‘ซีเกมส์’ ฉบับฟิลิปปินส์ ใหญ่ที่สุด งงที่สุด และโกงที่สุด?

กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 จะมีพิธีเปิดขึ้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน ที่ฟิลิปปินส์ อารีน่า นับเป็นการประกาศว่าการชิงชัยมหกรรมกีฬาแห่งอาเซียนได้เริ่มขึ้นอีกครั้งแล้ว ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 11 ธันวาคม

ซีเกมส์ครั้งนี้ ฟิลิปปินส์จัดเต็มเพราะบรรจุถึง 56 ชนิดกีฬา กีฬาหลัก กรีฑา, ว่ายน้ำ (ว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ,โปโลน้ำ, ว่ายน้ำมาราธอน) / กีฬาโอลิมปิก-เอเชี่ยนเกมส์สปอร์ต ยิงธนู, แบดมินตัน, เบสบอล/ซอฟต์บอล, บาสเกตบอล, บิลเลียด, โบว์ลิ่ง, มวยสากล, แคนู/เรือประเพณี, หมากรุก, จักรยาน, ลีลาศ, ฟันดาบ, ฟุตบอล, กอล์ฟ, ยิมนาสติก, แฮนด์บอล, ฮอกกี้, ฮอกกี้น้ำแข็ง, สเก็ตน้ำแข็ง, ยูโด, คาราเต้, ปัญจกีฬาสมัยใหม่, มวยไทย, ปันจักสีลัต, โปโล, เรือพาย, รักบี้7คน, เรือใบ/วินด์เซิร์ฟ, เซปักตะกร้อ, สเกตบอร์ด, ยิงปืน, ซอฟต์เทนนิส, สควอช, กระดานโต้คลื่น, เทเบิลเทนนิส, เทควันโด, เทนนิส, ไตรกีฬา, วอลเลย์บอล, ยกน้ำหนัก, มวยปล้ำ, วูซู / กีฬาเลือก อาร์นิส, อีสปอร์ต, ฟลอร์บอล, ยูยิตสู, คิกบ็อกซิ่ง, คูราช, ลอนโบว์/เปตอง, เนตบอล, ออบสตรักเคิล คอร์ส (วิ่งผ่านอุปสรรค), แซมโบ้/โววีนั่ม, ฮอกกี้ใต้น้ำ, เวกบอร์ด

เนื่องจากชนิดกีฬาที่มากถึง 56 ชนิด ทำให้จำนวนเหรียญรางวัลมากขึ้นตามไปด้วย รวมทั้งสิ้น 529 รายการ แต่ยังน้อยกว่าที่อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2011 ครั้งนั้นชิงชัยกันถึง 545 เหรียญทอง

เจ้าภาพจัดการแข่งขันในสโลแกน We Win As One เพื่อจะสื่อว่า ทั้ง 11 ชาติในอาเซียนจะคว้าชัยชนะเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่วนโลโก้การแข่งขันเป็นวงกลม 11 วง แทน 11 ชาติอาเซียนที่ร่วมแข่งขันในครั้งนี้ เกี่ยวกันเป็นแผนที่ประเทศฟิลิปปินส์ ขณะที่แมสคอตหรือสัญลักษณ์นำโชคเป็นวงกลม 4 สีในธงชาติฟิลิปปินส์ คือ ขาว เหลือง แดง น้ำเงิน รวมกันเป็นตุ๊กตาที่มีรอยยิ้มในชื่อ “ปามี่” ที่แปลว่า “ครอบครัว” ในภาษาตากาล็อก

จำนวนนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ครั้งนี้ ฟิลิปปินส์เป็นทัพใหญ่สุด ที่จำนวน 1,868 คน รองลงมาเป็นอินโดนีเซีย 1,702 คน สิงคโปร์ 1,591 คน และไทยเป็นอันดับ 4 ที่ 1,473 คน ชาติอื่นๆ มาเลเซีย 1076 คน, พม่า 952 คน, เวียดนาม 890 คน, กัมพูชา 510 คน, ลาว 419 คน, บรูไน 257 คน, ติมอร์เลสเต 221 คน

