สกู๊ปหน้า 1 : พนัน-ล้มมวย ท้าทาย กม.กีฬา

สกู๊ปหน้า 1 : พนัน-ล้มมวย ท้าทาย กม.กีฬา

กรณีของ ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์ ออกมารับสารภาพว่า ได้ตัดสินใจ ล้มมวย ด้วยการแพ้น็อก หลานย่าโม ว.วัฒนะ ในยกที่ 4 ศึกมวยไทย มวยมันส์วันศุกร์ ที่เวทีมวยโรงยิมอเนกประสงค์ สนามกีฬากลาง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นเรื่องอื้อฉาวเขย่าวงการมวยไทยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาจนกลายเป็น “ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์” สนั่นวงการมวยเมืองไทย

เรื่องราวการ ล้มมวย ของ ฟ้าวันใหม่ นั้น เกิดขึ้นหลังการแพ้น็อกยก 4 ให้กับ หลานย่าโม ว.วัฒนะ ถ้าใครได้เห็นจังหวะสับศอกของ หลานย่าโม จริงๆ แล้วโดนถากๆ แต่ ฟ้าวันใหม่ ทิ้งตัวลงไปนอนดิ้นชนิดโอเวอร์แอ๊กติ้งตามข้อตกลงตามการ รับงาน ที่ระบุว่า ยก 1-3 ให้ฟ้าวันใหม่ ต่อยตามปกติจนมวยขาดไม่มีราคา และยกที่ 4 ให้ฟ้าวันใหม่แกล้งโดนอาวุธอะไรก็ได้ และให้ทิ้งตัวลงนอนแพ้น็อกไป

หลังการชก “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ศึกเพชรยินดีในฐานะโปรโมเตอร์จัดศึกดังกล่าวจับได้ว่า ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์ ตกลงที่จะล้มมวย โดยฟ้าวันใหม่ รับสารภาพว่า ล้มมวยตามข้อเสนอของ อุดม จารย์ลี เจ้าของฟาร์มควาย จ.นครนายก อดีตหัวหน้าคณะนักมวยเกียรติพานทอง ในวงเงินที่ตกลงกัน 500,000 บาท รับเงินมาแล้ว 30,000 บาท

ต่อมาเมื่อฟ้าวันใหม่ ยอมรับกับเสี่ยโบ๊ท จึงได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันต่อ สภ.เขาบางแกรก จ.อุทัยธานี ต่อด้วยการเข้าให้ปากคำเปิดเผยขั้นตอนการว่าจ้างล้มมวยต่อ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่้ผ่านมา พร้อมกับระบุชัดว่า อุดม จารย์ลี เจ้าของฟาร์มควาย จ.นครนายก อดีตหัวหน้าคณะนักมวยเกียรติพานทอง เป็นผู้ว่าจ้างให้ล้มมวย

ขณะนี้กระบวนการเอาผิดผู้กระทำความผิดดังกล่าวนั้น มีสถานีตำรวจภูธร 2 แห่งกำลังดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยยึดตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 ที่ระบุโทษไว้ชัดเจนว่า ผู้ใดฝ่าฝืนในกรณีล้มมวยไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าจ้าง หรือผู้รับจ้าง จะมีโทษต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดย สภ.เขาบางแกรก ซึ่งเป็นเจ้าของท้องที่ในการเจรจาว่าจ้างให้ล้มมวยออกหมายจับ อุดม จารย์ลี ไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา และกำลังเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี

ส่วนที่ สภ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นเจ้าของท้องที่จัดแข่งขันนั้น สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย กกท. เป็นเจ้าทุกข์แจ้งความว่า ฟ้าวันใหม่ ได้ล้มมวย บทสรุปการลงโทษของทั้งผู้ว่าจ้าง (อุดม จารย์ลี) และผู้รับจ้าง (ฟ้าวันใหม่ ช.ไทยเศรษฐ์) คงต้องขึ้นอยู่กับการพิจารณาในชั้นศาล ซึ่งกระบวนการขั้นตอนคงใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าที่จะปิดคดีดังกล่าวได้

