หน้าแรก กีฬา Sport Scoops สกู๊ปพิเศษ : ...

สกู๊ปพิเศษ : 5 เรื่องเด่นแห่งกีฬาไทย รอบปีมะเส็ง พ.ศ.2568

30.12.25 | 12:30 น.

สกู๊ปพิเศษ : 5 เรื่องเด่นแห่งกีฬาไทย รอบปีมะเส็ง พ.ศ.2568

ตลอดรอบปี 2568 ที่ผ่านมาเกิดเรื่องราวสำคัญมากมายในวงการกีฬาไทย ซึ่งมีทั้งผลงานของนักกีฬาไทยที่สร้างสุขให้กับแฟนๆ กีฬาไทยทั้ประเทศ แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยเหตุการณ์ดราม่ามากมายเช่นกัน วันนี้ขอรวบรวม 5 เรื่องราวเด่นในวงการกีฬาไทยตลอดปี 2568

1.พระราชินีทรงคว้าเหรียญทองซีเกมส์
นับเป็นพระมหากรุณาธิของวงการกีฬาไทยไปตลอดการสำหรับการที่ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเข้าร่วมแข่งขันเรือใบ ประเภทเรือคีลโบ๊ท (SSL 47) ในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัด ระหว่างวันที่ 9-20 ธันวาคม 2568 โดยกีฬาเรือใบจัดการแข่งขันที่โอเชี่ยน มารีน่า ยอช์ท คลับ พัทยา จ.ชลบุรี

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงทำหน้าที่สำคัญบนเรือด้วยการเป็นนักกลยุทธ์ และเนวิเกเตอร์ อันเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญยิ่ง แล้วยังทรงช่วยบังคับหางเสือ เพื่อให้เรือแล่นไปยังทิศทางที่กำหนดได้อย่างรวดเร็ว โดยทรงสู้ศึกการแข่งขันอย่างเต็มกำลัง สลับกับช่วยสมาชิกทุกคนในทีมทำหน้าที่ตามสถานการณ์ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี จนนำมาสู่เหรียญทองได้สำเร็จ

ถือเป็นเกียรติประวัติอันสำคัญยิ่งและเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงสืบสานกีฬาเรือใบของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับชาติ และระดับนานาชาติ ซึ่งกีฬาเรือใบถือเป็นกีฬาระดับสากลที่ทรงส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจแก่นักกีฬาเรือใบรุ่นใหม่ โดยเฉพาะเยาวชนให้ได้ฝึกฝนทักษะ และพัฒนาต่อยอดการเล่นเรือใบสู่การแข่งขันในระดับสากลที่จะทำให้กีฬาเรือใบมีความเจริญก้าวหน้าต่อไป

Advertisement

2.ทัพไทยทวงเจ้าทองพร้อมๆ ดราม่า
ทัพนักกีฬาไทย ทวงเจ้าเหรียญทองซีเกมส์ สมัยที่ 14 ในรอบ 10 ปี ในการแข่งขันมหกรรมกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยทัพไทยคว้ารวม 233 เหรียญทอง 154 เหรียญเงิน 113 เหรียญทองแดง พร้อมทำลายสถิติการคว้าเหรียญทองมากที่สุดในซีเกมส์ของเวียดนาม ที่เคยทำไว้ 205 เหรียญทอง ในซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อปี 2022

ขณะเดียวกันเมื่อแยกลงไปในส่วนกีฬาสากลระดับ “โอลิมปิกสปอร์ต” ทัพไทยก็ทำผลงานได้ในเกณฑ์ดีมากเช่นกัน เช่น กรีฑา เด่นชัดเรื่องการทำลายสถิติ และ ยกน้ำหนัก ที่เป็นกีฬาความหวังโอลิมปิกก็ทำลายสถิติโลก ยังรวมถึง เทควันโด และ ว่ายน้ำ ทำได้ดีเช่นกันด้วย ซึ่งไม่ค่อยจะเกิดขึ้นในซีเกมส์ แต่ครั้งนี้ก็ได้เกิดปรากฏการณ์ที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม เหรียญย่อมมีสองด้าน และอีกด้านหนึ่งของซีเกมส์ครั้งนี้ก็คือ ความไม่พร้อมในการเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีกระแสดราม่ายิ่งถาโถมอย่างหนัก จนพิธีเปิดก็มีจุดผิดพลาดจนกลายเป็นเป้าโจมตี ระหว่างการแข่งขันก็ยังเจอปัญหาจิปาถะ รวมถึงความผิดพลาดด้านเทคนิค ทั้งธงชาติผิด ระบบการรายงานผล ระบบลงทะเบียนผู้ชมเข้าสนาม จนไปถึงพิธีปิดก็ยังไม่วายจะไม่ยอมปิดเอาเสียอีก

3.ฟุตบอลไทยไร้ซึ่งบัลลังก์แชมป์
ภาพรวมของวงการฟุตบอลไทยปี 2568 ที่ผ่านมา เปิดหัวด้วยรองแชมป์ถ้วยเอเอฟเอฟ และแพ้เพื่อนรักเพื่อนแค้น “ดาวทอง” เวียดนาม สกอร์รวม 2 นัด 3-5 แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะใครๆ ก็บอกว่า “ให้ก้าวข้ามอาเซียน” จากรองแชมป์อาเซียนก็มุ่งมั่นลุยต่อระดับเอเชียกับศึกเอเชี่ยนคัพ 2027 รอบคัดเลือก รอบสอง คัดแชมป์ 6 กลุ่ม บวกกับ 18 ทีมที่รออยู่ รวมเป็น 24 ทีม ไปเตะรอบสุดท้าย ที่ซาอุดีอาระเบีย ในปี 2027

