‘ราชภัฏอุบลราชธานีเกมส์-นาโปลี 2019’ สองศึกใหญ่ปัญญาชนไทยในห้วงปีหมูทอง

 

วงการกีฬาปัญญาชนไทยในปี 2562 มี 2 ภารกิจใหญ่ๆ ให้ลุ้นกัน อย่างแรก คือ การแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 46 “ราชภัฏอุบลราชธานีเกมส์” ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานีเป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 11-20 มกราคมที่จะถึงนี้ หลังจากนั้นจะเป็นศึกใหญ่ กีฬามหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 30 “นาโปลี 2019” ที่เมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี ระหว่างวันที่ 3-14 กรกฎาคม

ศึกกีฬามหาวิทยาลัยที่กำลังจะแข่งขันกันในไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นเวทีที่ใช้พิจารณาศักยภาพของนักกีฬาระดับอุดมศึกษาของไทยว่าใครที่จะมีโอกาสก้าวขึ้นไปสู่ทีมชาติไทยในมหกรรมกีฬาระดับนานาชาติอื่นๆ หรือมีสถิติและผลงานดีพอที่จะไปแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลกได้หรือไม่

มรภ.อุบลราชธานีบรรจุชนิดกีฬาในการชิงชัยครั้งนี้ถึง 32 ชนิดกีฬา ประกอบด้วย กรีฑา ว่ายน้ำ บาสเกตบอล ฟุตบอล วอลเลย์บอล แบดมินตัน เซปักตะกร้อ เทควันโด ฟุตซอล เทนนิส วอลเลย์บอลชายหาด เปตอง ลีลาศ เทเบิลเทนนิส ปันจักสีลัต คาราเต้โด ยูโด เรือพาย ปีนหน้าผา กอล์ฟ มวยสากลสมัครเล่น รักบี้ฟุตบอล แฮนด์บอล ครอสเวิร์ด บริดจ์ หมากกระดาน มวยไทยสมัครเล่น ฮอกกี้ ยูยิตสู เอแมท เพาะกายและฟิตเนส ดาบไทย โดยมีอีสปอร์ตและลอนโบว์ลสเป็นกีฬาสาธิต ใช้งบประมาณ 230 ล้านบาท ทั้งในการบริหารจัดการด้านต่างๆ รวมไปถึงการสร้างสปอร์ต คอมเพล็กซ์แห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านยางน้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งจะใช้เป็นสังเวียนหลักในการจัดการแข่งขัน และกระจายออกไปตามชุมชนต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมด้วย

การชิงชัยเจ้าเหรียญทองปีนี้ยังคงเป็นไปอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะ “แชมป์เก่า” มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี ที่กลายเป็นสถาบันที่รวบรวมนักกีฬาฝีมือดีมาไว้จำนวนมาก ประกาศศักดาคว้าแชมป์เมื่อปีที่แล้วเป็นครั้งแรก มาครั้งนี้ก็ยังคงขนทัพทีมชาติมาล่าเจ้าของเหรียญทองสมัยที่ 2 อย่างต่อเนื่อง

ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง รองอธิการบดี ม.กรุงเทพธนบุรี ฝ่ายกิจการนักศึกษา กล่าวว่า ยังไม่ได้ตั้งเป้าจะได้กี่เหรียญทองแต่ก็ให้นักกีฬาเล่นอย่างเต็มที่พยายามจะรักษาสถิติที่ครองเหรียญทองให้ได้ และไม่ควรต่ำกว่า 83 เหรียญทองที่ทำได้ในราชมงคลธัญบุรีเกมส์ เมื่อปีที่แล้ว

อีกสถาบันที่เป็นตัวเต็งอย่างไม่ต้องสงสัย คือ สถาบันการพลศึกษา รองแชมป์เมื่อครั้งที่แล้ว และแชมป์เก่าครั้งที่ 44 ยังมีนักกีฬาทีมชาติอยู่ในทุกวิทยาเขต ขณะที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของแชมป์ 6 สมัยใน 10 ปีหลังสุด ก็มาสู้เต็มที่เช่นกัน ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาฯ ยอมรับว่าคงเป็นงานหนักถ้าอยากจะแย่งเจ้าเหรียญทองกลับมา แต่เชื่อว่านักกีฬาของรั้วจามจุรีมีศักยภาพที่ดีพอจะทำได้ ย้ำให้ทุกคนสู้อย่างเต็มที่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

หลังจากจบศึกราชภัฏอุบลราชธานีเกมส์ ก็เข้าสู่ช่วงเฟ้นหานักกีฬาเพื่อไปลุยนาโปลี 2019 เพราะต้องใช้นักกีฬาระดับหัวกะทิไปสู้กับชาติอื่นๆ โดยครั้งนี้กีฬาความหวังของไทยอย่างยกน้ำหนักและแบดมินตันถูกตัดออกไป ทำให้โอกาสที่ลุ้นเหรียญทองน้อยลงไปอีก

รศ.วิชิต คนึงสุขเกษม ประธานคณะทำงานฝ่ายเทคนิค คณะกรรมการบริหารกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย(ก.ก.ม.ท.) ยืนยันว่าจะต้องหานักกีฬาชุดที่ดีที่สุดไปแข่งขัน เพราะเป็นการแข่งขันในทวีปยุโรป มีค่าใช้จ่ายสูง และคู่แข่งที่มานั้นน่าจะเป็นนักกีฬาเก่งๆ จากแถบนั้นทั้งสิ้น คงไม่สามารถเอานักกีฬาระดับรองไปลุ้นเหรียญรางวัลได้ นอกจากนั้นหลายชนิดกีฬาที่เป็นกีฬาความหวังของไทยก็ยังไม่มีแข่งขัน จึงต้องเตรียมการอย่างละเอียดที่สุด

นอกจากสองมหกรรมนี้แล้ว ยังมีการแข่งขันชิงแชมป์นอกมหกรรมอีกในหลายกีฬา ที่พลาดไม่ได้เลย คือ ฟุตบอลชิงแชมป์มหาวิทยาลัยโลก 2019 ที่ประเทศจีน ซึ่งแข้งปัญญาชนไทยในฐานะแชมป์เอเชีย ปี 2018 ทั้งชายและหญิงจะได้โชว์ฝีเท้าในรายการนี้ด้วย

ถือว่าเป็นอีกปีที่นักกีฬาปัญญาชนไทยมีทั้งสังเวียนนอกและในประเทศ แถมยังมีเรื่องการเรียนเป็นอีกเรื่องที่ต้องทำให้สำเร็จ แต่ถ้าทำทั้งสองเรื่องสำเร็จได้ อนาคตที่สดใสรออยู่ข้างหน้าแน่นอน

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
เพิ่มเพื่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้“ระโนด”ขอเขื่อนกันคลื่น ขาดช่วง 300 เมตร บ้าน10 หลังส่อถูกถล่มพัง โอดย้ายหลายรอบแล้ว
บทความถัดไปหมอกฤษณ์เปิดดวง 12 ราศี ปี 62 ใครเฮงสุด ๆ หรือใครจะรวย จะได้คู่ ไปดูกัน