เรื่องราวการ “จ้างล้มมวย” ที่จริงแล้วถูกแฝงอยู่ในกีฬามวยไทยอันเป็นศิลปะประจำชาติไทยมานานแล้ว ประเด็นพวกนี้บรรดาคนทำมวย เจ้าของค่ายมวย โปรโมเตอร์ เทรนเนอร์ หรือแม้แต่เจ้าของสนามมวยเวทีต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และภูธร ต่างทราบกันดี วงจรอุบาทว์พวกนี้ทำกันเป็นขบวนการซึ่งก็ไม่ใช้คนนอกที่ทำ ล้วนแล้วแต่เป็นคนในวงการมวย หรือพวก “แกะดำ” เกิดมาเพื่อทำลายวงการมวยไทยอันเป็นที่หวงแหนของคนไทย

การจ้างล้มมวยจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยถ้าไม่มีเรื่องของ “การพนัน” เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็อย่างที่ทราบกันดีว่า มวยไทยกับการพนัน มันเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว น้อยคนนักที่จะติดตามมวยไทยแบบไร้การพนัน คนที่เข้าไปสนามมวย หรือดูมวยตู้ จะเล่นพนันกันเป็นส่วนใหญ่

เมื่อก่อนในยุคที่ออนไลน์ยังไม่เฟื่องฟู การเล่นมวยแต่ละครั้งต้องไปที่สนาม หรือดูจากการถ่ายทอดสด เรียกว่า เล่นมวยตู้ มีการขานอัตราต่อรอง ประกบเงิน ได้-เสียหลังต่อยก็เคลียร์เงินกัน แต่สมัยนี้ออนไลน์เข้ามามีบทบาทอิทธิพลต่อชีวิต เพียงแค่ปลายนิ้วจิ้มผ่านโทรศัพท์มือถือการพนันมวยก็สำเร็จแล้ว

เช่นเดียวกัน ฟ้าวันใหม่ นอกจากรับงานล้มมวย บนเวทีแล้ว ตัวเขาเองในฐานะนักกีฬาก็ไปกดฝ่ายตรงข้ามคือ หลานย่าโม ชนะไว้อีกด้วยตามเว็บพนันต่างๆ โดยเขาเอาเงิน 10,000 บาท จากเงินก้อนแรกที่ อุดม จารย์ลี จ่ายมาให้ก่อนชกไฟต์นั้น 30,000 บาท มากดพนันในเว็บออนไลน์ ถามว่าทำไมต้องกดฝ่ายตรงข้ามชนะ คำตอบคือ นักกีฬาจะล้มกีฬา ไม่ว่าจะกีฬาอะไรก็แล้วแต่ที่มีการเปิดอัตราการพนันในเว็บออนไลน์ การกดฝ่ายตรงข้ามชนะ สามารถควบคุมผลการแข่งขันได้ตรงตามที่เขาต้องการ นั่นเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของการล้มมวยที่มีอยู่อย่างมากมายในปัจจุบัน

แต่ในมุมของ อุดม จารย์ลี ผู้ว่าจ้าง ฟ้าวันใหม่ ล้มมวย 500,000 บาท ถามว่า เขาจะได้อะไร คำตอบคือ เขาก็ไปแทงพนันตามผลที่เขาติดต่อล็อกไว้ นั่นคือ แทงหลานย่าโม ชนะยก 4 ไว้ อาจจะกระจายกันแทงพนัน และแน่นอนว่า ยอดตัวเลขของการพนันดังกล่าวจะต้องมากกว่า 500,000 บาท เพื่อนำเงินส่วนหนึ่งมาจ่ายให้กับ ฟ้าวันใหม่