ซีเกมส์ 29 ครั้งที่ผ่านมา (กีฬาแหลมทอง 8 ครั้ง) ไทยคว้าเจ้าเหรียญทองมาได้ถึง 13 ครั้ง ซีเกมส์ 6 สมัยหลังสุด ไทยเป็นแชมป์ได้ถึง 4 ครั้ง ครั้งที่ 24 ที่นครราชสีมา ปี 2552, ครั้งที่ 25 ที่ลาว ปี 2554, ครั้งที่ 27 ที่พม่า ปี 2556 และครั้งที่ 28 ที่สิงคโปร์ ปี 2558 แต่ถ้าซีเกมส์ครั้งไหนที่ชาติอย่างเวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซียหรือแม้แต่ฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ แทบจะมั่นใจได้เลยว่าเจ้าเหรียญทองเป็นของเจ้าภาพแน่นอน
สำหรับความคาดหวังของทัพซีเกมส์ไทย ต้องบอกว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะทวงตำแหน่งเจ้าเหรียญทองกลับมาได้ หลังจากเมื่อ 2 ปีที่แล้วที่มาเลเซีย เจ้าภาพคว้าแชมป์ไปได้ มาครั้งนี้ฟิลิปปินส์เตรียมการมาเต็มที่เพื่อจะครองเจ้าทองให้ได้เช่นกัน

ฟิลิปปินส์จัดกีฬาที่ตัวเองถนัดตามแบบฉบับของเจ้าภาพซีเกมส์ทั่วไป อาร์นิส กีฬาป้องกันตัวของชาติตัวเองที่แทบไม่มีชาติไหนเล่นกัน จัดมาถึง 20 รายการ ตัดอีเวนต์ที่ชาติใหญ่ๆ ถนัดทิ้งไป เพื่อลดโอกาสที่ชาติเหล่านั้นจะทำเหรียญทองจี้ติด อีเวนต์ไหนที่ไม่มีตัวนักกีฬา ก็จะไม่จัด จนต้องทีการประท้วงกันยกใหญ่ เพื่อให้เจ้าภาพบรรจุกลับมาแข่งขันในหลายๆ รายการ

จริงๆ แล้วการที่ฟิลิปปินส์ทำแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเจ้าภาพทุกชาติก็แบบนี้ อาจจะยกเว้นแค่สิงคโปร์ที่จัดได้มาตรฐานสูงจนได้รับคำชมว่าเป็นซีเกมส์ที่ใสสะอาดที่สุดเท่าที่เคยมีมา

จากการแถลงความพร้อมและเป้าหมายของสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทยที่ส่งนักกีฬาแข่งขันในครั้งนี้ คาดการณ์กันไว้ว่าจะได้ทั้งหมด 121 เหรียญทอง จาก 545 เหรียญทอง คิดเป็น 1 ใน 5 ของจำนวนทั้งหมด อย่างไรก็ตามเมื่อดุแล้วก็คงจบแค่อันดับ 2 ของตาราง เพราะสื่อฟิลิปปินส์รายงานว่า เจ้าภาพตั้งเป้าเอาไว้ถึง 220 เหรียญทอง ถ้าทำได้จะเป็นการคว้าเหรียญทองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ซีเกมส์ เอาชนะอินโดนีเซีย ที่เคยทำไว้ 194 เหรียญทอง ในซีเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่กรุงจาการ์ตา เมื่อปี 2540

“บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์

ขณะที่คีย์แมนกีฬาชาติใหญ่ก็ต่างออกมายอมรับกันแล้วว่า การแย่งชิงเจ้าเหรียญทองกับฟิลิปปินส์คงเป็นไปไม่ได้ โดยเฉพาะ “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ หัวหน้านักกีฬาไทยที่ออกมายืนยันว่า เป้าหมายของไทย คือ การเป็นเจ้าเหรียญทองในกีฬาสากล ไม่นับรวมกีฬาที่ไม่ได้รับความนิยมต่างๆ เนื่องจากจะเป็นตัววัดว่ากีฬาไทยพัฒนาไปขนาดไหน และเพื่อเป็นการเตรียมตัวไปสู่การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปีหน้า

