หน้าแรก กีฬา Sport Scoops นโยบาย รมต.กี...

นโยบาย รมต.กีฬา ป้ายแดง สรวงศ์ เทียนทอง ภารกิจเพื่อชื่อเสียงกีฬาไทย

25.10.24 | 12:59 น.

นโยบาย รมต.กีฬา ป้ายแดง สรวงศ์ เทียนทอง ภารกิจเพื่อชื่อเสียงกีฬาไทย

เป็นเรื่องน่าเสียดายไม่น้อยที่ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ตำแหน่งสำคัญที่นับเป็นผู้ขับเคลื่อนวงการกีฬาไทยอย่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีการเปลี่ยนแปลงเจ้ากระทรวงมาแล้วถึง 3 คนด้วยกัน
เริ่มตั้งแต่คณะรัฐมนตรีชุดที่ 1 ของ เศรษฐา ทวีสิน วงการกีฬาได้ “รมว.ปุ๋ง” สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เข้ามานั่งตำแหน่งเจ้ากระทรวง ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงครม.ชุดที่ 2 ก็เป็น เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช แต่คนหลังเข้ามาได้ไม่นาน ก็มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เป็น “อุ๊งอิ๊ง” เเพทองธาร ชินวัตร ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเจ้ากระทรวงอีกครั้ง

ใน ครม. “อุ๊งอิ๊ง 1” ปรากฎว่าผู้ที่มานั่งเจ้ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้แก่ “บิ๊กบอย” สรวงศ์ เทียนทอง ลูกชาย “ป๋าเหนาะ” เสนาะ เทียนทอง นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่แห่ง จ.สระแก้ว เจ้าของฉายา “เจ้าพ่อวังน้ำเย็น”

หลังเข้ารับตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬาไม่นาน สรวงศ์ เทียนทอง เดินทางมาเยี่ยมเยียนและให้สัมภาษณ์เครือมติชน

“ผมเข้าดูกีฬาจริงจังแน่นอนครับ เพราะผมเป็นนักกีฬาหลายอย่าง ทั้งไตรกีฬา ฟุตบอล กอล์ฟ ว่ายน้ำ คือเล่นทุกอย่างได้ดีพอได้อยู่ครับ แต่ว่าก็ไม่ได้เล่นเป็นอาชีพ ยืนยันว่าจะเอาจริงเอาจังดูกีฬาแน่นอนครับ ผมพูดตรงๆ เลยว่า 90 สมาคมกีฬาหากินกับเด็กเยอะมาก” บิ๊กบอย

Advertisement

รมต.กีฬา ป้ายแดง เล่าว่า ยุคสมัยของตัวเองตั้งใจที่จะให้โอกาสกับคนต่างจังหวัดได้เข้าถึงกีฬา เพราะน้องๆ เหล่านั้นมีศักยภาพ แต่ไม่มีโอกาส และสนามกีฬาให้แสดงความสามารถ ที่ผ่านมากรมพลศึกษาสร้างสนามกีฬาไว้ในต่างจังหวัด และถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องฟื้นกลับมา เอางบประมาณกรมพลศึกษาไปสร้างสนามกีฬา สระว่ายน้ำ ให้น้องๆ ในโรงเรียน เพราะในโรงเรียนมีงบดูแลรักษา และมีคนใช้งานตลอดเวลา ทำให้สนามกีฬาเหล่านี้ไม่เสีย นอกจากนี้ยังให้นโนบาย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งมีเงินปีหนึ่งประมาณ 4 พันล้านบาท จะต้องลงถึงตัวนักกีฬาให้มากที่สุด งบจัดกิจกรรมควรอยู่ในงบประจำปี เพราะเรารู้ว่าจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง ใช้เงินเท่าไหร่ ก็เอามาใส่งบประจำปีแทนเพื่อเข้าครม.แล้วให้ส.ส.มาช่วยดูอีกครั้ง รวมถึงจะส่งเสริมกีฬาโดยให้เอกชนเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องท่องเที่ยวหรือกีฬา