ฟ้าวันใหม่ ไม่ใช่คนเดียว ไม่ใช่คนแรก และจะยังไม่ใช่คนสุดท้ายของนักมวยที่เลือกตัดสินใจ ล้มมวยŽ ที่ผ่านมามีอีกหลายเคส หลายกรณี มีทั้งที่เป็นข่าว และไม่เป็นข่าว ทั้งที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ และยังจับไม่ได้ เพราะตราบใดที่เรื่องของการพนันยังไม่หมดไป เรื่องของการล้มมวยก็ยังคงจะมีอยู่คู่กับวงการมวยไทยไปเรื่อยๆ

นับตั้งแต่มีการบังคับใช้พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 เป็นต้นมา เคยมีกรณีศึกษามาแล้ว 1 เคส สน.นางเลิ้ง จับกุม ร้อยเชิง สิงห์มาวิน ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ที่ จ.50/2562 หลังก่อเหตุล้มมวยในการชกกับ ดาว ก.กัมปนาท เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2561 ที่เวทีราชดำเนิน โดยค่าจ้างในการล้มมวยในครั้งนั้นเป็นค่าจ้างจำนวน 60,000 บาท ซึ่งกรณีดังกล่าว ณ ตอนนี้ยังคงมีการสู้คดีกันอยู่ โดยศาลชั้นต้นพิพากษา ยกฟ้อง และอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุธรณ์

เสี่ยโบ๊ท ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ศึกเพชรยินดีซึ่งได้รับคำชื่นชมจากคนวงการมวยที่กล้าออกมาท้าชนกับความไม่ถูกต้องของวงการมวยไทย บอกว่า ควรที่จะทำเรื่องนี้ให้กลายเป็นคดีตัวอย่างอย่างจริงจัง เพราะตั้งแต่มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยจับผู้กระทำความผิดเรื่องล้มมวยได้เลย กลายเป็นว่าคนมวยมองเรื่องพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 เป็นเหมือนกับเสือกระดาษ ไม่ได้มีความศักดิ์สิทธิ์ ไม่ได้มีความน่ากลัว ไม่มีความน่ายำเกรง ตนจะเป็นศัตรูกับขบวนการทำมวยล้มทุกรูปแบบ

“ตลอดเวลาที่ผ่านมาเคสล้มมวย พูดตรงๆ เลยว่า วงการมวยเป็นวงการที่ถึงเวลาก็ขอกัน ตอนแรกก็เอาจริงเอาจัง พอถึงเวลาผู้ใหญ่คนนั้นมาขอ คนนี้มาขอกัน เรื่องก็เงียบ ผมกำลังทำเพื่ออนาคตของวงการมวยไทย ผมกำลังทำเพื่อมวยไทยจะได้ไปต่อในรุ่นลูก รุ่นหลานของเรา ถ้าเรายังปล่อยให้มันเละเทะ เน่าเฟะแบบนี้ ผมบอกเลยว่าอนาคตไม่มีใครอยากจะเข้ามาในสังคมนี้หรอกครับ อะไรที่มันจะทำให้เกิดความชัดเจนในวงการมวยไทย ซึ่งมันจะต้องเกิดขึ้น ถ้าเรายังคิดที่จะโกงกัน ถ้าเรายังคิดที่จะเอาเปรียบกัน เรายังคิดที่จะทำชั่วกันอยู่เนี่ย ผมเชื่อว่าอนาคตวงการมวยไทยต้องเป็นของฝรั่งไปแน่นอน เพราะต่างชาติเขาตัดเรื่องการพนันทิ้งไป เขาเอาที่ศิลปะเนื้อแท้ของมวยไทยจริงๆ มาเป็นจุดขาย แต่วันนี้เราต้องทำยังไงก็ได้ให้คนไทยมีจิตสำนึกรู้สึกรัก หวงแหนในความเป็นศิลปะประจำชาติของเรา” เสี่ยโบ๊ทกล่าว

หากคนวงการมวยไม่ร่วมกันออกมาปกป้องศักดิ์ศรีมวยไทย ยังคงนึกถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ปล่อยให้ผีพนันเข้าสิงอยู่ก็ยากที่จะถอนรากถอนโคนขบวนการล้มมวย อนาคตของมวยไทยศิลปะประจำชาติไทย คงเลือนลางหายไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon