เทนนิสไทยเปิดศักราชใหม่คึกคัก แรงบันดาลใจปั้นนักหวดระดับโลก
วงการเทนนิสไทยมีเรื่องดีๆ ตั้งแต่เปิดปีใหม่ ด้วยการที่คนไทยได้เชียร์นักหวดไทยลงแข่งขันในรายการแกรนด์สแลมแรกของปี “ออสเตรเลียน โอเพ่น” ทั้งในรอบคัดเลือก รอบเมนดรอว์ ซึ่งเราไม่ได้มีโอกาสแบบนี้กันมานานแล้ว
“บูม” กษิดิศ สำเร็จ นักเทนนิสหนุ่มไทย วัย 23 ปี เติมความหวังให้วงการเทนนิสไทยด้วยการคว้าไวลด์การ์ดไปแข่งขันรอบเมนดรอว์ ประเภทชายเดี่ยวได้สำเร็จ ซึ่งเป็นนักเทนนิสชายไทยคนแรกในรอบ 13 ปีที่ได้ไปแข่งขันรอบเมนดรอว์ของศึกแกรนด์สแลม ต่อจาก “ปิ๊ก” ดนัย อุดมโชค ที่ไปบู๊ออสซี่ โอเพ่น เมื่อปี 2012 หลังจากนั้นก็ไม่มีใครที่ทำได้อีกเลยตลอด 12 ปีทีผ่านมา
กษิดิศที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในแกรนด์สแลมมาก่อน ต้องมาเจอกับ ดานีล เมดเวเดฟ มือ 5 ของโลกจากรัสเซีย ที่เคยก้าวไปเป็นมือ 1 ของโลกมาแล้ว และเคยเข้าชิงออสเตรเลียน โอเพ่น มาถึง 3 ครั้ง ถึงแม้จะยังไม่เคยเป็นแชมป์รายการนี้ แต่กูรูต่างมองกันวา เมดเวเดฟจะเข้ารอบไปแบบไม่เหนื่อยมาก เพราะการเจอกับนักเทนนิสมือ 418 ของโลกจากไทย ไม่ใช่งานยากอะไร

แต่กลับผิดคาด เมื่อเจ้าบูมแพ้ไปแบบมีลุ้นชนะ ขึ้นนำ 2-1 เซต และเล่นอย่างมั่นใจ แต่ความต่างในเรื่องประสบการณ์ ประกอบกับนักหวดไทยไม่เคยเล่น 5 เซตมาก่อน ทำให้เมดเวเดฟแซงชนะไปได้ 3-2 เซต แบบที่นักวิเคราะห์หลายคนทึ่งกับการยืนสู้กับอดีตมือ 1 โลก ของกษิดิศอยู่ไม่น้อย
กษิดิศบอกว่า ดีใจกับผลงานของตัวเองในแมตช์นี้ถึงแม้จะไม่ชนะ แต่นับเป็นการพัฒนาศักยภาพของตัวเองขึ้นมามากๆ การได้มาเจอกับมือ 5 ของโลก รู้สึกเป็นเกียรติมากๆ ได้ทั้งประสบการณ์และความคิดหลายอย่างในการเล่น อยากจะกลับไปแข่งขันในออสเตรเลียน โอเพ่น ให้ได้อีกในอนาคต ครั้งนี้ทำเต็มที่ที่สุดแล้ว
เมดเวเดฟเองก็ออกมาชื่นชมคู่แข่งจากไทยว่ามีอนาคตที่สดใสแน่นอน แต่ก็ต้องพัฒนาตัวเอง รักษาผลงานให้ดีอย่างสม่ำเสมอ การเจอกันครั้งนี้บูมทำได้ดีกว่าที่ตัวเองเคยศึกษาการเล่นมา รู้สึกเซอร์ไพรส์กับการตีของกษิดิศอย่างมาก
“ซุปเปอร์บอล” ภราดร ศรีชาพันธ์ อดีตนักเทนนิสชื่อดังของไทย ออกมาเอ่ยชมนักหวดรุ่นน้องที่สู้กับเมดเวเดฟได้อย่างสนุก ว่า ก่อนการแข่งขันไม่มีใครคิดว่าเขาจะสู้กับมืออันดับ 5 ของโลก ได้ถึง 5 เซต แต่บูมทำได้ดีที่สุดแล้ว และเชื่อว่าจากการแข่งขันแมตช์นี้จะช่วยทำให้กษิดิศกลับมามั่นใจ และเชื่อมั่นในตัวเองว่าสามารถสู้กับมือระดับโลกได้

นอกจากกษิดิศแล้ว “ไหม” มนัญชญา สว่างแก้ว นักหวดหญิงที่ได้ไปลุยรอบคัดเลือก หญิงเดี่ยว ออสเตรเลียน โอเพ่น ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถกรุยทางเข้ารอบเมนดรอว์ได้ แต่ก็เป็นพลังบวกชั้นดี ที่ยืนยันว่าเทนนิสไทยกำลังเดินหน้ามาถูกทาง เพราะมีนักหวดที่ก้าวไปในเวทีระดับโลกได้มากขึ้น อายุยังน้อย ร่างกายยังสดอีกหลายคน
ถ้าย้อนไปเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว มนัญชญาก็สร้างความฮือฮาด้วยการผ่านเข้ารอบสอง ประเภทหญิงเดี่ยว เทนนิสดับเบิลยูทีเอ ระดับ 1000 รายการ “ไชน่า โอเพ่น” ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ซึ่งเป็นนักเทนนิสหญิงเดี่ยวคนแรกในรอบกว่า 10 ปี ที่เข้าคว้าชัยชนะในรายการระดับ 1000 มาได้ ต่อจาก “แทมมี่” แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ตำนานนักหวดเคยทำได้ ซึ่งถ้ามองให้ลึกลงไปว่า มนัญชญาแพ้ให้กับ อารีน่า ซาบาเลนก้า นักหวดเบลารุส ซึ่งเป็นมือ 2 ของโลกในวันนั้น และเป็นมือ 1 ของโลกในปัจจุบัน ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจอะไร แต่ประสบการณ์ที่หอบกลับมาได้ สำคัญกับการพัฒนาตัวเองของมนัญชญาในวัย 22 ปี มากๆ

ในออสเตรเลียน โอเพ่น ครั้งนี้ “เอิร์ธ” เพียงธาร ผลิพืช ยังได้เล่นรอบเมนดรอว์ หญิงคู่ ซึ่งจับคู่กับ เซา เชียะ อี้ จากไต้หวัน ลงแข่งขัน เป็นการกลับไปสัมผัสบรรยากาศแกรนด์สแลมอีกครั้ง ในรอบ 3 ปี หลังจากเมื่อปี 2022 ได้ไปลุยออสซี่ โอเพ่น และวิมเบิลดันมาแล้ว ในวัย 32 ปี ถือว่าการเล่นประเภทคู่ของเพียงธารก็ยังทำได้ดี และตอนนี้รั้งอันดับ 99 ของโลก ถ้ารักษาผลงานได้ดีสม่ำเสมอ อาจจะได้เห็นมือเก๋าไปลุยในแกรนด์สแลมอีก 3 รายการที่เหลืออีกก็ได้
ถัดมาในรายการแกรนด์สแลมระดับเยาวชน “ออสเตรเลียน โอเพ่น จูเนียร์” ซึ่งกำลังจะลงหวดกันในวันที่ 18 มกราคมนี้ นักเทนนิสเยาวชนไทยที่ได้ไปลุยรายการนี้ คือ “บัว” กมลวรรณ ยอดเพ็ชร นักหวดดาวรุ่งวัย 17 ปี ที่ปัจจุบันรั้งมือ 57 เยาวชนโลก จะไปลุยแกรนด์สแลมเยาวชนครั้งแรกในชีวิต เพื่อเก็บประสบการณ์ต่อยอดไปสู่การเป็นักเทนนิสอาชีพความหวังใหม่ของวงการเทนนิสไทยในวันข้างหน้า
ก่อนหน้านี้ “รวงข้าว” ลัลนา ธาราฤดี ที่เทิร์นโปรมาเล่นอาชีพแล้ว เคยเป็นนักเทนนิสเยาวชนที่ผ่านรายการแกรนด์สแลม จูเนียร์ มาทั้ง 4 รายการ และก้าวขึ้นมาเป็นอีกความหวังให้กับวงการเทนนิสไทย เพราะทำอันดับโลกเข้าไปเล่นรอบคัดเลือกในระดับอาชีพได้ทุกแกรนด์สแลมมาแล้ว เหลือแค่เพียงการขยับเข้าสู่รอบเมนดรอว์ให้ได้เท่านั้น ด้วยอายุเพียง 20 ปี ทำให้คาดกันว่า เราอาจจะได้เห็นนักเทนนิสสาวไทยคนนี้ เติบโตไปล่าแชมป์รายการใหญ่แบบเดียวกับที่ “แทมมี่” แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ตำนานนักหวดเคยทำมาแล้วก็ได้

นี่เป็นเพียงช่วงเริ่มต้นปี 2025 และเป็นเพียงแกรนด์สแลมแรกของปีเท่านั้น หลังจากนี้ยังมีเทนนิสรายการดัง และอีก 3 แกรนด์สแลมที่ยังมีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นนักหวดไทยไปสร้างชื่ออีก
การเปิดศักราชใหม่ด้วยผลงานของกษิดิศ เหมือนเป็นการปลุกความสนใจของคนไทยกับกีฬาเทนนิสได้เป็นอย่างดี ถึงแม้จะยังไม่ไปถึงรอบลึกๆ ในแกรนด์สแลม แบบที่ภราดรเคยทำได้ แต่ก็ทำให้มีคนหันมาติดตามผลงานและความเคลื่อนไหวของกษิดิศและนักเทนนิสคนอื่นๆ มากขึ้น
ที่สำคัญไปกว่านั้นยังสร้างแรงบันดาลใจให้น้องๆ หนูๆ ที่เพิ่งจับแร็คเก็ตอยากจะเดินตามรอยพี่บูมกันบ้าง เพราะเด็กในวัยเริ่มต้นเทนนิสทุกวันนี้ การจะพูดถึงภราดร, ดนัย หรือแทมมารีน อาจจะไกลตัวไปแล้ว การมีตัวอย่างที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน จะสร้างแรงกระตุ้นได้มากกว่าเรื่องเล่า
เมื่อมีวัตถุดิบชั้นดีแล้ว ส่วนสำคัญอีกอย่าง คือ การสนับสนุนจากภาครัฐและเอกชน ถ้ามีพลังเรื่องงบประมาณ และองค์ประกอบที่ควรต้องมี เทนนิสไทยจะคืนชีพในแผนที่โลกได้อีกครั้ง สมการรอคอยของหลายๆ คนที่อยากเชียร์นักหวดไทยในรายการใหญ่ๆ แบบที่เคยทำมาในวันที่เคยรุ่งเรือง
ในวันที่ทุกองค์ประกอบมารวมกันอย่างลงตัว เราก็จะได้เห็นความสำเร็จของนักเทนนิสอีกครั้ง ถึงแม้จะยังไม่ใช่เร็วๆ นี้ แต่ถือว่าหวังได้มากกว่าที่ผ่านมา