ยิ่งถ้าย้อนมองฤทธิ์เดชของฟิลิปปินส์ในการเป็นเจ้าภาพเมื่อซีเกมส์ ครั้งที่ 23 เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ครั้งนั้นเรียกได้ว่าเป็น “ซีโกง” ขนานแท้ เพราะการตัดสินในหลายกีฬา ค้านสายตาคนทั้งสนาม ปีนั้นปินส์กวาดไป 112 เหรียญทอง เป็นเจ้าเหรียญทอง ทิ้งห่างไทยที่เป็นอันดับ 2 ถึง 25 เหรียญ

ถึงแม้ว่าจะหวั่นใจในเรื่องของการตัดสิน แต่สิ่งที่ทำเอาหลายชาติปวดหัวก่อนการแข่งขันอย่างเป็นทางการจะเริ่มขึ้น คือ ความพร้อมที่ฟิลิปปินส์ยังมึนงง ทั้งเรื่องสนามแข่งขัน สาธารณูปโภค โรงแรมที่พัก อาหาร จนถึงขั้นว่าประธานาธิบดี โรดริโก้ ดูแตร์เต ของฟิลิปปินส์ออกมาตำหนิถึงเรื่องทั้งหมด เพราะกลัวว่าผู้มาเยือนฟิลิปปินส์ในช่วงซีเกมส์จะได้รับประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจกลับไป

เปีย วูร์ทซบาค

ในเรื่องความขาดเหลือของเจ้าภาพ มักจะถูกแก้ต่างด้วยการยกเรื่องการถูกตัดงบประมาณการแข่งขันจากเดิน 4.5 พันล้านบาท เหลือ 3,000 ล้านบาท จนต้องรัดเข็มขัดในทุกๆ ด้าน ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สหพันธ์ซีเกมส์เป็นห่วงว่า ฟิลิปปินส์จะเตรียมการไม่ทัน และจะมีการริบสิทธิเป็นเจ้าภาพให้ชาติอื่นที่พร้อมกว่า ท้ายที่สุดคณะกรรมการจัดการแข่งขันของฟิลิปปินส์ก็ประคับประคองจนเข้าสู่ช่วงแข่งขันได้สำเร็จ

พิธีเปิดในวันที่ 30 พฤศจิกายน เจ้าภาพจัดความอลังการรอไว้ให้ชาวอาเซียนได้ร่วมเฉลิมฉลองไปด้วยกัน ความน่าสนใจอยู่ที่การให้นางงามที่รับตำแหน่งในการประกวดเวทีระดับโลกถือป้ายนำขบวนนักกีฬาทั้ง 11 ชาติเข้าสนาม นำโดย เปีย วูร์ทซบาค มิสยูนิเวิร์ส ปี 2015 แถมยังมี อัลลัน ปิเนด้า ลินโด หนึ่งในสมาชิกวงแร็พ “แบล็ค อาย พีส์” ซึ่งเป็นชาวฟิลิปปินส์ มาร่วมโชว์อีกด้วย ขณะที่ทัพนักกีฬาไทยจะมี “อัส” นภิศ ต่อตั้งพานิช นักแม่นปืนดีกรีโอลิมปิกเกมส์ 2016 ถือธงไตรรงค์นำทัพเข้าสนาม ไฮไลต์พิธีเปิดอยู่ที่ แมนนี่ ปาเกียว ยอดนักชกระดับตำนานของโลกจะเป็นผู้จุดคบเพลิงเปิดการแข่งขันครั้งนี้

หลังจากนั้นการชิงชัยที่เข้มข้นจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ จนถึงวันที่ 11 ธันวาคม จะรู้ว่าซีเกมส์เวอร์ชั่นตากาล็อกจะยังคงเป็นซีโกงเหมือนเมื่อ 14 ปีที่แล้วหรือไม่

บทความก่อนหน้านี้อุตุใต้เตือน7จังหวัด‘รับมือฝนหนัก’อ่าวไทยคลื่นสูง4เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่ง30พ.ย.-1 ธ.ค.
บทความถัดไปวีระ ลั่นหาก จนท.ป่าไม้ยอมถอย หลังโดนปารีณาไล่ฟ้อง ก็จะไล่ฟ้อง จนท.รัฐเช่นกัน