หน้าแรก กีฬา Sport Scoops เปิดโปง &#821...

เปิดโปง ‘มาเฟียตะกร้อโลก’ จับทีมชาติไทยตัวประกัน เกมชิงอำนาจปธ.สหพันธ์

28.05.26 | 10:38 น.
ขอบคุณรูปจาก สนามตะกร้อ - Sanamtakraw

เปิดโปง ‘มาเฟียตะกร้อโลก’ จับทีมชาติไทยตัวประกัน เกมชิงอำนาจปธ.สหพันธ์

กลายเป็นดราม่าร้อนฉ่าที่สุดของวงการกีฬาเมืองไทยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากตะกร้อ ทีมชุดชาย ของไทย ขอยอมแพ้ให้กับคู่ปรับตลอดกาล “เสือเหลือง” มาเลเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกชิงแชมป์โลก 2026 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

บางคนบอกว่านี่คือ “การวอล์กเอาต์” แต่ข้อเท็จจริงนี่คือ การยอมแพ้เพราะไม่พอใจการตัดสินของ โมฮัมเหม็ด ราดี เช เม ผู้ตัดสินสิงคโปร์ ที่ไม่เป็นกลาง ชี้ขาดหลายจังหวะให้ “เจ้าภาพ” มาเลซีย ได้เปรียบ และทีมชาติไทยก็ขึ้นรับเหรียญรางวัลในฐานะรองแชมป์โลก

ประเด็นถกเถียงเกิดคำถามขึ้นมากมายเกี่ยวพันกับกติกาการแข่งขันทั้งจังหวะเหยียบเส้นแบ่งแดนก่อนขึ้นฟาดทำแต้ม รวมถึงจังหวะโอเวอร์เน็ต เหล่านี้ทีมตะกร้อไทยโดนผู้ตัดสินรังแกจนหมดความอดทนแม้ว่าจะประท้วงแล้วประท้วงอีก เลยตัดสินใจไม่แข่งขันต่อ

ในแง่ของกติกาการแข่งขัน ใครผิดใครถูกไปกางกฎการแข่งขันพิจารณากันเองก็รู้ว่า ผู้ตัดสินทำหน้าที่ผิดพลาดหรือไม่ ? อย่างไร ?

แต่ประเด็นที่แหลมคมกว่า เรื่องของมาตรฐานการตัดสินอยู่ที่ รอยร้าวระหว่าง สมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย VS สหพันธ์ตะกร้อโลก เป็นเรื่องใหญ่กว่า นับวันยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น ประเทศไทย วงการตะกร้อเมืองไทยกำลังโดน “มาเฟียตะกร้อโลก” รังแกกันเป็นขบวนการด้วยการจับทีมตะกร้อไทย “เป็นตัวประกัน”

Advertisement

ประเด็นนี้แน่นอนว่า จะมีอาฟเตอร์ช็อกตามมาหลังจากนี้ และเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันแบบห้ามกระพริบตาเลยทีเดียว…

ความแตกแยกของวงการตะกร้อไทยอุบัติขึ้นหลังจากการสิ้นลมหายใจของ “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ อดีตนายกสมาคมกีฬาตะกร้อฯ ผู้ล่วงลับ

หนึ่งในคำสั่งเสียคือ การให้ “บิ๊กต้อม” ธนา ไชยประสิทธิ์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาตะกร้อฯ ท่ามกลางการแย่งชิงตำแหน่งของอีกขั้วหนึ่ง ซึ่งฝ่ายผู้อกหักพ่ายแพ้การเลือกตั้งเริ่มปฏิบัติการวางยาตะกร้อไทยตั้งแต่การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

ความล้มเหลวซีเกมส์ในบ้านเป็นจุดเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อ ธนา ไชยประสิทธิ์ ตัดสินใจสังคยานาวงการตะกร้อไทยใหม่ด้วยการลาออก แล้วจัดเลือกตั้งใหม่ ซึ่งสโมสรสมาชิกก็ยังคงไว้วางใจเลือก “บิ๊กต้อม” กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง

คราวนี้ “บิ๊กต้อม” ล้างไพ่ ไม่มีชื่อขาใหญ่ “มาเฟียตะกร้อโลก” ร่วมทีมคณะกรรมการบริหารชุดปัจจุบันอยู่

สงครามการเอาคืนตะกร้ออุบัติขึ้นอีกรอบในศึกชิงแชมป์โลก 2026 ว่ากันว่า “มาเฟียตะกร้อโลก” เจรจาต่อรองเพื่อขอกลับมามีชื่อร่วมทีมคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ของสมาคมกีฬาตะกร้อฯ เพราะในการเลือกตั้ง “ประธานสหพันธ์ตะกร้อโลก” ระเบียบระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้ชิงตำแหน่งต้องมีตำแหน่งในสมาคมกีฬาตะกร้อฯ ชาติสมาชิกของสหพันธ์ตะกร้อโลกเท่านั้น

แน่นอนว่า ประธานสหพันธ์ตะกร้อโลก เป็นการชิงกันระหว่าง “ไทย VS มาเลเซีย” ซึ่งเป็นเจ้ากีฬาตะกร้อของโลกมาตลอด

“มาเฟียตะกร้อโลก” ผู้นี้ไม่สมหวังในการกลับเข้ามามีชื่อในคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาตะกร้อฯ และกำลังจะไม่มีสิทธิ์ลงชิงตำแหน่งประธานสหพันธ์ตะกร้อโลกฯ จึงเลือกใช้วิธีกดดันทุกวีถีทางเพื่อทำให้ข้อเรียกร้องของตัวเองเป็นผลเพื่อไปสู่เป้าหมายโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อประเทศชาติ ผลกระทบต่อวงการตะกร้อไทย

ฝั่งของ “บิ๊กต้อม” แข็งแกร่งพอที่จะไม่ทำตามข้อเรียกร้องของ “มาเฟียตะกร้อโลก” โดยต้องการที่จะผลักดันให้ สีหศักดิ์ อารีราชการัณย์ บุตรชาย “บิ๊กจา” ชิงตำแหน่งประธานสหพันธ์ตะกร้อโลก กับ ดาโต๊ะ โมฮาหมัด ซูมาลี เรดวน นายกสมาคมกีฬาตะกร้อมาเลเซีย นั่นคือโร้ดแมปที่วางกันไว้เพื่อแก้ไขปัญหาความบาดหมางกับ “มาเฟียตะกร้อโลก” ในระยะยาว โดยจะผลัก “มาเฟียตะกร้อโลก” กลับไปอยู่ในบทบาทที่ควรอยู่ นั่นคือ ผู้สนับสนุนกีฬาตะกร้อเท่านั้น

ขณะเดียวกัน “มาเฟียตะกร้อโลก” ที่ไปสั่งผู้ตัดสินให้ “เล่นงาน” ทีมตะกร้อไทยก็ร่วมมือกับมาเลเซีย เพื่อไปให้สุดทางคือ การเดินไปถึงจุดที่สหพันธ์ตะกร้อโลกประกาศบทลงโทษแบนประเทศไทยจากวงการตะกร้อโลก เป็นการสั่งสอนและสกัดทีมตะกร้อไทยในศึกเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น เดือนกันยายน 2569

“มาเฟียตะกร้อโลก” ขยายอาณาจักรแบบ “กินรวบ” วงการตะกร้อโลกด้วยการ “ล็อกสเปค” โดยใช้ระเบียบสหพันธ์ตะกร้อโลกระบุว่า การแข่งขันทุกรายการที่สหพันธ์ตะกร้อโลกจะให้การรับรองจะต้องใช้ “ลูกตะกร้อ” และ “พื้นสนามแข่งขัน” ที่ผลิตโดยผิตภัณฑ์เจ้าดังจากเมืองไทยเท่านั้น ยี่ห้ออื่นอย่าได้อาจหาญกล้าเข้าไปแย่งการตลาด ที่สำคัญ “ผูกขาด” การกินรวบวงการตะกร้อมาหลายทศวรรษ

ไม่เพียงแต่นอกประเทศ แม้กระทั่งในประเทศการแข่งขันอย่างกีฬาเยาวชนแห่งชาติ, กีฬาแห่งชาติ แม้กระทั่งกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ก็ระบุสเปคเพื่้อเอื้อให้กับผลิตภัณฑ์เจ้าดังกล่าวเท่านั้น

การทำลายล้างกันเองของ “คนไทย” 2 ปรากฏการณ์ต่อเนื่องจากซีเกมส์ มาถึงชิงแชมป์โลก 2026 สร้างความบอบช้ำให้วงการตะกร้อไทยอย่างหนัก และถ้า “มาเฟียตะกร้อโลก” ยังไม่หยุดที่จะอยู่เบื้องหลังการทำลายวงการตะกร้อไทย จะมีปรากฏการณ์ให้เห็นอีกคำรบในเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20 ที่ประเทศญี่ปุ่น

หรือเลวร้ายสุดๆ นั่นคือ “มาเฟียตะกร้อโลก” หาเหตุผลมาทำลายตะกร้อไทยด้วยการลงดาบแบนตะกร้อไทยไม่ให้เข้าร่วมเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 20

คำถามดังๆ ไปถึง “มาเฟียตะกร้อโลก” ผู้นั้น เลือกที่จะทำลายศักดิ์ศรีคนไทย เลือกที่จะทำลายเกียรติยศวงการตะกร้อไทยเพียงเพื่อให้เข้าสู่อำนาจ พร้อมที่จะเหยียบย่ำคนไทยด้วยกันเองอย่างนั้นหรือ ?

การสกัดทุกวีถีทางเพื่อไม่ให้ตะกร้อไทยไปถึงจุดหมาย โดยอาศัยว่าเป็นผู้ชี้เป็นชี้ตายสั่งให้ผู้ตัดสินทำหน้าที่ “บูดเบี้ยว” โดยไม่คำนึงถึงความเป็นสากล ทั้งหมดทั้งหลายทั้งปวงล้วนแต่เป็นการกระทำที่ “โง่เขลา” เพราะนั่นคือ การทำลายตัวเอง ประจานตัวเองออกสู่สังคมโลก

แล้วทั้งหมดทั้งหลายที่ทำกันมา ผลักดันกันมาเพื่อให้ “กีฬาตะกร้อ” ได้รับการบรรจุแข่งขันในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อน มันก็สูญเปล่า มิใช่หรือ ?

“มาเฟียตะกร้อโลก” ที่ปากบอกว่า รักกีฬาตะกร้อ กลับห่วงผลประโยชน์ของตัวเองมากกว่าศักดิ์ศรีกีฬาตะกร้อบนเวทีโลก…