ส่อง 4 สโมสรผู้ดีในเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก

ต้องยอมรับว่านี่คือปีที่ 4 ตัวแทนจากศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ดึงดูดใจแฟนบอลในเวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก น้อยกว่าหลายปีที่ผ่านมา หลังบรรดาขาใหญ่ทั้ง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, “สิงห์บลู” เชลซี และ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไม่มาตามนัด ปล่อยให้ทีมชื่อชั้นไม่เปรี้ยงปร้างอย่าง “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ และ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ตีตั๋วลุยกับขาประจำ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล

ส่งผลให้โอกาสที่ทีมจากเมืองผู้ดีจะคว้าแชมป์ถ้วยใบใหญ่สุดของทวีปในรอบครึ่งทศวรรษ ย่อมเป็นเรื่องยากตามไปด้วย ดังนั้น “เดลี่ เมล” สื่อดังอังกฤษจึงได้จังหวะวิเคราะห์ทั้ง 4 ทีมดังกล่าวว่า จะไปได้ไกลแค่ไหนในแชมเปี้ยนส์ลีกกันบ้าง

เลสเตอร์
เลสเตอร์ ซิตี้

เจมี่ วาร์ดี้ และผองเพื่อนมีโอกาสดีในการเข้ารอบ 16 ทีม จริงอยู่ที่ ปอร์โต้ เคยน่ากลัวในเวทียุโรป แต่ทีมกลับถดถอยไม่น้อยช่วงไม่กี่ปีหลัง ส่วน โคเปนเฮเกน เคยเข้ารอบแบ่งกลุ่มแค่ 3 ครั้ง ขณะที่ คลับ บรูช ได้แชมป์ลีกเบลเยียมด้วยการเฉือนคู่แข่งเพียง 4 แต้มเท่านั้น

กลุ่มจี
เลสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ)
เอฟซี ปอร์โต้ (โปรตุเกส)
คลับ บรูช (เบลเยียม)
โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก)

โปรแกรม
นัด 1 วันที่ 14 กันยายน คลับ บรูช พบ เลสเตอร์ / ปอร์โต้ พบ โคเปนเฮเกน
นัด 2 วันที่ 27 กันยายน โคเปนเฮเกน พบ คลับ บรูช / เลสเตอร์ พบ ปอร์โต้
นัด 3 วันที่ 18 ตุลคม คลับ บรูช พบ ปอร์โต้ / เลสเตอร์ พบ โคเปนเฮเกน
นัด 4 วันที่ 2 พฤศจิกายน โคเปนเฮเกน พบ เลสเตอร์ / ปอร์โต้ พบ คลับ บรูช
นัด 5 วันที่ 22 พฤศจิกายน โคเปนเฮเกน พบ ปอร์โต้ / เลสเตอร์ พบ คลับ บรูช
นัด 6 วันที่ 7 ธันวาคม คลับ บรูช พบ โคเปนเฮเกน / ปอร์โต้ พบ เลสเตอร์

ปอร์โต้: ทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ อาจรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องเจอ “รองแชมป์เก่า” แอตเลติโก้ มาดริด และโบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ ที่อยู่ในโถ 2 แต่ก็ต้องระวังตัวให้ดีที่เจอกับปอร์โต้ เพราะแม้ฝ่ายหลังจะฟอร์มตกอย่างหนักในฤดูกาลที่แล้วก็ตาม ทว่าเหมือนจะฟื้นตัวได้เร็วกับการไล่ถล่มอาแอส โรม่า ด้วยประตูรวม 4-1 ในรอบเพลย์ออฟ

คลับ บรูช: แชมป์จากเบลเยียมรายนี้ก็เหมือนปอร์โต้ ที่ทีม “จิ้งจอกสยาม” จะมองข้ามไม่ได้ และหนึ่งในกำลังสำคัญของพวกเขาคือ บียอร์น เอนเกลส์ ปราการหลังตัวเก่งที่อาร์เซน่อลกำลังตามจีบอยู่

โคเปนเฮเกน: นี่คงเป็นทีมเดียวที่เลสเตอร์พอจะอุ่นใจได้ตลอดการเจอกัน 2 นัดในกลุ่มนี้

