าจะมีวันที่พวกเขาได้กลับมาครองความยิ่งใหญ่อีกหรือไม่

หรืออย่างเร็วที่สุดคือ รางวัลบัลลงดอร์ในปีหน้านั้น โมดริชจะป้องกันแชมป์เอาไว้ได้? เมสซี่กับโรนัลโด้จะกลับมา? หรือจะมีนักเตะคนไหนสอดแทรกขึ้นมาอีก?

สำหรับการพิจารณารางวัลบัลลงดอร์ในปีหน้านั้น เนื่องด้วยไม่มีฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ทีมชาติถ้วยใหญ่ ยกเว้นศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ลีก รายการใหม่แกะกล่องของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ซึ่งทุกชาติในยุโรปต้องเตะอยู่แล้ว น้ำหนักจึงตกไปอยู่ที่ถ้วยแชมป์ลีกในประเทศ รวมถึงถ้วยใหญ่อย่างแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่า

คำตัดพ้อของกรีซมันน์ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า แชมเปี้ยนส์ลีกมีความสำคัญประกอบการตัดสินใจขนาดไหน และจากสถิติผู้ครองรางวัลบัลลงดอร์ 5 ครั้งหลังสุด ล้วนอยู่ในทีมที่คว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกปีนั้นได้ทั้งสิ้น ดังนั้น คงต้องรอดูแนวโน้มกันว่าเมื่อถึงรอบลึกแล้วจะเหลือทีมไหนให้ได้ลุ้นกันบ้าง

แน่นอนว่าทั้งโรนัลโด้และเมสซี่ต่างก็มีลุ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากทั้ง ยูเวนตุส และ บาร์เซโลน่า ต่างก็ยังทำผลงานได้ดีในถ้วยยุโรป ตีตั๋วผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์กันเป็นที่เรียบร้อย โดยในกรณีของโรนัลโด้นั้น ปีนี้ไม่น่ามีปัญหาในการลุ้นแชมป์กัลโช่ เซเรียอา กับยูเว่ ขณะที่เมสซี่อาจต้องลุ้นเหนื่อยกว่าสำหรับแชมป์ลาลีก้า สเปน

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (ภาพ AFP)

ในแง่ผลงานส่วนบุคคล หลังเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ โรนัลโด้กดไปแล้ว 11 ประตู จาก 18 นัด ขณะที่เมสซี่ยังฮอตเหมือนเดิม ยิง 15 ประตู จากการลงสนาม 15 นัด ถ้าสมมุติทีมใดทีมหนึ่งก้าวไปคว้าแชมป์ยุโรปขึ้นมาจริง ด้วยชื่อชั้นของทั้ง 2 คน อย่างไรเสีย รางวัลบัลลงดอร์ปีหน้าก็ไม่น่าพ้นมือของโรนัลโด้หรือเมสซี่ไปได้


อย่างไรก็ตาม นอกจากทั้ง 2 คนแล้ว ชื่อที่จะมองข้ามไม่ได้เป็นอันขาดคงไม่พ้น คีเลียน เอ็มบัปเป้ กองหน้าสุดฮอตของ ปารีส แซงต์แชร์แมง ซึ่งเวทีบัลลงดอร์ปีนี้คว้ารางวัล “โคปา โทรฟี่” สำหรับนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมไปครอง

เอ็มบัปเป้เป็นหนึ่งในนักเตะไม่กี่คนที่หลังจบฟุตบอลโลกแล้วยังสามารถรักษามาตรฐานและฟอร์มการเล่นของตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากมีส่วนช่วยพาฝรั่งเศสเป็นแชมป์โลกไปแล้ว ฤดูกาลนี้ แข้งวัย 19 ปี ยิงไปแล้ว 14 ประตู จาก 15 นัด แต่อาจจะติดตรงเปแอสเชมีลุ้นในถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกน้อยกว่าบาร์ซ่าและยูเว่ ด้วยประสบการณ์และปัจจัยบางอย่างที่ยังไม่สุด คงต้องดูกันยาวๆ ว่าเขาจะไปถึงฝั่งฝันได้หรือไม่

เอ่ยถึงเปแอสเชแล้ว ก็ยังมีนักเตะอีกรายที่ห้ามมองข้าม นั่นคือ เนย์มาร์ ซุป’ตาร์ชาวบราซิเลียนที่ยิงไป 15 ประตู จาก 18 นัด

ว่ากันว่าเนย์มาร์ไม่ค่อยแฮปปี้นักกับสถานการณ์ในทีมเปแอสเชเวลานี้ เนื่องจากโดนเอ็มบัปเป้ขโมยซีนไปบ่อยครั้ง จนเกิดข่าวลือว่าเขาอาจจะมองหาทีมใหม่ในช่วงเปิดตลาดเดือนมกราคม โดยมีชื่อของบาร์ซ่าและมาดริดเป็นเป้าหมายใหญ่ๆ ซึ่งหากย้ายทีมขึ้นมาจริงๆ ก็อาจจะทำให้เปอร์เซ็นต์การลุ้นรางวัลบัลลงดอร์ของเนย์มาร์เพิ่มมากขึ้น

สำหรับนักเตะคนอื่นๆ นั้น นอกจากผลงานของทีมแล้ว ยังต้องดูผลงานส่วนบุคคลและสตาร์พาวเวอร์ประกอบกันไปด้วย อย่างกรีซมันน์ยังมีลุ้น เพราะผลงานของแอตฯมาดริดในบอลลาลีก้าก็ถือว่าไปได้ดี ส่วนถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก ตอนนี้ก็การันตีเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้วเช่นกัน

ลิโอเนล เมสซี่ (ภาพ Reuters)

ส่วน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมสุดแกร่งแห่งพรีเมียร์ลีกที่ฤดูกาลนี้ยังคงเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์ลีกได้อีกสมัย แม้ฟอร์มการเล่นจะน่าเกรงขาม แต่กลับไม่มีนักเตะคนใดคนหนึ่งโดดเด้งขึ้นมาเป็นพิเศษ

เควิน เด บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ชาวเบลเยียม อาจพอมีโอกาสบ้าง แต่ถ้าผลงานไม่เด่นขึ้นมาจากเพื่อนร่วมทีมจริงๆ หรือเรือใบสีฟ้าไม่ได้ถ้วยยุโรปแบบเหนือชั้นก็อาจจะลำบากอยู่ เช่นเดียวกับโมดริชที่ฤดูกาลนี้ถือว่าฟอร์มยังไม่เปรี้ยงเท่าที่ควร

สำหรับนักเตะคนอื่นๆ เรียกว่าโอกาสลุ้นค่อนข้างยาก เพราะไม่มีใครโดดเด่นเป็นพิเศษ ยกเว้นจะระเบิดฟอร์มได้เหมือนกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกลิเวอร์พูลเมื่อฤดูกาลก่อน แถมทีมยังก้าวไปคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกได้ด้วย นั่นแหละถึงจะมีโอกาสได้รับคะแนนโหวตสูงสุดกับเขา

หาไม่แล้วก็อาจต้องเตรียมฉลองสถิติคว้ารางวัลสมัยที่ 6 ล่วงหน้าให้โรนัลโด้หรือเมสซี่เสียก็เป็นได้!

บทความก่อนหน้านี้คืบหน้านาฬิกาหรูบิ๊กป้อม!! ส่งสรุปสำนวนให้ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ชี้ขาด ธ.ค.นี้
บทความถัดไปเพอร์เฟกต์ สลีป! กูรูแนะ ‘นอน’ หลับสนิทตลอดคืน