สกู๊ปพิเศษต้อนรับปีใหม่ : เปิดปฏิทินกีฬาไทย-เทศ2020 จับตามหกรรมใหญ่ ‘โอลิมปิก-ยูโร’

สวัสดีปีใหม่แฟนกีฬาชาวไทย ซึ่งในปี 2020 นี้ถือว่ามี “ปฏิทินกีฬา” หลายรายการที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะมหกรรมกีฬาอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติอย่าง โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งทัพนักกีฬาไทยมีภารกิจสำคัญช่วงต้นปีในการแย่งชิงตั๋วโอลิมปิกหลายชนิดกีฬา รวมทั้งทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลใหญ่ที่หลายคนให้ความสนใจคือ ยูโร 2020 ซึ่งถือเป็นการแย่งชิงความเป็นหนึ่งของวงการลูกหนังแห่งทวีปยุโรป

เริ่มต้นกันที่ปฏิทินกีฬาไทย ประจำปี 2020 ซึ่งทัพนักกีฬาไทยมีภารกิจสำคัญในการชิงโควต้าโอลิมปิกเกมส์ โดยประเดิมด้วยกีฬาฟุตบอล ซึ่งทัพนักเตะ “ช้างศึกหนุ่ม” ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี จะเข้าร่วมทำศึก ฟุตบอลชิงแชมป์เอเชีย 2020 รุ่นไม่เกิน 23 ปี ที่ประเทศไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ช่วงวันที่ 8-26 มกราคม 2563 ซึ่งจะเป็นรายการสำคัญในการคัดเลือก 3 ทีม (ไม่รวมญี่ปุ่น) ชิงโควต้าไปโอลิมปิกเกมส์ 2020 อีกด้วย

แข้งช้างศึกยู 23 อยู่ในกล่มเอร่วมกับทีมยักษ์ใหญ่เอเชีย ทั้ง ออสเตรเลีย, บาห์เรน, อิรัก โดยโปรแกรมเตะทีมไทยจะลงสนามนัดแรกพบ บาห์เรน วันที่ 8 มกราคม 2563, นัดสองพบ ออสเตรเลีย วันที่ 11 มกราคม 2563 และนัดสามพบ อิรัก วันที่ 14 มกราคม 2563 ทุกนัดเตะที่ราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 20.15 น. ซึ่งช้างศึกคุมทัพโดย อากิระ นิชิโนะ กุนซือชาวญี่ปุ่น วัย 64 ปี และคงต้องลุ้นกันว่าโค้ชซามูไรรายนี้จะพาทัพช้างศึกตีตั๋วไปบ้านเกิดของเขาได้หรือไม่

รายการสำคัญต่อไปเป็นการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงรอบคัดเลือก โอลิมปิกเกมส์ 2020 โซนทวีปเอเชีย ที่ประเทศไทยได้รับหน้าที่ให้เป็นเจ้าภาพอีกเช่นกัน ที่สนามชาติชาย ฮอลล์ จ.นครราชสีมา ช่วงวันที่ 7-12 มกราคม 2563 โดย นักตบลูกยางสาวไทย อยู่ในกลุ่มเอร่วมกับ ไต้หวัน, ออสเตรเลีย ขณะที่กลุ่มบี ประกอบด้วย เกาหลีใต้, คาซัคสถาน, อิหร่าน, อินโดนีเซีย ซึ่งรายการนี้จะคัดเลือกเพียง 1 ทีมเท่านั้นที่ได้โควต้าลุยโตเกียวเกมส์ 2020

ทัพลูกยางสาวไทย ภายใต้การกุมบังเหียนของ “โค้ชด่วน” ดนัย ศรีวัชรเมธากุล ถือว่าครั้งนี้เข้าใกล้การสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าไปเล่นโอลิมปิกเกมส์ได้เป็นครั้งแรก เพราะทีมสาวไทยได้เปรียบกับการเป็นเจ้าภาพในเรื่องความคุ้นเคยสนามแข่งขัน และสภาพอากาศ รวมทั้งเสียงเชียร์จากแฟนวอลเลย์ชาวไทย ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้นักตบสาวไทยเค้นฟอร์มแกร่งออกมาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่นักตบจอมเก๋าหลายคนจะถึงเวลาอำลาทีมชาติไป

อีกรายการสำคัญการแข่งขัน มวยสากลสมัครเล่น โอลิมปิกเกมส์ 2020 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย/โอเชียเนีย เลกแรก ซึ่งจะมีสังเวียนอยู่ที่เมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ชิงชัยช่วงวันที่ 3-14 กุมภาพันธ์ 2563 จากนั้นจะมีสังเวียน รอบคัดเลือก ครั้งสุดท้าย ระดับโลก ที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ช่วงวันที่ 13-20 พฤษภาคม 2563 โดยทาง คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) เข้ามาจัดการแข่งขันทั้งหมดเอง เพื่อความยุติธรรม โดยจะทั้งหมด 13 รุ่น แบ่งเป็น ชาย 8 รุ่น และหญิง 5 รุ่น ซึ่งมีโควต้าในแต่ละรุ่น 4-6 ที่นั่ง