ฟันธง : จริงอยู่ที่ เลสเตอร์ อาจไม่ใช่ทีมเต็งแชมป์ของกลุ่ม แต่ถ้าสามารถเล่นได้เหมือนตอนที่คว้าแชมป์ลีกอังกฤษครั้งประวัติศาสตร์เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ดังนั้น จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาจะอดเข้ารอบน็อกเอาต์เช่นกัน

อาร์เซน่อล
อาร์เซน่อล

แม้ ปารีส แซงต์แชร์แมง จะเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายมาตลอด 4 ฤดูกาลหลังสุด และเป็นเต็งแชมป์กลุ่มนี้ก็ตาม แต่ถ้ามองในแง่ดีอย่างน้อย อาร์เซน่อลก็ไม่ต้องเจอ บาร์เซโลน่า หรือบาเยิร์น มิวนิก ส่วน บาเซิล อาจสร้างความแสบให้หลายทีมของอังกฤษ แต่พวกเขาก็เคยเสียท่าให้หน้าใหม่รายการนี้อย่าง ลูโดโกเร็ตส์ 2 ปีก่อนมาแล้ว

กลุ่มเอ
อาร์เซน่อล (อังกฤษ)
ปารีส แซงต์แชร์แมง (ฝรั่งเศส)
เอฟซี บาเซิล (สวิตเซอร์แลนด์)
ลูโดโกเร็ตส์ (บัลแกเรีย)

โปรแกรม
นัด 1 วันที่ 13 กันยายน บาเซิล พบ ลูโดโกเร็ตส์ / ปารีส พบ อาร์เซน่อล
นัด 2 วันที่ 28 กันยายน อาร์เซน่อล พบ บาเซิล / ลูโดโกเร็ตส์ พบ ปารีส
นัด 3 วันที่ 19 ตุลาคม อาร์เซน่อล พบ ลูโดโกเร็ตส์ / ปารีส พบ บาเซิล
นัด 4 วันที่ 1 พฤศจิกายน บาเซิล พบ ปารีส / ลูโดโกเร็ตส์ พบ อาร์เซน่อล
นัด 5 วันที่ 23 พฤศจิกายน อาร์เซน่อล พบ ปารีส / ลูโดโกเร็ตส์ พบ บาเซิล
นัด 6 วันที่ 6 ธันวาคม บาเซิล พบ อาร์เซน่อล / ปารีส พบ ลูโดโกเร็ตส์

ปารีส แซงต์แชร์แมง: การที่ปารีสกลายเป็นทีมน่ากลัวในแชมเปี้ยนส์ลีก รอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็เพราะมีคนที่ชื่อ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยืนผงาดในแดนหน้า แต่ตอนนี้พวกเขายังหาคนมาแทนที่ไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม “เปแอสเช” ยังน่ากลัวอยู่ดี หลังได้กุนซืออย่าง อูไน เอเมรี่ ซึ่งพิสูจน์ฝีมือในการพาเซบีญ่าคว้าแชมป์ถ้วยรองยูโรป้าลีก 3 ปีรวดมาแล้ว

บาเซิล: แชมป์ลีกจากสวิตเซอร์แลนด์รายนี้ อาจเป็นของแสลงหลายสโมสรอังกฤษในเวทียุโรป แต่ถ้าทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ไม่ประมาทก็น่าจะจัดการบาเซิลได้ไม่ยาก

ลูโดโกเร็ตส์: นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่ลูโดโกเร็ตส์ได้เล่นในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แถมยังเคยเจอ ลิเวอร์พูล และสามารถยันเสมอ 2-2 ที่บัลแกเรีย หลังแพ้หวุดหวิด 1-2 ในเกมแรกที่แอนฟิลด์ แต่คงยากที่จะทำอะไรทีม “ปืนใหญ่” เหมือนตอนที่เจอ “หงส์แดง” ได้

ฟันธง: อาร์เซน่อล น่าจะผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์แบบไม่มีปัญหาอะไร แล้วยิ่งถ้าเกิดฟอร์มเข้าฝักขึ้นมา การคว้าแชมป์กลุ่มเหนือปารีสก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม

ท็อตแนม ฮอตสเปอร์
ท็อตแนม ฮอตสเปอร์

ถึงเป็นเรื่องยากที่จะคิดว่า สเปอร์ส คงกลับมาไปได้สวยในแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ก็มีโอกาสเป็นอย่างนั้นไม่น้อย เพราะทีมร่วมกลุ่มอย่าง ซีเอสเคเอ มอสโก ไม่เคยเข้ารอบน็อกเอาต์ตั้งแต่ฤดูกาล 2011-12 ส่วน ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ก็ไร้แชมป์ทุกรายการนับจากปี 1993 และ โมนาโก ก็ไม่ใช่ทีมเงินถุงเงินถังเหมือนก่อนอีกแล้ว

กลุ่มอี
สเปอร์ส (อังกฤษ)
ซีเอสเคเอ มอสโก (รัสเซีย)
ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น (เยอรมนี)
อาแอส โมนาโก (ฝรั่งเศส)

โปรแกรม
นัด 1 วันที่ 14 กันยายน เลเวอร์คูเซ่น พบ ซีเอสเคเอ / สเปอร์ส พบ โมนาโก
นัด 2 วันที่ 27 กันยายน ซีเอสเคเอ พบ สเปอร์ส / โมนาโก พบ เลเวอร์คูเซ่น
นัด 3 วันที่ 18 ตุลาคม เลเวอร์คูเซ่น พบ สเปอร์ส / ซีเอสเคเอ พบ โมนาโก
นัด 4 วันที่ 2 พฤศจิกายน โมนาโก พบ ซีเอสเคเอ / สเปอร์ส พบ เลเวอร์คูเซ่น
นัด 5 วันที่ 22 พฤศจิกายน ซีเอสเคเอ พบ เลเวอร์คูเซ่น / โมนาโก พบ สเปอร์ส
นัด 6 วันที่ 7 ธันวาคม เลเวอร์คูเซ่น พบ โมนาโก / สเปอร์ส พบ ซีเอสเคเอ

ซีเอสเคเอ: แม้การไปเยือนรัสเซียจะเป็นงานยากสำหรับ “ไก่เดือยทอง” แต่พวกเขาคงพอใจที่ทีมได้อยู่ในกลุ่มอี เพราะหากถูกจับสลากขึ้นมาช้ากว่านี้แค่กลุ่มเดียว จะได้ไปเจอกับรีล มาดริด และโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในกลุ่มเอฟแทน อย่างไรก็ตาม ถึงซีเอสเคเอคือแชมป์ลีกรัสเซียทีมล่าสุด แต่มีโค้ชเป็น เลโอนิด สลุตสกี้ ที่เพิ่งล้มเหลวกับทีมชาติรัสเซียในยูโร 2016

เลเวอร์คูเซ่น: คนที่กองหลังสเปอร์สจะต้องล็อกตายไม่ให้ไปไหน คือ ฮาเวียร์ “ชิชาริโต้” เอร์นานเดซ ศูนย์หน้าที่ย้ายมาดับกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เกิดใหม่อีกครั้งกับทีม “ห้างขายยา” เพราะนับตั้งแต่หัวหอกทีมชาติเม็กซิโกย้ายมาล่าตาข่ายในเยอรมนี เจ้าตัวถล่มประตูไปแล้ว 17 ลูกจาก 28 เกม แม้จะต้องพลาดการออกสตาร์ตฤดูกาลนี้กับเลเวอร์คูเซ่น หลังได้รับบาดเจ็บจากการตกบันไดที่บ้านตัวเองก็ตาม

โมนาโก: ถึงนักเตะโมนาโกชุดพลิกล็อกโค่นอาร์เซน่อลตกรอบ 16 ทีมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2 ฤดูกาลก่อนจะหายไปร่วมครึ่งทีม แต่พวกเขาก็ยังเป็นคู่ต่อสู้ที่ประมาทไม่ได้อยู่ดี เมื่อมีทั้ง เจา มูตินโญ่ และ ว้ากเนอร์ เลิฟ อยู่ในทีม

ฟันธง: นับเป็นการจับสลากในฝันของ สเปอร์ส และไม่มีเหตุผลที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กับลูกทีมจะไม่มีสิทธินั่งฝันถึงความเป็นไปได้ในการทะลุเข้ารอบน็อกเอาต์

แมนเชสเตอร์ ซิตี้
แมนเชสเตอร์ ซิตี้

บาร์เซโลน่า อาจเป็นคู่แข่งที่ “เป๊ป” และแมนฯ ซิตี้ ยากจะเอาชนะ แต่ทีม “เรือใบสีฟ้า” เคยคว้าชัยเหนือ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 4-2 และ 2-1 ในรอบแบ่งกลุ่มฤดูกาลก่อนมาแล้ว ส่วน เซลติค ก็ไม่น่าจะอยู่ในสายตาของพวกเขา

