หมัดไทยเมินปัญหาขัดแย้ง ‘ไอบ้า-ไอโอซี’ เน้นส่งแข่ง-เก็บตัวตปท.เสริมกระดูกลุ้นตั๋วอลป.

หลังจากที่คณะกรรมการโอลิมปิกสากล(ไอโอซี) ยังมีความข้องใจในความโปร่งใสของสหพันธ์มวยสากลนานาชาติ(ไอบ้า) ในด้านการตัดสินและการบริหารงาน และส่งผลต่อความไม่แน่นอนของวงการมวยสากลสมัครเล่นโลก และมวยสากลสมัครเล่นในกีฬาโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในอีก 2 ปีข่างหน้านั้น

นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานฝ่ายเทคนิค สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า เรื่องนี้มีคนถามกันมามากว่าจะกระทบกับทีมมวยของไทยในโอลิมปิกหรือไม่ อยากบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องขององค์กรโลกที่ต้องบริหารจัดการเพื่อประโยชน์ของกีฬามวยสากล ดังนั้นสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยมีหน้าที่เตรียมนักกีฬาให้ดีที่สุด ไม่ว่าไอโอซีจะมีปัญหากับไอบ้าแล้วให้องค์กรอื่นมาจัดแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในโตเกียว 2020 ก็คงไม่มีผลอะไรกับไทย อาจจะเป็นผลดีมากกว่าเพราะที่ผ่านมาถึงแม้ว่าไอบ้าจะยืนยันว่าได้มีการแก้ปัญหาผู้ตัดสินไม่โปร่งใสไปบ้างแล้วตั้งแต่เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย แต่หลายชาติรวมทั้งตัวเองยังรู้สึกว่าปัญหายังคงมีอยู่ ส่วนในยูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ที่ไอโอซีลงมาดูแลอย่างใกล้ชิดกลับไม่มีปัญหาเรื่องผู้ตัดสินเลย ทำให้ความเชื่อมั่นในตัวผู้ตัดสินไอบ้ายังไม่ดีนักในสายตาคนมวยทั่วโลก

ด้านการเตรียมทีมนักชกไทยไปคัดเลือกโควต้าโอลิมปิกเกมส์ 2020 นั้น นายสมชายกล่าวว่า การคัดเลือกจะต้องเริ่มจากการได้แชมป์หรือรองแชมป์ หรือบางรุ่นก็รวมถึงอันดับ 3 ในศึกชิงแชมป์เอเชีย 2019 ก่อน เพื่อจะได้โควต้าไปแข่งขันชิงแชมป์โลก 2019 ที่เมืองโซชิ ประเทศรัสเซีย และอันดับ 1-2 หรือ 3 ในแต่ละรุ่นจะได้โควต้าไปโอลิมปิกเกมส์ ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นเรื่องปกติของโอลิมปิกที่ไม่เคยง่าย แต่จากประสบการณ์ที่เคยมีมาแล้ว มั่นใจว่านักชกไทยจะได้โควต้าไปแน่นอน แต่จะได้กี่คนคงตอบไม่ได้ เพราะต้องดูปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ในช่วงเตรียมทีมและแข่งขันด้วย ที่สำคัญจะต้องพยายามเอาเหรียญรางวัลกลับมาให้ได้ หลังจากโอลิมปิกที่ประเทศบราซิล พลาดเหรียญครั้งแรกในรอบหลายสิบปีมาแล้ว

“ตอนนี้ก็ยังเก็บตัวกันอย่างต่อเนื่อง และจะต้องให้ออกไปต่อยไปเก็บตัวในต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ เพราะถึงแม้ว่านักชกไทยจะมีฝีมือ แต่ถ้าเทียบกับอุซเบกิสถานและคาซีคสถาน สองชาตินี้มีนักมวยที่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีกว่า ไม่ต้องรอให้โค้ชสั่งก็พลิกเกมได้ด้วยตัวเอง สิ่งเหล่านี้มาจากการที่พวกเขาได้ออกไปแข่งขันต่างประเทศบ่อย ได้ประสบการณ์จากการต่อยรายการใหญ่ๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งไทยต้องทำแบบนี้บ้าง” ประธานฝ่ายเทคนิคหมัดไทยกล่าว

สำหรับการประเมินผลงานของโค้ชชาวคิวบาอย่างจูเลี่ยน เซเดโย่ หัวหน้าสต๊าฟโค้ชทีมมวยชาย พร้อมด้วยฮวน ฟอนตาเนียล หัวหน้าโค้ชทีมกำปั้นหญิง คณะกรรมการบริหารได้มีการคุยกันบ้างแล้ว โดยเฉพาะในรายของเซเดโย่ที่เซ็นกันปีต่อปี ส่วนตัวมองว่าทำหน้าที่ได้ดี มีระเบียบวินัยที่เข้มมาก เป็นมืออาชีพ แต่จะต่อสัญญาหรือไม่นั้น คงต้องให้คณะกรรมการบริหารเป็นผู้ตัดสินใจ 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปัดศึกสายเลือด 2 อา-หลานครอบครัวพรพฤฒิพันธ์ ปมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์
บทความถัดไปความสุขมาเต็ม ‘บี มาติกา’ ถูก ‘กรกฤช’ ทายาทนักธุรกิจใหญ่ ทำเซอร์ไพรส์ขอแต่ง (มีคลิป)