ทัพกำปั้นไทย ได้เก็บตัวซ้อมเข้มมาที่แคมป์เก็บตัว อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี อย่างต่อเนื่องตลอดรอบปี 2562 ที่ผ่านมา โดยมี ฮวน ฟอนตาเนียล เฮดโค้ชโค้ชชาวคิวบาผู้เคยปลุกปั้นนักชกไทยหลายคนก้าวไปคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์มาแล้ว และสต๊าฟโค้ชชาวไทยคอยดูแลอยู่ทัพขุนพลเสื้อกล้ามไทยอย่างใกล้ โดยมีเป้าหมายด่านแรกคือการคว้าโควต้าไปเข้าร่วมโอลิมปิกเกมส์ 2020 ให้ได้มากที่สุด และวางเป้าหมายใหม่กับการคว้าเหรียญทองให้ได้ในรอบกว่า 12 ปี

อีกหนึ่งปฏิทินกีฬาไทยที่สำคัญในรอบปี 2020 เป็นการจัดการแข่งขัน รถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ปีที่ 3 ติดต่อกัน ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ช่วงวันที่ 20-22 มีนาคม 2563 ซึ่งหลังจากถูกขยับจากสนามที่ 15 มาเป็นสนามที่ 2 ของฤดูกาลนี้ ทำให้ฝ่ายจัดการแข่งขันเตรียมปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันมาเป็นแบบ “ไนท์เรซ” เพื่อดึงดูดยอดผู้ชมทั้งในสนามแข่งขัน และผู้ชมถ่ายทอดสดทั่วโลก ก่อนที่จะประกาศต่อสัญญาการเป็นเจ้าภาพต่อไปอีก 5 ปี

ขณะที่ปฏิทินกีฬาต่างประเทศในรอบปี 2020 เป็นปีที่ มหกรรมกีฬาโอลิมปิก ฤดูร้อน จัดการแข่งขันเป็นครั้งที่ 32 ซึ่งประเทศญี่ปุ่นได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 3 ในรอบกว่า 56 ปี ในชื่อว่า “โตเกียว 2020” จัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ช่วงระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม-9 สิงหาคม 2563 ซึ่งกรุงโตเกียวเป็นเมืองที่ 5 (และเมืองที่ 1 ในทวีปเอเชีย) ที่ได้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนมากกว่า 1 ครั้ง รวมถึงกรุงโตเกียวก็ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพกีฬาพาราลิมปิกฤดูร้อน 2020 สำหรับนักกีฬาคนพิการเช่นกันด้วย ช่วงวันที่ 6-5 สิงหาคม 2563

โตเกียว 2020 ได้บรรจุชนิดกีฬา เบสบอล และซอฟท์บอล อีกครั้งหลังในรอบ 12 ปี รวมถึง คาราเต้, สเกตบอร์ด, โต้คลื่น และปีนผา ถูกบรรจุครั้งแรก โดยมหานครโตเกียวได้ตั้งกองทุนสำรอง 400 พันล้านเยน (มากกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมทั้งรัฐบาลญี่ปุ่นได้พิจารณาความจุท่าอากาศยานนานาชาติโตเกียว และนาริตะ เพื่อรองรับ รวมถึงโครการสร้างรางรถไฟสายใหม่ ส่วนสนามแข่งขันมีทั้ง 28 กีฬาจาก 33 กีฬา ในกรุงโตเกียว อยู่ภายใน 8 กิโลเมตร ของหมู่บ้านนักกีฬา โดยสร้างสนามใหม่มากถึง 11 สนาม

ในส่วนการแข่งขันจะเป็นการแย่งชิงกันของมหาอำนาจวงการกีฬาโลกอย่าง สหรัฐอเมริกา, สหราชอาณาจักร รวมทั้ง จีน และ เจ้าภาพญี่ปุ่น ที่ขับเคี่ยวกัน ส่วน รัสเซีย ยังอยู่ในการอุทธรณ์จากกรณีพัวพันกับเรื่องการใช้สารต้องห้าม ด้านทัพนักกีฬาไทยความหวังสำคัญสุงสุดอยู่ที่ “เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดสาวมือ 1 ของโลก ซึ่งกำลังไล่ล่าคว้าเหรียญทองแรกของจอมเตะไทยในศึกโอลิมปิกเกมส์ให้ได้ รวมทั้งก็ยังมีอีกหลายชนิดกีฬาที่ได้ลุ้นเหรียญทั้ง มวยสากลสมัครเล่น, ยิงปืน, กอล์ฟ และอื่นๆ

