หน้าแรก กีฬา Sport Scoops เปิดแนวคิด ปร...

เปิดแนวคิด ประธานโตโน่-ภาคิน บริหารทีมนาคามรกตฝ่าวิกฤต

10.10.24 | 08:08 น.

เปิดแนวคิด ประธานโตโน่-ภาคิน บริหารทีมนาคามรกตฝ่าวิกฤต

พลิกบทบาทของตัวเองอีกครั้งสำหรับ “โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ศิลปินนักแสดงชื่อดัง ซึ่งล่าสุดรับหน้าที่ตำแหน่งรักษาการประธานสโมสรฟุตบอล “นาคามรกต” เกษตรศาสตร์ เอฟซี ทีมในศึกไทยลีก 2 พร้อมประกาศเดินหน้ากอบกู้สถานการณ์ของสโมสรให้ผ่านพ้นวิกฤตทางด้านการเงินที่มาจากผู้บริหารสโมสรชุดเก่าไปให้ได้

จากจุดเริ่มต้นของ “โตโน่-ภาคิน” มาจากการเป็นศิลปินนักร้อง ตามด้วยผลงานการเป็นนักแสดง รวมทั้งยังนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และเคยว่ายน้ำข้ามโขงเพื่อระดมทุนช่วยโรงพยาบาล จากนั้นเขายังมีอีกหนึ่งบทบาทคือการเดินทางค้าแข้งในวงการฟุตบอลอาชีพของเมืองไทย

“โตโน่” ถือเป็นหนึ่งในซุปเปอร์สตาร์ชั้นนำของไทยที่ผ่านประสบการณ์ในแวดวงบันเทิงมาโชกโซน รวมถึงเคยเป็นผู้เล่นฟุตบอลระดับอาชีพหลายสโมสร อาทิ ราชบุรี เอฟซี, อยุธยา ยูไนเต็ด, ขอนแก่น เอฟซี และล่าสุดเป็นนักเตะ เกษตรศาสตร์ เอฟซี ในการสู้ศึกไทยลีก 2 ประจำฤดูกาล 2024/25

แต่ปัญหาด้านการเงินที่ผู้บริหารสโมสรเกษตรศาสตร์ เอฟซี ชุดเก่าทิ้งเอาไว้ ทำให้ทีมตกอยู่ในสถานการณ์ย่ำแย่ และแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้นคือ ยุบทีม และเดินหน้าต่อ ทำให้โตโน่ตัดสินใจเป็นผู้เข้ามารับตำแหน่งรักษาการประธานสโมสร เพื่อช่วยกอบกู้วิกฤต และเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมผลักดันวงการฟุตบอลไทยให้เป็นไปในทิศทางที่มีความแข็งแรงและยั่งยืน

Advertisement

โตโน่-ภาคิน เปิดใจว่า เราได้ยินปัญหามาตลอดเรื่องการเงิน เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของนักเตะ แต่ว่ายังมีภรรยา ลูก และครอบครัวที่เขาต้องดูแล เลยคิดว่าทุกๆ คนอยากให้เราเข้ามาช่วยตรงนี้ ก็จะพยายามสื่อสารขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกษตรศาสตร์ เอฟซี ผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปให้ได้ จึงตัดสินใจเข้ามาเป็นรักษาการประธานสโมสร

“จริงๆ แล้วผมอ่อนประสบการณ์ และยังใหม่มาก เราก็ไม่เคยคิดว่าจะเข้ามาเป็นประธานสโมสรฟุตบอล แต่ผมเชื่อว่าด้วยคำแนะนำของทีม รวมถึงเพื่อนๆ สต๊าฟโค้ช ทีมงาน พี่ๆ นิสิตเก่า น้องๆ นิสิตปัจจุบัน กำลังใจจากทุกคนจะทำให้เราผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปให้ได้ การทิ้งไปมันง่าย ไม่ต้องไปสนใจ เพื่อนๆ ก็ไปฟ้องกันเอา แต่เราก็มานึกเมื่อไหร่เขาจะได้เงิน แล้วลูกเมียพ่อแม่เขาจะอยู่ยังไง ถ้ายุบทีมไปแล้วพ่อค้าแม่ค้าพี่ๆ คนอื่นๆ เขาจะไปอยู่ตรงไหน แต่ว่าการที่จะรวมเกษตรศาสตร์ให้เป็นหนึ่งเดียวคำตอบไม่ได้อยู่ที่แค่เรา แต่อยู่ที่ทุกคนๆ”

ประธานโตโน่ ระบุว่า ปัญหา 2 เรื่องหลักที่ต้องแก้ไขคือ เรื่องแรกการทำงานร่วมกันในโครงสร้างทั้งหมดที่จะต้องปรับใหม่ ทั้งเรื่องการผลักดันเด็กเยาวชน ปั้นตั้งแต่ระบบอะคาเดมี และทีมมหาวิทยาลัย พร้อมผลักดันนักเตะฝีเท้าดีขึ้นสู่ลีกอาชีพให้ได้ และเรื่องที่สองคือ การบริหารการเงินที่เราไม่มีอยู่เลย จะทำอย่างไร การที่เราเข้ามาตรงนี้จะไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว แต่ต้องการที่จะช่วยทุกคนอย่างน้อยผ่อนหนักให้เป็นเบา

“ถ้าสุดท้ายแล้วไม่มีใครสนับสนุน เราเดินต่อไปไม่ไหวก็คือเราแพ้เท่านั้นเอง แต่ก็ยังดีกว่าที่เราจะหันหลังให้กับพวกเขาตั้งแต่ต้นเลย ก็ขอลองสู้กันดูก่อน ตอนนี้ผมมองเห็นโอกาส แต่มันไม่ง่ายเลย เพราะว่ามีหลายชีวิตที่เจอกับปัญหาอยู่ ฤดูกาลเริ่มมาได้สักพักแล้วมาโดนทิ้ง ทำให้ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด อาจจะเริ่มใหม่ตั้งแต่ติดลบเลย แต่เราโชคดีที่ถ้ามีอะไรเราพูดกันตรงๆ เราไม่ได้หลอกเขาให้มีความหวัง แล้วเขาก็ผิดหวัง ใครลำบากเดือดร้อนมากที่สุดก็บอกกันว่า ถ้าได้เงินมาจากการขายเสื้อแข่ง และสปอนเซอร์ ก็ช่วยคนที่ลำบากที่สุดก่อน คนที่ยังไหวอยู่ก็อดทนก่อน”

นอกจากนี้ รักษาการประธานสโมสรเกษตรศาสตร์ยังได้วางแผนในการหาเงินช่วยเหลือสโมสร แต่ยอมรับว่ายังไม่ได้หวังถึงขั้นนั้น เพราะเป็นน้ำบ่อหน้า ดังนั้นจะขอทำหน้าที่ตรงนี้ที่สามารถควบคุมได้ก่อนก็คือ เรื่องรายได้จากการขายตั๋ว และเสื้อแข่งขันที่ถือเป็นชีวิตของนักเตะนาคามรกตทุกคน

โตโน่ กล่าวอีกว่า รายได้หลักของสโมสรตอนนี้มาจากการขายเสื้อแข่งที่ทำให้เราอยู่ได้ ที่ผ่านมาแม้กระทั่งเงินมัดจำเสื้อแข่งที่จะเอาออกมาขายยังไม่มีเลย แต่ตอนนี้เราสามารถเอาเสื้อแข่งออกมาขายได้แล้วก็จะทำให้เป็นรายได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรายได้จากสปอนเซอร์ที่เราพอจะมีอยู่บ้างก็จะเอาออกมาแบ่งใช้ให้คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อช่วยเหลือนักเตะคนที่ลำบากที่สุดก่อน โดยปกติแล้วสโมสรจะใช้เงินทำทีมต่อเดือนกว่า 2 ล้านบาท แต่ว่าตั้งแต่เริ่มฤดูกาลมาแล้ว 6 นัด นักเตะเพิ่งได้ค่าเหนื่อยไปแค่ครึ่งเดือน ซึ่งเงินในส่วนนี้ก็เป็นการนำเงินสนับสนุนสโมสรที่มาจากสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ อีกด้วย

