เฟิร์ส โปร สวิม ซีรีส์ 2026 จุดประกายอนาคตว่ายน้ำไทย เปิดเวทีเยาวชนประชันฝีมือรุ่นพี่ทีมชาติ
วงการว่ายน้ำไทยกำลังเดินหน้าอีกก้าว กับการเกิดขึ้นของการแข่งขันว่ายน้ำรายการน้องใหม่อย่าง “เฟิร์ส โปร สวิม ซีรีส์ 2026 presented by Speedo” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 หลังได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากนักกีฬาว่ายน้ำทั้งในระดับเยาวชนและรุ่นทั่วไป สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการเวทีแข่งขันที่มีมาตรฐานและเปิดโอกาสให้นักกีฬาทุกระดับได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง
การแข่งขันรายการนี้จัดขึ้นโดย “โค้ชเนย” ชวิศา ทวีทรัพย์สุนทร อดีตนักว่ายน้ำทีมชาติไทย และนักกีฬาโอลิมปิก 2 สมัย ในปี 2004 และ 2008 ซึ่งนำประสบการณ์จากการเป็นนักกีฬาระดับสูงมาต่อยอดสู่การสร้างเวทีการแข่งขันสำหรับนักว่ายน้ำรุ่นใหม่
ชวิศา เปิดเผยว่า การจัดการแข่งขันครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดนนทบุรี ได้รับความสนใจจากนักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนเป็นจำนวนมาก โดยมีผู้สมัครเข้าร่วมการแข่งขันเกือบ 800 คน จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญให้การจัดงานในปีที่ 2 ต้องพัฒนาให้มีขนาดใหญ่และมีมาตรฐานมากกว่าเดิม
“ครั้งที่แล้วเราจัดที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นครั้งแรก ก็มีนักว่ายน้ำเยาวชนให้ความสนใจมาสมัครแข่งขันเกือบ 800 คน ทำให้ปีนี้เป็นปีที่สอง เราจึงทำให้ใหญ่กว่าเดิม โดยได้รับการสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ในเรื่องสถานที่ และที่สำคัญคือเรายกระดับการจัดการแข่งขันให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ทั้งแสง สี เสียง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักกีฬา”

หัวใจสำคัญของ เฟิร์ส โปร สวิม ซีรีส์ ไม่ได้อยู่เพียงแค่การแข่งขันเพื่อหาผู้ชนะ แต่คือการสร้าง “สนามแข่งขัน” ให้กับเด็กและเยาวชนที่ต้องการพัฒนาตัวเอง โดยเปิดโอกาสให้นักกีฬาจากหลากหลายระดับสามารถเข้ามาสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันที่มีมาตรฐาน
แม้ประเทศไทยจะมีการแข่งขันรายการใหญ่และมีมาตรฐานอย่างศึกชิงแชมป์ประเทศไทย แต่ด้วยเงื่อนไขและข้อจำกัดเรื่องการทำเวลาควอลิฟาย ทำให้นักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนจำนวนไม่น้อยอาจยังไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับดังกล่าว
จุดนี้เองจึงกลายเป็นช่องว่างที่เฟิร์ส โปร สวิม ซีรีส์ ต้องการเข้ามาเติมเต็ม ด้วยแนวคิดที่ต้องการให้เด็กทุกคนมีโอกาสลงแข่งขัน ได้สัมผัสบรรยากาศของการแข่งขันที่เป็นระบบ และเรียนรู้ว่าการก้าวไปสู่การเป็นนักกีฬาระดับสูงต้องผ่านประสบการณ์เหล่านี้อย่างไร
“ถ้านับรายการมาตรฐานในไทยก็จะมีแมตช์ชิงแชมป์ประเทศไทย แต่ก็อาจจะไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะได้ไปแข่งขัน เพราะมีข้อจำกัดเรื่องเวลาควอลิฟาย แต่เฟิร์ส โปร สวิม ซีรีส์ ต้องการเปิดโอกาสให้เยาวชนทุกคนได้ลงแข่งขันในรูปแบบการแข่งขันที่ได้มาตรฐานเช่นกัน”

อีกหนึ่งความพิเศษของรายการ คือการเปิดพื้นที่ให้นักกีฬารุ่นน้องได้ ประลองฝีมือกับรุ่นพี่ทีมชาติไทย ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กๆ แต่ยังเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้นักกีฬารุ่นเยาวชนได้เห็นระดับความเร็ว เทคนิค และมาตรฐานที่พวกเขาต้องพัฒนาไปให้ถึงในอนาคต
เพราะสำหรับเด็กคนหนึ่ง การได้ลงแข่งในสระเดียวกับนักกีฬาทีมชาติ อาจเป็นมากกว่าการแข่งขันหนึ่งรายการ แต่อาจเป็นภาพจำที่ทำให้เขาเห็นเป้าหมายของตัวเองชัดเจนขึ้นว่า “วันหนึ่งฉันก็อยากไปถึงจุดนั้น”
ชวิศามองว่า การพัฒนาวงการว่ายน้ำไทยไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากคนใดคนหนึ่ง แต่ต้องอาศัยทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยกันสร้างระบบการแข่งขันและพัฒนานักกีฬา ตั้งแต่ระดับรากฐานขึ้นมา

“เราเปรียบเสมือนหนึ่งในฟันเฟืองของวงการว่ายน้ำที่ต้องการให้ดีขึ้น เราต้องการพัฒนาและเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ประลองฝีมือกับรุ่นพี่ทีมชาติ และต้องการยกระดับการแข่งขันว่ายน้ำในประเทศไทย”
จากอดีตนักกีฬาทีมชาติและผู้ผ่านประสบการณ์โอลิมปิก สู่บทบาทของผู้สร้างเวทีให้กับคนรุ่นใหม่ โค้ชเนยจึงไม่ได้มอง เฟิร์ส โปร สวิม ซีรีส์ เป็นเพียงการแข่งขันว่ายน้ำอีกหนึ่งรายการ หากแต่ต้องการให้เวทีแห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเยาวชนไทย
เพราะกว่าจะมีนักว่ายน้ำทีมชาติหรือไปถึงเวทีโอลิมปิกในอนาคต นักกีฬาทุกคนต้องเริ่มต้นจากการแข่งขัน การลงสระครั้งแรก การแพ้ครั้งแรก การทำลายสถิติของตัวเอง และการได้เรียนรู้จากนักกีฬาที่เก่งกว่า
และหากเฟิร์ส โปร สวิม ซีรีส์ สามารถทำหน้าที่เป็นหนึ่งในสนามเหล่านั้นได้อย่างต่อเนื่อง ก็อาจไม่ได้เป็นเพียงรายการแข่งขันของวันนี้ แต่กำลังทำหน้าที่สร้างนักว่ายน้ำของวันพรุ่งนี้ให้กับประเทศไทยอีกด้วย