อีกหนึ่งรายการกีฬาระดับโลกคือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป “ยูโร 2020” ช่วงวันที่ 12 มิถุนายน-12 กรกฎาคม 2563 ซึ่งสมาพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) จัดเป็นครั้งที่ 16 แต่จะเป็นครั้งแรกที่จะกระจายการแข่งขันไปใน 12 เมือง เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 60 ปี ประกอบด้วย

ลอนดอน (อังกฤษ), มิวนิค (เยอรมนี), โรม (อิตาลี), บากู (อาเซอร์ไบจาน), เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (รัสเซีย), บูคาเรสต์ (โรมาเนีย), อัมสเตอร์ดัม (เนเธอร์แลนด์), ดับลิน (ไอร์แลนด์), บิลเบา (สเปน), บูดาเปสต์ (ฮังการี), กลาสโกว์ (สกอตแลนด์) และโคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก)

การจับสลายแบ่งกลุ่มออก ปรากฏว่า
กลุ่มเอ ตุรกี, อิตาลี, เวลส์, สวิตเซอร์แลนด์
กลุ่มบี เดนมาร์ก, ฟินแลนด์, เบลเยียม, รัสเซีย
กลุ่มซี เนเธอร์แลนด์, ยูเครน, ออสเตรีย, ทีมเพลย์ออฟสายดี
กลุ่มอี สเปน, สวีเดน, โปแลนด์, ทีมเพลย์ออฟสายบี

โดยทีมจากรอบเพลย์ออฟอีก 4 ทีม (สายเอ-ดี) จะแข่งขันช่วงเดือนมีนาคม 2563 และรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้นวันที่ 12 มิถุนายน 2563 ซึ่งรอบแบ่งกลุ่มนี้จะคัดอันดับ 1-2 แต่ละกลุ่ม และทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด 4 ทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไป โดยรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นวันที่ 12 กรกฎาคม 2020 ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

นอกจากนี้ ในช่วงเดียวกันยังมี ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งทวีปอเมริกาใต้ “โคปา 2020” ที่ประเทศอาร์เจตินา และโคลอมเบีย จะเป็นเจ้าภาพร่วมกันในช่วงวันที่ 12 มิถุนายน-12 กรกฎาคม 2563 โดยสมาพันธ์ฟุตบอลอเมริกาใต้ (คอนเมบอล) จัดเป็นครั้งที่ 47 แต่นับเป็นครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วม นับตั้งแต่ปี 1983 และนับจากนี้ไปการแข่งขันจะสลับไปจัดขึ้นทุกๆ 4 ปีในปีคู่ ซึ่งหมายความว่า ศึกโคปาครั้งต่อไปจะขึ้นขึ้นในปี 2024

ศึกโคปา 2020 เป็นรายการที่สนุกตื่นเต้นไม่แพ้กัน โดยมี 12 ทีมร่วมชิงชัย ประกอบด้วย อาร์เจนตินา, โคลอมเบีย, โบลิเวีย, บราซิล, ชิลี, เอกวาดอร์, ปารากวัย, เปรู, อุรุกวัย, เวเนซุเอลา รวมทั้ง มี 2 ทีมรับเชิญดีกรีแชมป์เอเชี่ยนคัพ 2 สมัยล่าสุดคือ ออสเตรเลีย และ กาตาร์ ซึ่งรายการนี้บราซิลเป็นทีมครองแชมป์มากที่สุดถึง 9 สมัย แต่ครั้งนี้ อาร์เจนตินา คงจะไม่ยอมให้มาชูถ้วยในถิ่นของตัวเอง และต้องลุ้นกันว่า ลิโอเนล เมสซี่ จะพาทัพฟ้า-ขาวคว้าแชมป์รายการนี้ทิ้งท้ายได้หรือไม่

ปฏิทินกีฬา 2020 ถือว่ามี การแข่งขันกีฬาหลายรายการที่น่าสนใจ ทั้งกีฬาไทย และกีฬาต่างประเทศ ซึ่งคอกีฬาจะพลาดไม่ได้เลยในปีสำคัญครั้งนี้ที่มีมหกรรมกีฬารายการใหญ่ระดับโลกอัดแน่นตลอดทั้งปีเลยทีเดียว

และที่สำคัญต้องช่วยกันส่งแรงใจเชียร์ทัพนักกีฬาไทยกับมหกรรมกีฬาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในโอลิมปิกเกมส์ 2020!

บทความก่อนหน้านี้จุรินทร์ ฟิต! รับปีใหม่ ตั้งกรรมการ 2 ชุด แก้ปัญหาประมง
บทความถัดไปสาวหัวหินผวา โรคจิตสำเร็จความใคร่ กกน.ที่ตากไว้ ก่อนทิ้งข้อความสุดลามก