สกู๊ปพิเศษ : 5 ประเด็นเด่นกีฬาโลกปี 2025
ก่อนจะไปกันต่อกับอีเวนต์กีฬาน่าสนใจในปี 2026 เราขอถือโอกาสนี้ส่งท้ายควันหลงปี 2025 ด้วยการเก็บตกไฮไลต์ข่าวสำคัญๆ ในวงการกีฬาโลกมารีวิวกัน ณ ที่นี้
จีโน่ ไร้เทียมทาน – รอรี่ บรรลุเป้า
วงการกอล์ฟโลกทั้งหญิงและชายมีโปรกอล์ฟที่สร้างผลงานโดดเด่นจนยึดพื้นที่สื่ออยู่ 2-3 คน ซึ่งฝั่งแอลพีจีเอทัวร์นั้นไม่ใช่ใครอื่นไกล เป็น “โปรจีโน่” อาฒยา ฐิติกุล โปรสาวชาวไทยวัย 22 ปีนี่เอง
โปรจีโน่สานต่อความสำเร็จจากปลายปี 2024 ที่คว้าแชมป์รายการส่งท้ายปี ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการคว้าแชมป์ 3 รายการ มากที่สุดในทัวร์ของปี 2025
ไฮไลต์สำคัญเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี ทั้งการกลับขึ้นไปเป็นมือ 1 โลกอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม และครองบัลลังก์เหนียวแน่นจนถึงปัจจุบัน
ในจำนวน 3 แชมป์ของโปรจีโน่เมื่อปีที่แล้ว คือการป้องกันแชมป์ซีเอ็มอี กรุ๊ป ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ พร้อมรับเงินรางวัลก้อนโต 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (124 ล้านบาท) ทำให้โปรจีโน่ทุบสถิติเงินรางวัลสะสมสูงสุดในรอบปีที่ตัวเองทำไว้เมื่อปีที่แล้ว ด้วยยอดรวม 7,578,330 ดอลลาร์สหรัฐ (242.5 ล้านบาท)
เท่านั้นไม่พอ โปรสาววัย 22 ปี ยังคว้า 2 รางวัลใหญ่ส่งท้ายปีของแอลพีจีเอทัวร์ คือรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมแห่งปี และรางวัล “แวร์ โทรฟี่” สำหรับนักกอล์ฟที่ทำสกอร์เฉลี่ยต่อรอบต่ำสุดในรอบปี โดยตัวเลข 68.68 ที่โปรจีโน่ทำได้นั้น เป็นสถิติดีที่สุดในประวัติศาสตร์ทัวร์ ทำลายสถิติเดิมที่ตำนานสะวิง อันนิก้า ซอเรนสตัม เคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2002 ลงได้

ข้างฝั่งนักกอล์ฟชาย ไฮไลต์สำคัญนอกเหนือจากการคว้าแชมป์เมเจอร์ 2 รายการของ สก็อตตี้ เชฟเฟลอร์ โปรอเมริกัน ที่ยังครองมือ 1 โลกอย่างเหนียวแน่นแล้ว ต้องยกให้ รอรี่ แม็คอิลรอย มือ 2 โลกชาวไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งกลายเป็นโปรกอล์ฟคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์เมเจอร์ได้ครบทั้ง 4 รายการ หลังจากคว้าแชมป์ เดอะ มาสเตอร์ส เมเจอร์เดียวที่เขายังทำไม่สำเร็จได้ในการแข่งขันเมื่อเดือนเมษายน
นอกจากนี้ ในเดือนกันยายน รอรี่ยังเป็นกำลังสำคัญพาทีมยุโรปบุกคว้าแชมป์ ไรเดอร์คัพ ถึงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลจากกองเชียร์เจ้าถิ่นได้อีกด้วย
การขับเคี่ยวของคู่ปรับ ซินคาราซ
ในช่วงที่ “บิ๊ก 4” หรือ “บิ๊ก 3+1″ ทยอยอำลาวงการ เหลือเพียง โนวัก โยโควิช ในช่วงปลายอาชีพของตัวเอง วงการสักหลาดโลกก็เข้าสู่ยุคสมัยของ “ซินคาราซ” ซึ่งเป็นชื่อเรียกการเป็นคู่ปรับกันระหว่าง ยานนิก ซินเนอร์ ยอดนักหวดชาวอิตาเลียน และ คาร์ลอส อัลคาราซ จากสเปน
