ต่อสัญญาเจ้าภาพโมโตจีพี การลงทุนครั้งใหญ่ ที่สร้างกำไรเพื่อประเทศไทย หลายเท่าตัว
ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก หรือ “โมโตจีพี” มาตั้งแต่ปี 2560 โดยใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เป็นสังเวียนแข่งขัน และในปี 2569 สัญญาปัจจุบันที่เซ็นกับ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์เอาไว้ กำลังจะหมดลง
การเจรจาต่อสัญญาใหม่ในวงรอบปี 2570-2574 ถ้าไทยต้องการจะต่อไปนั้น ต้องทำล่วงหน้า 1 ปี ซึ่งก็ถึงเวลาแล้ว ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์จัดการแข่งขันได้ประกาศยืนยันการต่อสัญญากับประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว
สำหรับสัญญาใหม่มีมูลค่าประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งครอบคลุมสัญญา 5 ปี คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติกรอบวงเงินแล้ว แต่ยังไม่มีการอนุมัติในรายละเอียดโดยต้องนำเสนอต่อ ครม. อีกครั้ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานตามความเห็นของสำนักงบประมาณฯ
ถึงแม้ว่าค่าลิขสิทธิ์ 4,000 ล้านบาท จะเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่เมื่อพิจารณาถึงผลตอบแทนที่ประเทศไทยจะได้รับ ถือว่ายังเป็นบิ๊กอีเวนต์ที่คุมค่ากับการลงทุน

มองในเรื่องของรายได้การเป็นเจ้าภาพ 4 ปีที่ผ่านมาระหว่างปี 2561-2568 โมโตจีพีที่บุรีรัมย์เป็นกิจกรรมกีฬาระดับโลกเพียงกีฬาเดียวที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ได้ถึง 24,927 ล้านบาท เฉลี่ยปีละกว่า 4,000 ล้านบาท
ในเรื่องของค่าลิขสิทธิ์นั้น สำหรับสัญญาใหม่ที่มีมูลค่า 4,000 ล้านบาท การกีฬาแห่งประเทศไทย(กกท.) ที่มีหน้าที่โดยตรงในการเจรจากับดอร์น่าสปอร์ต ได้เจราจาต่อรองเรื่องค่าลิขสิทธิ์การแข่งขัน เพื่อให้ได้ในอัตราเท่าเดิม แต่เนื่องจากมีการแข่งขันในการเสนอตัวเป็นประเทศเจ้าภาพเพิ่มขึ้น ประกอบกับจากการจัดการแข่งขันที่ผ่านมา มีการแข่งขันในวันแข่งจริงเพียงวันเดียว แต่ในสัญญาใหม่ จะมีการแข่งขัน 2 วัน คือ วันที่แข่ง สปรินท์ เรซ (วันเสาร์) และวันที่แข่งจริง (วันอาทิตย์) เจ้าของลิขสิทธิ์จึงได้เพิ่มค่าลิขสิทธิ์กับทุกประเทศที่เป็นเจ้าภาพ จึงทำให้ค่าลิขสิทธิ์สูงขึ้นทุกประเทศ

อย่างไรก็ตามการเจรจาต่อรองของประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นราคาที่ค่อนข้างต่ำกว่าประเทศอื่น เนื่องจากเจ้าของลิขสิทธิ์เห็นว่า ประเทศไทย มีความพร้อมหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเดินทาง การขนส่ง สนามแข่งขันที่ได้มาตรฐานเกรดเอ ของสหพันธ์แข่งขันรถจักรยานยนต์นานาชาติ รวมถึงสาธารณูปโภคต่างๆ และที่สำคัญประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามทั่วประเทศ ที่ผู้ชมทั่วโลกอยากมาชมการแข่งขันและท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ นำมาซึ่งการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจของประเทศไทยมากยิ่งขึ้น
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. บอกว่า การที่ประเทศไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโมโตจีพี ในวงรอบใหม่ออกไปอีก 5 ปีนั้น ได้มีการประมาณการมูลค่าทางเศรษฐกิจตลอด 5 ปีเอาไว้กว่า 28,000 ล้านบาท เฉลี่ยปีละกว่า 5,000 ล้านบาท
ในแง่ของเศรษฐกิจชุมชน โรงแรมที่พัก ร้านค้า การจ้างงาน คึกคักอย่างมากทั้งก่อนและระหว่างการแข่งขัน โดยเฉพาะที่พัก ซึ่งมีแฟนมอเตอร์สปอร์ตเข้าพักแบบแน่นขนัด ทั้งในบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง

โมโตจีพี เป็นกีฬามอเตอร์สปอร์ตที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก มีผู้ติดตามการแข่งขันทั้งที่สนามแข่งและรับชมการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางต่างๆ กว่า 800 ล้านคน จาก 207 ประเทศ ในส่วนของประเทศไทย ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ถือเป็นสนามที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกให้ความสนใจอย่างมาก โดยมียอดผู้เข้าชมในสนามรวมทั้งหมดกว่า 1.23 ล้านคน ตลอดระยะเวลาที่จัดการแข่งขัน และมีการประเมินว่าความน่าสนใจจะยิ่งเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการที่ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” จะเป็นรายการแรกของฤดูกาลใหม่
ที่สำคัญบัตรแกรนด์สแตนด์ ที่ขายไปเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ขายหมดในเวลาเพียง 3.21 นาทีเท่านั้น แสดงให้เห็นถึงความนิยมของการแข่งขันรายการนี้อย่างมาก
การต่อสัญญาเป็นเจ้าภาพโมโตจีพีจึงไม่ใช่แค่การบอกให้โลกรู้ว่าประเทศไทยเป็นเจ้าภาพอีเวนต์ระดับโลกได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ รายได้ของคนในชุมชน และสร้างความสุข สีสัน ความมัน อย่างที่ได้เห็นกันมาแล้วตลอดหลายปีที่ผ่านมา

