คอลัมน์เกรียนเขียนบอล By Stivie T : ตั๋วใบสุดท้าย

คอลัมน์เกรียนเขียนบอล By Stivie T : ตั๋วใบสุดท้าย

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ​ สำหรับฤดูกาล 2020/21 ตอนนี้เหลือเพียงสิ่งเดียวที่จะต้องมาลุ้นกัน นั่นก็คือตั่วใบสุดท้ายที่จะเลื่อนชั้นขึ้นมา ซึ่งจะเป็นการพบกันระหว่างทีมหน้าคุ้นเคยอย่าง “เจ้าสัวน้อย” ฟูแล่ม กับทีมหน้าใหม่อย่าง​ “ผึ้งน้อย” เบรนท์ฟอร์ด

นับว่าเป็นการเจอกันที่สมน้ำสมเนื้อ เพราะว่าทั้งสองทีมจบฤดูกาลปกติด้วยคะแนนเท่ากันที่ 81 คะแนน ต่างกันแค่ผลต่างประตูได้เสียเท่านั้น

ฟูแล่มถือว่ารักษามาตรฐานของตัวเองได้ดีในระดับหนึ่ง หลังจากที่เพิ่งตกชั้นมาเพียงฤดูกาลเดียว แม้ว่าจะต้องเสียผู้เล่นตัวหลักของทีมอย่างไรอัน เซสเซอยง ไปให้กับสเปอร์ส แต่ก็ยังสามารถเอาตัวรอดมาจนถึงรอบชิงชนะเลิศของเพลย์ออฟ ยังมีลุ้นกลับคืนลีกสูงสุดภายในปีเดียวได้

ส่วนเบรท์ฟอร์ดเองก็ถือว่าเป็นทีมเก่าแก่ทีมหนึ่ง ตกชั้นจากลีกสูงสุดไปตั้งแต่ปี 1946/47 ถ้าหากสามารถคว้าตั๋วใบสุดท้ายนี้ได้ จะทำให้พวกเขากลับมาอยู่บนลีกสูงสุดครั้งแรกในรอบ 73 ปีเลยทีเดียว

การเจอกันของสองทีมนี้ เรียกได้ว่าเป็นอริกันโดยตรงอยู่แล้ว เพราะเป็นทีมในโซนลอนดอนตะวันตกเหมือนกัน หรือที่เรียกว่า “เวสต์ ลอนดอน ดาร์บี้” ยิ่งต้องมาเจอกันในเกมสำคัญที่มีตั๋วใบสุดท้ายเป็นเดิมพัน รับรองว่าเตะกันอย่างไฟแล่บแน่นนอน

ทว่าการเจอกันในช่วงฤดูกาลปกติของสองทีมนี้ ต้องบอกว่าเป็นเบรนท์ฟอร์ดที่ทำผลงานได้ดีกว่า เป็นฝ่ายเอาชนะได้แบบไป-กลับ ทั้งสองนัด โดยเกมแรกเปิดบ้านชนะไปก่อน 1-0 ก่อนจะบุกไปเอาชนะที่บ้านฟูแล่มได้ 2-0 ในช่วงแรกของการกลับมาจากพักเบรกโควิด เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี่เอง

อย่างไรก็ตาม นี่คือเกมนัดชิงชนะเลิศที่เตะกันแบบนัดเดียวจบ ผลลัพธ์ที่ผ่านมาอาจจะชี้วัดอะไรไม่ได้เลย เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น

ส่วนตัวคนเขียนบอกเลยว่าเลือกเชียร์ได้ยากมากๆ สำหรับคู่ชิงคู่นี้

เพราะว่าใจหนึ่งนั้นอยากเห็นทีมอย่างเบรนท์ฟอร์ด ซึ่งเป็นทีมหน้าใหม่ ยังไม่เคยได้เล่นในพรีเมียร์ลีกสักครั้ง ได้ลองขึ้นมาพิสูจน์ตัวเองในลีกระดับสูงสุดบ้าง อีกทั้งยังเป็นการเปลี่ยนทีมที่จะได้เจอ ไม่เหมือนอย่างฟูแล่มที่แบบขึ้นๆ ลงๆ อยู่เป็นประจำอยู่แล้ว

แต่ในส่วนของฟูแล่ม มันน่าสนใจตรงที่มีดาวรุ่งทีมชาติไทยอย่างเจ้าหนู เบนจามิน เจมส์ เดวิส ที่อยู่ในทีมสำรอง และก็เคยได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ในฟุตบอลถ้วยมาแล้ว ดังนั้นถ้าหากฟูแล่มเลื่อนชั้นขึ้นมา มันก็อาจจะทำให้เราได้เห็นเด็กไทย มีโอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกบ้างก็ได้

เป็นเกมที่รักพี่ เสียดายน้อง ไม่ใช่น้อยสำหรับคอบอลคนไทยอย่างเราๆ

แต่สุดท้ายไม่ว่าใครจะได้ตั๋วใบนี้ขึ้นมา ก็ขอยินดีต้อนรับสู่พรีเมียร์ลีกด้วยนะครัช

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยิงถล่มบ่อนพนันย่านพระราม 3 ดับ 4 ราย รวม ตร.ตำแหน่งสารวัตร 1 นาย
บทความถัดไปจับตา ‘หุ้น AOT’ วันนี้ หลังต่างชาติถล่มขายหุ้น ไม่พอใจปรับแผน ไม่ผ่านมติผู้ถือหุ้น