เช่นเดียวกับปี 2024 เมื่อปีที่แล้ว ซินเนอร์และอัลคาราซต่างก็แบ่งแชมป์แกรนด์สแลมกันไปคนละ 2 รายการ ในจำนวนนี้เป็นการเจอกันเองในรอบชิงชนะเลิศ 3 รายการ (ยกเว้นศึก ออสเตรเลียน โอเพ่น ที่อัลคาราซพ่ายให้โนเล่เสียก่อนจะถึงรอบชิง
หากนับผลงานโดยรวมของปี 2025 อัลคาราซคว้าแชมป์ 8 รายการ ซินเนอร์คว้าแชมป์ 6 รายการ ทั้งคู่เจอกัน 6 ครั้ง อัลคาราซชนะ 4 ครั้ง ซินเนอร์ชนะ 2 ครั้ง โดยเป็นอัลคาราซที่แย่งมือ 1 โลกกลับไปได้สำเร็จ แต่ซินเนอร์ก็ปิดท้ายฤดูกาลด้วยการคว้าแชมป์ใหญ่อย่าง เอทีพี ไฟนัลส์ ไปครอง
การขับเคี่ยวของคู่ปรับซินคาราซนั้นกลายเป็นการผูกขาดความสำเร็จของวงการเทนนิสชายชนิดที่ใครก็ยากจะต่อกร ยืนยันได้จากคะแนนสะสมที่ซินเนอร์ตามอัลคาราซเพียง 550 คะแนน ขณะที่ระยะห่างระหว่างซินเนอร์กับ อเล็กซานเดอร์ ซเวเรฟ มือ 3 โลก อยู่ที่ 6,340 คะแนน ส่วนระยะห่างระหว่างซเวเรฟกับมือ 50 โลก ไรลี่ โอเปลก้า อยู่ที่ 4,134 คะแนน

ปีที่หลากหลายอารมณ์ของลิเวอร์พูล
อาร์เน่อ ชล็อต กุนซือชาวดัตช์ สร้างปรากฏการณ์พา ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 2 และแชมป์ลีกสูงสุด 20 สมัย เทียบเท่าสถิติสูงสุดที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำไว้ เพียงแค่ฤดูกาลแรกที่เข้าไปรับช่วงตำแหน่งผู้จัดการทีมจาก เยอร์เก้น คล็อปป์
แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับสโมสร เมื่อ ดิโอโก้ โชต้า แนวรุกชาวโปรตุกีส ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตพร้อมกับน้องชาย อันเดร ซิลวา
เหตุเกิดที่ประเทศสเปน ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2025 เนื่องด้วยโชต้าที่เพิ่งผ่าตัดเล็กรักษาอาการเกี่ยวกับปอด แพทย์แนะนำว่าควรเลี่ยงการเดินทางโดยเครื่องบิน เขาจึงวางแผนนั่งเรือเฟอร์รี่จากเมืองซานตานเดร์ ประเทศสเปน กลับอังกฤษเพื่อเข้าแคมป์กับสโมสร
ระหว่างขับรถด้วยความเร็วสูง รถของโชต้าเกิดอุบัติเหตุยางระเบิดขณะแซงรถอีกคัน ทำให้รถไถลชนข้างทางไฟลุกท่วม ทำให้ทั้งคู่เสียชีวิตในทันที กลายเป็นข่าวช็อกวงการลูกหนังโลก
เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ หงส์แดงก็มามีปัญหาเรื่องฟอร์มการเล่นและผลงานในสนาม โดยปิดครึ่งฤดูกาลแรก 18 นัด ในอันดับ 4 ของตาราง มีแต้มตามหลังจ่าฝูง อาร์เซน่อล 10 คะแนน ขณะเดียวกันก็เกิดดราม่าระหว่างชล็อตกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จนทำให้อนาคตของแข้งชาวอียิปต์ไม่แน่นอน

เมื่อ เปแอสเช-เดมเบเล่ ถึงฝั่งฝัน