แต่จากผลงานช่วงออกสตาร์ทที่ไม่ค่อยดี ทำให้เก้าอี้ มาซาทาดะ อิชิอิ ต้องกระเด็นแม้เกมสุดท้ายในการคุมทีมคือ บุกถล่ม ไต้หวัน 6-1 จนกลายเป็นเสียงวิจารณ์กับการเปลี่ยนม้ากลางศึก และสุดท้ายก็ได้ แฮนโธนี่ ฮัดสัน กุนซือชาวอังกฤษเข้ามากุมบังเหียน และนำทีมบุกอัด ศรีลังกา 4-0 และอยู่ในเส้นทางการตีตั๋วขึ้นรถไฟไปลุยศึกเอเชี่ยนคัพ 2027 รอบสุดท้าย ที่จะมีคิวเตะชี้ชะตานัดสุดท้ายกันในวันที่ 31 มีนาคม 2569

แต่วงการลูกหนังไทยยังร้อนแรงไม่เลิก เมื่อไม่สามารถคว้าเหรียญทองซีเกมส์ได้เลยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์จาก 4 อีเวนต์คือ ฟุตบอลชาย-หญิง และฟุตซอลชาย-หญิง ทั้งที่ประกาศเป้ากวาด 4 เหรียญทอง และคาดหวังมากกับการทวงแชมป์ฟุตบอลชายที่เป็นเหรียญทองแห่งศักดิ์ศรี แต่การเตรียมทีมขลุกขลัก เพราะไม่ใช่ฟีฟ่าเดย์ และมีแรงกระเพื่อมจากผู้บริหาร จนท้ายที่สุดแล้วก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครอยากจำ!

4.ไทยจัดศึกลูกยางโลกสุดประทับใจ
วงการวอลเลย์บอลไทยทำภารกิจครั้งใหญ่ กับการที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม-7 กันยายน 2568 ครอบคลุม 4 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, นครราชสีมา และภูเก็ต ภายใต้งบประมาณจัดการแข่งขันกว่า 1,124 ล้านบาท โดยใช้งบจากหลายแหล่ง เพราะงบจากภาครัฐอย่างเดียวคงไม่พอ ทำให้ สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ต้องเร่งหางบในการจัดศึกชิงแชมป์โลกครั้งนี้ให้ผ่านพ้นไปได้อย่างน่าประทับใจแฟนๆ

การต่อสู้ยาวนานกว่า 3 สัปดาห์ท้ายที่สุดแล้ว อิตาลี คว้าแชมป์โลกสมัย 2 โดยเฉือน ตุรกี 3-2 เซต ส่วนเหรียญทองแดง บราซิล ชนะ ญี่ปุ่น 3-2 เซต ส่วน ทีมสาวไทย ก็สร้างความสุขให้แฟนชาวไทยตลอดทัวร์นาเมนต์ โดยรอบแบ่งกลุ่ม ไทยอยู่ในกลุ่มเอ ทำผลงานชนะ อียิปต์ 3-1 เซต, ชนะ สวีเดน 3-0 เซต และแพ้ เนเธอร์แลนด์ 2-3 เซต พร้อมผ่านเข้ารอบ 16 ทีมได้ตามเป้าหมาย แต่ต้องโคจรเจอกับคู่ปรับสำคัญอย่าง ญี่ปุ่น ซึ่งสาวไทยสู้เต็มที่แล้ว แต่สุดต้านความแข็งแกร่งของญี่ปุ่นได้ พ่ายไป 0-3 เซต ตกรอบนี้ และจบอันดับ 13 ของการแข่งขัน

5.รอยร้าวเลือกตั้งปธ.โอลิมปิคไทย
การเลือกตั้ง ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ แทนที่ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่หมดวาระไป มีขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ซึ่งตอนแรกมีแคนดิเดต 3 คนคือ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย และ สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ ส่วนอีกคนคือ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ และไอโอซี เมมเบอร์ ชาวไทย ประกาศขอสละสิทธิแม้จะมีเสียงสนับสนุนก็ตาม ทำให้เหลือคู่ชิงเพียงแค่ 2 คนเท่านั้น!

นโยบายหลัก ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ คือการทำงานเชิงรุกช่วยเหลือสมาคมกีฬาต่างๆ รวมถึงเรื่องการเพิ่มเบี้ยเลี้ยงนักกีฬา และเพิ่มเงินรางวัลซีเกมส์ ขณะที่นโยบายของสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม คือการจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือสมาคมกีฬาที่เบื้องต้นได้กำหนดไว้ที่ 100 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาเบี้ยเลี้ยงเก็บตัวออกช้า ให้สมาคมกีฬาสามารถนำเงินไปจ่ายให้กับนักกีฬา ก่อนที่จะเบิกจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กลับคืนสู่กองทุนต่อไป

แทบไม่น่าเชื่อว่าบรรยากาศการเลือกตั้งประธานโอลิมปิคไทยครั้งนี้ค่อนข้างเดือดแบบไม่เคยเห็นมาก่อนในวงการกีฬาไทย และได้เห็นความแตกแยกครั้งสำคัญที่ยากจะประสานรอยร้าว จนในที่สุด ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ได้รับเสียงโหวตให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ คนใหม่ ในวาระปี 2568-2572 ซึ่งนับเป็นคนที่ 8 และเป็นพลเรือนคนแรกในรอบกว่า 77 ปี ซึ่งหลังจากนี้ก็คงต้องจับตานโยบายของ ผศ.พิมล ว่าจะสามารถผลักดันให้ประสบความสำเร็จได้หรือไม่?