“เราเอาเงินตรงนั้นมาช่วยนักเตะก่อน เพราะตั้งแต่เริ่มฤดูกาลมาเรายังไม่เคยได้เงินจากกลุ่มทุนที่เข้ามาแม้แต่บาทเดียวเลยครับ ตอนนี้ถ้าจะต้องมารับผิดชอบ หรือจะต้องจ่ายจริงๆ ผมคิดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 ล้านบาท แต่เราโชคดีที่นักเตะใจสู้ ทุกคนในทีมรู้ว่าลำบากกันหมด มันเลยช่วยกัน เพื่อนนักเตะแทนที่จะรับเงินเดือน 100 เปอร์เซ็นต์ เขาก็ลดลงมาตามขั้นบันไดเท่าที่พวกเขาจะอยู่กันไหว แต่ตอนนี้เราเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด”

อย่างไรก็ตาม ประธานโตโน่ได้พูดคุยกับผู้สนับสนุนหลักเจ้าเดิมของสโมสร และโชคดีที่สปอนเซอร์พร้อมให้การสนับสนุนต่อไป ซึ่งอย่างน้อยก็ยังมีเงินจากสปอนเซอร์ในส่วนนี้ที่ได้นำไปช่วยเหลือค่าเดินทางของนักเตะในการไปแข่งขันในแต่ละสัปดาห์ต่อได้ รวมทั้งค่ากินค่าอยู่พอดี แต่เรื่องเงินเดือนของนักเตะแต่ละคนจะวัดกันที่ยอดขายเสื้อ รวมถึงสปอนเซอร์เจ้าใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มเติมในอนาคต

โตโน่กล่าวอีกว่า อยากฝากถึงแฟนฟุตบอลไทยทุกคน สำหรับเสื้อแข่งปีนี้ของเกษตรศาสตร์ เอฟซี สำคัญจริงๆ คือเรื่องความเป็นมามากกว่า เพราะทุกๆ หนึ่งตัว คือหนึ่งความหวังของอีกหนึ่งครอบครัวเลย และของอีกหลายๆ ครอบครัวของนักเตะที่เขาต้องผ่านพ้นมันไปให้ได้ ดังนั้นก็หวังว่า การตัดสินใจสู้ในครั้งนี้เราจะผ่านพ้นมันไปได้ด้วยดี

“อย่างน้อยๆ ถ้าเราจะแพ้ เราก็พูดได้ครับว่าเราไม่ได้หนีปัญหา เราช่วยกัน แต่ว่าแพ้ก็คือแพ้ ถ้าชนะผมก็ดีใจกับสโมสร และมหาวิทยาลัยด้วย เพราะว่าตัวเราเองไม่ได้เอาอะไรเลย ถ้าหมดเวลาของผมแล้ว ถ้าผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้แล้ว ผมก็กลับไปทำหน้าที่ของผม เพราะผมไม่ได้สนใจในเรื่องตำแหน่งอะไรเลย แต่ถ้ามันดีแล้วเราต้องทำกันต่อ ก็จะเป็นแผนงานของเราที่เราต้องการสร้างทีมฟุตบอลให้ยั่งยืนจริงๆ เราควรจะอยู่ได้จริงๆ ด้วยจากการขายเสื้อ ขายตั๋ว การทำฟุตบอลให้มีมาตรฐาน และการปั้นเยาวชนขึ้นมาเพื่อให้เป็นเสาหลักของทีมชาติ ผมคิดว่าเราควรจะให้ความสำคัญตรงนั้นมากกว่า”

นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ครั้งสำคัญของ “ประธานโตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ กับการพิสูจน์ตัวเองในการการบริหารสโมสรเกษตรศาสตร์ เอฟซี ให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งใหญ่นี้ไปให้ได้

แต่จากแนวคิดในการทำฟุตบอลแบบยั่งยืน และได้ร่วมการซัพพอร์ตอย่างเต็มที่จากทุกฝ่ายภายในทีมทำให้เชื่อว่า “โตโน่” จะนำพาทัพนาคามรกตผ่านพ้นจุดนี้ไปได้ และจะกลับมาแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมแน่นอน…