“สิ่งที่เอกชนต้องการคือความชัดเจนในการสนับสนุนสมาคมกีฬา และการแข่งขันรายการต่างๆ เขาจะได้อะไร สิ่งที่เคยชัดเจนเหล่านี้หายไป ยุคนี้ต้องทำให้เคลียร์ เพราะฉะนั้นก็พยายามทำอย่างยิ่ง และได้คุยกับหลายสมาคมกีฬาที่ผ่านมาก็เห็นด้วยในวิธีนี้”

งานหนึ่งที่สำคัญ และจะวัดความสำเร็จของ รมว.ป้ายแดง จะต้องเข้ามาดูแ คือเรื่องของการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในช่วงปลายปี 2568 หลังจากที่ไทยเสียหน้าไปพอสมควรในยุค รมว.เสริมศักดิ์ ที่ปล่อย สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย (โอซีเอ) ยกเลิกการเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนอินดอร์ และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ไป

โดย รมว.บอย มีแนวคิดที่จะเริ่มคิกออฟการเป็นเจ้าภาพก่อน 1 ปี เพื่อให้คนไทยได้มีส่วนร่วม ด้วยการลงเกาะติดนักกีฬาตั้งแต่การฝึกซ้อม สร้างกระแสนิยมให้กับนักกีฬาก่อนเข้าสู่การแข่งขันจริง

ขณะเดียวกันเตรียมเพิ่มจังหวัดเจ้าภาพจากเดิมที่มี 3 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ-ชลบุรี-สงขลา ตั้งใจจะเพิ่มจังหวัดทางภาคเหนือ หรืออีสาน ที่ยังไม่ได้เป็นเจ้าภาพร่วม เพื่อจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว

“อาจจะไม่ใช่เป็นเจ้าภาพหลักแต่เป็นการแยกชนิดกีฬาไปแข่งที่จังหวัดนั้นๆ โดยตอนนี้มีการวางแผนงานจะให้แต่ละสมาคมกีฬา เป็นคนดำเนินการจัดการแข่งขันในชนิดกีฬานั้นๆ เพราะเชื่อว่าสมาคมกีฬามีความเชี่ยวชาญมากกว่า โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเรื่องงบประมาณ, สถานที่ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ที่จะต้องปรับเปลี่ยน ซ่อมแซม ให้กลับมาอยู่ในสภาพที่แข่งขันได้” รมต.กีฬากล่าว

และในส่วนของพิธีเปิดการแข่งขัน มีการวางแผนที่จะเลียนแบบ โอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่พิธีเปิดไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในสนามกีฬาอีกแล้ว อาจจะหาสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ที่เป็นศูนย์กลางสามารถให้ทุกคนมารวมตัวกันได้

ส่วนบิ๊กอีเวนต์ด้านกีฬา ซึ่งมีรายการสำคัญที่ประเทศไทยให้ความสนใจอยากจะเป็นเจ้าภาพ นั่นก็คือการแข่งขันรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก รายการ ฟอร์มูล่า วัน ซึ่ง รมต.กีฬา สรวงศ์ เผยว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้ไปยืนยันกับ สหพันธ์ยานยนต์นานาชาติ ว่าประเทศไทยยังพร้อมเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดฟอร์มูล่า วัน สัก 1 สนามในปี 2027 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งถ้าสามารถหาสถานที่, สนาม หรือช่วงเวลาที่จะจัดการแข่งขันได้ จะได้เห็นไทยเป็นเจ้าภาพแน่นอน

นอกจากนี้ในปี 2568 ไทยจะประกาศตัวเป็น ไทยแลนด์ แกรนด์ ทัวริซึ่ม แอนด์ สปอร์ต เยียร์ เริ่มตั้งแต่ธันวาคมกับ วิ่งผ่าเมือง ซีซั่น 7 อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก 2024 รวมถึงมีวิ่งเทรลระดับโลก และวิ่งฟูลไอรอนแมนเข้ามาจัดเป็นครั้งแรกในเมืองไทย และยังมีการแข่งขันโมโตครอสระดับโลก อีกทั้งปีหน้าเราได้เป็นสนามเปิดฤดูกาลของโมโตจีพี ถึง 2 ปีด้วยกันในปี 2568 และ 2569

เรื่องไฮไลต์ที่สังคมจับตามองกันมากคือ การแก้ไขข้อบกพร่องข้อผิดพลาดการดำเนินงานเรื่องมวยไทยทั้งภายในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาก่อนที่ รมต.กีฬา สรวงศ์ เทียนทอง จะเข้ามารับตำแหน่ง หน่วยงานอย่างการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เลือกที่จะเดินในทางที่ “ผิดโครงสร้าง” จับมือกับหน่วยงานองค์กรมวยไทยที่ไม่อยู่ในกระบวนการที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) รับรอง แทนที่จะเลือกเดินในเส้นทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์เอื้อต่อการสนับสนุนแผนงานผลักดันกีฬามวยไทยไปบรรจุแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน ในอนาคต

สรวงศ์ เทียนทอง กล่าวถึงเรื่องมวยไทยว่า เรื่องมวยไทยต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่า ถูกให้ความสำคัญมาก พอถูกให้ความสำคัญมากงบประมาณก็ยิ่งเยอะตามไปด้วยอย่างปฏิเสธไม่ได้ โดยส่วนตัวเห็นว่า บางสิ่งบางอย่างเราตัดได้ เราตัดได้เลย งบประมาณต่างๆ อย่างเช่น การไปโร้ดโชว์มวยไทย ตนมองว่า ไร้สาระแล้ว ไม่เกิดประโยชน์เพราะถ้าพูดถึงไทยแลนด์คนก็รู้อยู่แล้วว่า มวยไทย แล้วกีฬามวยไทยที่จะไปโอลิมปิกเกมส์ เราลองสังเกตดูกีฬาที่มีชื่อประเทศอยู่ หรือว่าเป็นกีฬาประจำชาติ ไม่มีกีฬาไหนได้เข้าไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์สักชนิดเดียว อย่างเช่น เทควันโดก็ไม่ใช่ชื่อเกาหลีใต้ คาราเต้ก็ไม่มีชื่ออะไรที่เป็นญี่ปุ่นออกมา แต่ชื่อของกีฬามวยไทย มันชัดเจนมากว่าเป็นศิลปวัฒนธรรมของประเทศไทย

“ผมมองแบบนี้ว่า มวยไทยเป็นทั้งกีฬา และเป็นทั้งศิลปะ ถึงบอกว่าเรามาดูกันใหม่ดีกว่า เพราะปัจจุบันองค์กรกีฬามวยไทยในประเทศไทยมันทับซ้อนกันเยอะมาก พอตนเข้ามาทำหน้าที่ได้เข้าไปดูเรื่องของอนุกรรมการเกี่ยวกับเรื่องของกีฬามวยไทย ตนรู้สึกตกใจเลยมีทั้งสิ้น 14 อนุกรรมการ ถามว่าคุณทำงานกันยังไงมีทั้งหมด 14 อนุกรรมการ มันไม่สมดุล ฉะนั้นผมได้ยุบเหลือ 4 หรือ 5 อนุกรรมการพอ เรื่องแบบนี้มันจะต้องไม่ใช่ตำแหน่งต่างตอบแทนกันอีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างต้องสมเหตุสมผล ไม่ว่าในเรื่องของตัวสมาคมกีฬามวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งถูกต้อง ไม่ว่าจะ IFMA ต้องเข้ามาร่วมมือกัน เรียนตรงๆ ว่า จากการมีหลายองค์กรเกี่ยวกับมวยไทย ตนก็สับสนว่า อันไหนรับผิดชอบเรื่องไหนกันแน่ ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าปรับโครงสร้างเรื่องของคนที่มาดูแลแล้วมันสมดุลจริงๆ ผมมองว่า เป็นเรื่องที่ไปด้วยกันได้” รมต.กีฬาป้ายแดงกล่าว

นี่คือ นโยบาย แผนงาน และภารกิจที่ สรวงศ์ เทียนทอง รมต.กีฬา ให้สัมภาษณ์เครือมติชน

เดอะ โชว์ มัส โก ออน…