เลอบรอน-บรอนนี่ ประวัติศาสตร์เอ็นบีเอแบบมีหมายเหตุ
การเติบโตขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่มีพ่อหรือแม่เป็นนักกีฬาดังทำให้ลูกๆ ของซุป’ตาร์หลายคนเลือกเดินตามรอยพ่อหรือแม่ของตัวเองไปโดยปริยาย
ในวงการลูกหนังเมื่อเร็วๆ นี้ ดานิเอล มัลดินี่ เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์เป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลมัลดินี่ ต่อจากคุณปู่ เชซาเร่ และคุณพ่อ เปาโล ที่ลงเล่นให้กับทีมชาติอิตาลี
หรือในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ลีกบาสเกตบอล เอ็นบีเอ ของสหรัฐก็เพิ่งมีประเด็นฮือฮา เมื่อ เลบรอน เจมส์ ฟอร์เวิร์ดซุปเปอร์สตาร์ของ แอลเอ เลเกอร์ส กับลูกชายคนโต บรอนนี่ เจมส์ กลายเป็นพ่อลูกคู่แรกในประวัติศาสตร์ที่ลงสนามในแมตช์เอ็นบีเอพร้อมๆ กัน

เลอบรอนเป็นตัวหลักในเกมเปิดสนามฤดูกาลใหม่กับ มินนิโซตา ทิมเบอร์วูล์ฟส์ ขณะที่บรอนนี่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาในช่วงปลายครึ่งแรก กลายเป็นภาพประวัติศาสตร์หลังจากพ่อลูกเจมส์ลงเล่นด้วยกันในเกมพรีซีซั่นก่อนหน้านี้
ตัวเลอบรอนนั้น เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้เมื่อนานมาแล้วว่า หนึ่งในความฝันของตัวเองบนเส้นทางวงการยัดห่วง คือการได้ลงเล่นพร้อมกับลูกชาย ซึ่งคนเดากันว่าสาเหตุหนึ่งที่เขายังยื้อเล่นมาเรื่อยๆ แม้ช่วงหลังๆ จะมีปัญหาบาดเจ็บรุมเร้าจนเล่นไม่ได้สม่ำเสมอเท่าเมื่อก่อนแล้วก็เพราะอยากจะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ปีสองปีที่ผ่านมา เลบรอนออกตัวว่า ไม่ได้จริงจังกับฝันนี้มากเท่าไรนัก และอยากให้ลูกเลือกทางเดินอย่างที่ตัวเองต้องการมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากบรอนนี่ประสบเหตุระทึก หัวใจวายขณะซ้อมที่มหาวิทยาลัยเมื่อปีที่แล้ว จนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่สุดท้ายแพทย์รักษาและวินิจฉัยแล้ว อนุญาตให้เขากลับมาเล่นบาสต่อได้
แม้ในที่สุด พ่อลูกเจมส์จะสร้างประวัติศาสตร์ได้ แต่สิ่งที่ตามมาคือเสียงวิจารณ์และการตั้งคำถามมากมาย ทั้งจากแฟนบาสหรือแม้แต่นักวิเคราะห์
หลายคนมองว่า สถิติและประวัติศาสตร์นี้แค่ประเดี๋ยวประด๋าวก็มองอย่างโรแมนติกได้ แต่ยิ่งเวลาผ่านไป หากฝืนทำอาจจะยิ่งกลายเป็นปัญหา
บรอนนี่วัย 20 ปี เล่นในตำแหน่งการ์ด ผลงานระดับมหาวิทยาลัย เพิ่งเล่นให้ทีม มหาวิทยาลัยเซาเธิร์น แคลิฟอร์เนีย (ยูเอสซี) เพียงปีเดียว ก่อนจะถูกเลเกอร์สดราฟต์ตัวในการดราฟต์รอบสองของปีนี้ เป็นลำดับที่ 55 จากการดราฟต์ตัวทั้งหมด
หลายคนมองว่าถ้าพิจารณาในแง่ผลงาน เขาเป็นตัวเลือกที่ไม่น่าประทับใจนัก เพราะผลงานยังไม่เป็นที่ประจักษ์ในการเล่นบาสระดับมหาวิทยาลัย และน่าจะถูกส่งไปเล่นใน จี-ลีก (G-League) หรือลีกพัฒนาฝีมือของเอ็นบีเอเสียมากกว่า

ในช่วงพรีซีซั่น บรอนนี่ลงสนาม 6 นัด เฉลี่ยลงเล่นนัดละ 16.2 นาที ทำแต้มเฉลี่ยต่อนัด 4.2 คะแนน มีเปอร์เซ็นต์ชู้ตลูกโทษลง 29.7 เปอร์เซ็นต์ และเปอร์เซ็นต์ชู้ต 3 แต้ม 8.3 เปอร์เซ็นต์
ส่วนสถิติการลงเล่นเอ็นบีเอหนแรกในชีวิต บรอนนี่ลงสนาม 3 นาที ทำไป 1 รีบาวด์ ได้ชู้ตลูกโทษ 2 ครั้ง แต่ไม่ลง พยายามชู้ต 3 แต้ม 1 ครั้ง ไม่ลงเช่นกัน
การลงสนามเกมบาสเอ็นบีเอหนแรกในชีวิตของบรอนนี่ได้รับฟีดแบ็กที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก แฟนบาสบางคนพูดแรงว่า เขาเป็น “ของปลอม” ที่ได้ลงเล่นเพียงเพราะนามสกุลหรือเพราะพ่อของเขาเป็นใคร
ขณะที่สื่อใหญ่อย่าง ยูเอสเอ ทูเดย์ พยายามวิเคราะห์อย่างเป็นกลางว่า จากฟอร์มและสถิติของเขาในช่วงพรีซีซั่น บรอนนี่มีศักยภาพที่จะเป็นผู้เล่นเกมรับที่ใช้งานในลีกเอ็นบีเอได้ แต่ปัญหาใหญ่ของเขาตอนนี้คือการขาดประสบการณ์ เพราะมีเวลาเล่นในระดับมหาวิทยาลัยเพียงปีเดียวเท่านั้น
ไคล์ บูน ของซีบีเอส บอกว่า บรอนนี่มีแววในการเป็นผู้เล่นเกมรับ และมีไอคิวบาสที่ดี เล่นได้ฉลาด แต่มองว่าต้องให้เวลาเขาเก็บประสบการณ์ก่อน ไม่ใช่แค่ส่งลงเล่นเพื่อเอาใจ “คิงเจมส์” อย่างเดียว
ส่วน มาร์ก สเปียร์ส ของอีเอสพีเอ็น พูดในทำนองเดียวกันว่า บรอนนี่มีสายตาการอ่านเกมที่ดี สามารถพัฒนาไปเป็นผู้เล่นเกมรับของเอ็นบีเอได้ เพียงแต่เวลานี้เขายังไม่พร้อมสำหรับลีกระดับนี้
เรียกว่าการที่บรอนนี่ได้รับโอกาสดีเหนือผู้เล่นทั่วๆ ไป เป็นเพราะมีพ่อเป็นเลอบรอน เจมส์ หนึ่งในนักบาสที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์ของลีก แต่อุปสรรคในการพัฒนาของเขาก็อาจจะเป็นเพราะพ่อเช่นกัน
เวลานี้เลอบรอนมีอายุ 39 ปี จะอายุเต็ม 40 ปลายปีนี้ ตอนนี้เขาเล่นในลีกเอ็นบีเอเป็นฤดูกาลที่ 22 เทียบเท่าสถิติสูงสุดตลอดกาลของลีก โดยเขายังเหลือสัญญากับเลเกอร์ส 1 ปี พร้อมออปชั่นเล่นต่ออีก 1 ปีในฤดูกาล 2025-26
ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่ฟิตสมบูรณ์เท่าเก่า เลอบรอนอาจจะลงสนามได้ไม่สม่ำเสมอ แต่ด้วยฝีมือและศักยภาพของเขา เลเกอร์สยังจำเป็นต้องพึ่งพาคิงเจมส์หากต้องการประสบความสำเร็จ

การร่วมทีมของบรอนนี่อาจไม่ได้ช่วยเลเกอร์สในแง่ผลงานโดยตรง แต่มีผลทางอ้อมในแง่สภาพจิตใจของผู้พ่อ เพราะด้วยภาษากาย คำพูด และการแสดงออกหลายอย่างของเลอบรอนตั้งแต่ลูกชายมาร่วมทีมด้วยกัน ล้วนเต็มไปด้วยความยินดีและภาคภูมิใจ
ในภาคธุรกิจก็หยิบฉวยช่วงเวลาประวัติศาสตร์นี้มาต่อยอด เช่นก่อนเกมเปิดฤดูกาล ไนกี้ สปอนเซอร์ใหญ่ของเลอบรอนปล่อยคลิปโฆษณายอดคุณพ่อแกล้งลูกชายด้วยการเทขนมใส่รถสปอร์ตของบรอนนี่ก่อนเดินทางไปสนามเรียกรอยยิ้มจากแฟนๆ โดยโพสต์ทาง X ผ่านไป 3 ชั่วโมง มียอดวิวทะลุ 3 ล้านวิวแล้ว
หลังโมเมนต์ประวัติศาสตร์ เลอบรอนให้สัมภาษณ์อย่างภาคภูมิใจว่า จะไม่ลืมช่วงเวลานี้ไปชั่วชีวิต เพราะตัวเองเติบโตมาโดยไม่มีพ่อ การได้เป็นพ่อคน ได้มีช่วงเวลาแบบนี้กับลูกชาย เวลาที่ได้ทำอะไรด้วยกันคือหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของพ่อคนหนึ่ง
ขณะที่บรอนนี่บอกว่า น้อมรับเสียงวิจารณ์ต่างๆ และพร้อมจะใช้เป็นแรงผลักดันให้พัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น
หลังจากช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ผ่านพ้นไป ก็ถึงเวลาที่ต้องกลับสู่ความเป็นจริง นักวิเคราะห์เชื่อว่าบรอนนี่จะถูกส่งไปเล่นในลีกพัฒนาฝีมือ หรือจี-ลีก เป็นส่วนใหญ่ของฤดูกาล นานๆ ครั้งจึงอาจจะได้กลับไปเล่นในเอ็นบีเอ
แต่ด้วยอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของเลอบรอน ประกอบกับสภาพร่างกายที่นับวันจะร่วงโรย…
ก็น่าคิดว่าโมเมนต์ประวัติศาสตร์นี้จะพัฒนาไปสู่การหวังผลอย่างจริงๆ จังๆ หรือเพียงแค่การสานฝันของคุณพ่อคนหนึ่งเพียงเท่านั้น?