ในยุคหนึ่ง ปารีส แซงต์แชร์แมง เคยทุ่มงบประมาณดึงนักเตะซุปเปอร์สตาร์แถวหน้าของโลกไปร่วมทีมเพื่อหวังความสำเร็จในบอลถ้วยใหญ่อย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่ไม่ว่าจะเป็น ลิโอเนล เมสซี่, เนย์มาร์ หรือ คีเลียง เอ็มบัปเป้ ก็ไม่อาจช่วยให้เปแอสเชไปถึงฝั่งฝันได้
พอเอ็มบัปเป้ย้ายไป รีล มาดริด แบบจบไม่สวยกับปารีส สโมสรก็หันมาเน้นนักเตะจากอคาเดมีมากขึ้น ขณะที่ หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือชาวสเปน ปรับจูนกับ อุสมาน เดมเบเล่ เพื่อใช้ประโยชน์จากเขาให้มากขึ้น โดยให้อิสระในการเล่น และกระตุ้นให้เดมเบเล่พยายามทำประตูให้มากขึ้น จากเดิมที่มีสถิติแอสซิสต์ดีอยู่แล้ว
รวมแล้วทั้งฤดูกาล 2024-25 แนวรุกวัย 28 ปี ทำไป 35 ประตู กับ 16 แอสซิสต์ มีส่วนร่วมกับประตูมากที่สุดในลีกยุโรป
จากนักเตะที่เคยโดนสบประมาทว่ามีของแต่ใช้ไม่ถูกจุด เดมเบเล่พิสูจน์ตัวเองด้วยการเป็นกำลังสำคัญช่วยให้เปแอสเชกวาดแชมป์ทั้งยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ลีกเอิง, เฟร้นช์คัพ และโทรฟี่ ออฟ แชมเปี้ยน โดยที่ตัวเขาก็ได้รางวัลส่วนบุคคลอย่างรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมจากทั้งเวทีบัลลงดอร์ และสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ไปครองอย่างยิ่งใหญ่

โคเวนทรี ประธานไอโอซีหญิงคนแรก
ปี 2025 มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในองค์กรกีฬาโลก กับการเลือกตั้งประธาน คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) คนใหม่ หลัง โธมัส บาค หมดวาระและตัดสินใจไม่ชิงตำแหน่งต่อก่อนหน้าการเลือกตั้งในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในวันที่ 20 มีนาคม
ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นจากผู้ท้าชิงตำแหน่ง 7 คน สุดท้ายเป็น เคิร์สตี้ โคเวนทรี รัฐมนตรีกีฬาประเทศซิมบับเว วัย 41 ปี ดีกรีอดีตนักว่ายน้ำทีมชาติซิมบับเว เจ้าของ 2 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง จากโอลิมปิกเกมส์ ที่ได้รับเลือกตั้ง โดยว่ากันว่าเธอได้รับแรงสนับสนุนจากบาคในการเลือกตั้งหนนี้ และได้รับคะแนนเสียงเกินครึ่ง (49 จาก 97 เสียง) ตั้งแต่การโหวตรอบแรก
โคเวนทรีสร้างประวัติศาสตร์เป็นประธานไอโอซีหญิงคนแรก เป็นประธานจากทวีปแอฟริกาคนแรก และยังเป็นประธานไอโอซีที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์อีกด้วย
ในการเข้ารับตำแหน่ง โคเวนทรีก็เดินหน้านโยบายปกป้องนักกีฬาหญิง โดยผลักดันการหาข้อสรุปทางวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง หลังมีดราม่าเรื่องนักกีฬาข้ามเพศ หรือนักกีฬาที่มีสองเพศเข้าร่วมแข่งขันกีฬาประเภทหญิง จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความได้เปรียบเสียเปรียบกันขึ้นในทันที