กลุ่มซี
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (อังกฤษ)
บาร์เซโลน่า (สเปน)
โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (เยอรมนี)
กลาสโกว์ เซลติค (สกอตแลนด์)

โปรแกรม
นัด 1 วันที่ 13 กันยายน บาร์เซโลน่า พบ เซลติค / แมนฯ ซิตี้ พบ กลัดบัค
นัด 2 วันที่ 28 กันยายน กลัดบัค พบ บาร์เซโลน่า / เซลติค พบ แมนฯ ซิตี้
นัด 3 วันที่ 19 ตุลาคม บาร์เซโลน่า พบ แมนฯ ซิตี้ / เซลติค พบ กลัดบัค
นัด 4 วันที่ 1 พฤศจิกายน กลัดบัค พบ เซลติค / แมนฯ ซิตี้ พบ บาร์เซโลน่า
นัด 5 วันที่ 23 พฤศจิกายน กลัดบัค พบ แมนฯ ซิตี้ / เซลติค พบ บาร์เซโลน่า
นัด 6 วันที่ 6 ธันวาคม บาร์เซโลน่า พบ กลัดบัค / แมนฯ ซิตี้ พบ เซลติค

บาร์เซโลน่า: ดูเหมือนทีม “เรือใบสีฟ้า” จะมีอาถรรพ์กับการเจอทีมยักษ์ใหญ่ในรอบแบ่งกลุ่มแชมเปี้ยนส์ลีกมาตลอด 5 ปีหลัง ไม่ว่าจะเป็น ยูเวนตุส, บาเยิร์น มิวนิก, โบรุสเซีย ดอร์ตมุนด์ หรือรีล มาดริด ซึ่งไม่ต่างจากตอนนี้ที่ “บาร์ซ่า” เป็นทีมเต็งแชมป์ โดย โจเซ็ป “เป๊ป” กวาร์ดิโอล่า จะต้องพาทีมใหม่อย่างแมนฯ ซิตี้ เจอทีมเก่าที่สร้างชื่อให้ตัวเองขึ้นทำเนียบยอดกุนซือเนื้อหอมมาจนถึงทุกวันนี้

มึนเช่นกลัดบัค: “สิงห์หนุ่ม” จากเยอรมนีตัวนี้ จะต้องเป็นทีมที่สร้างความยากลำบากให้แมนฯ ซิตี้ ได้ไม่มากก็น้อย หลังไล่ถล่มยังบอยส์ จากสวิตเซอร์แลนด์ แบบเละเป็นโจ๊กด้วยสกอร์รวม 9-2 ในรอบเพลย์ออฟมาแล้ว ซึ่งล้วนมาจากขุมกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนแดนกลางของทีมอย่างกลางรับ มาห์มูด ดาฮูด และกลางรุก ธอร์กาน อาซาร์ น้องชาย เอเด็น อาซาร์ แม่ทัพทีม “สิงห์บลู” เชลซี อย่างไรก็ตาม กลัดบัคเคยอยู่กลุ่มเดียวกับแมนฯ ซิตี้ ฤดูกาลก่อน ปรากฏว่าโดนเรือเสยชัยทั้งไปและกลับ

เซลติค: ส่วนแชมป์ลีกจากสกอตแลนด์ ที่มีอดีตโค้ชลิเวอร์พูลอย่าง เบรนแดน ร็อดเจอร์ส คุมทีมอยู่ คงทำผลงานได้เต็มที่แค่สะกิดผิวลูกทีมของเป๊ปเท่านั้น

ฟันธง: แน่นอนว่า บาร์เซโลน่าคือเต็งแชมป์กลุ่ม แต่ถ้าซิตี้ไม่ได้รองแชมป์กลุ่มก็คงต้องบอกว่าตัวใครตัวมันเหมือนกัน

เอาเป็นว่า ถ้าฟ้าไม่ผ่ากลางวันแสกๆ อาร์เซน่อลและแมนฯ ซิตี้ คงได้ไปต่อในรอบ 16 ทีมเป็นอย่างน้อย ส่วนสเปอร์ส และเลสเตอร์น่าจะควงคู่เข้ารอบน็อกเอาต์ไปพร้อมกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon