‘เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี’ กับภารกิจใหญ่เพื่อเป้าหมายโอลิมปิกเกมส์ 2020

การแข่งขันแบดมินตัน “ปริ้นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ 2019” เมื่อต้นเดือนมกราคม ซึ่งเป็นรายการเปิดศักราชของวงการแบดมินตันประจำปี 2562 ต้องถือว่านักกีฬาไทยในฐานะเจ้าถิ่น เปิดตัวกันได้ดี เพราะผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้ถึง 3 ประเภทด้วยกัน แม้ว่าจะได้มาเพียงแชมป์เดียวจากหญิงคู่ของ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย กับ “เอิร์ธ” พุธิตา สุภจิรกุล แต่ก็เป็นกำลังใจที่ดี

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่วันที่ 29 เมษายนนี้เป็นต้นไป จนครบ 1 ปี คือช่วงเวลาสำคัญของนักตบลูกขนไก่ทั้งโลก เพราะจะเข้าสู่ช่วงของการเก็บคะแนนเพื่อไปเล่นในรอบสุดท้าย “โอลิมปิกเกมส์ 2020” ที่กรุงโตเกียว ปีหน้า

“ปอป้อ-เอิร์ธ” นับเป็นแชมป์แรกของหญิงคู่จาก “เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี” หลังกลับมาจับคู่กันได้เพียง 3 รายการเท่านั้น

ซึ่งการกลับมาเล่น 2 ประเภทครั้งนี้ ทรัพย์สิรี บอกว่า สภาพร่างกายตอนนี้ค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว กับการเตรียมเก็บคะแนนไปโอลิมปิกเกมส์ในปีนี้ ก็จะต้องเน้นเตรียมร่างกาย ทั้งเล่นเวทและเน้นพละกำลังมากกว่า เพราะเชื่อว่าเรื่องของแบดมินตันนั้นพอจะมีประสบการณ์อยู่แล้ว

“จุดแข็งจุดอ่อนเชื่อว่าอยู่ที่ในแต่ละวันมากกว่า ว่าจะเล่นเป็นอย่างไร กดดันแค่ไหน” ปอป้อกล่าว

การกลับมาเล่นหญิงคู่ร่วมกับพุธิตาอีกครั้งนั้น สิ่งที่เห็นเลยคือการเล่นที่เฉียบคมมากขึ้น และทรัพย์สิรีเองไม่ได้เป็นตัวหลักให้กับคู่นี้ เพราะทั้งสองคนสามารถช่วยเหลือกันและชดเชยสิ่งที่บกพร่องได้มากยิ่งขึ้น

พุธิตา เผยว่า การกลับมาคู่กันครั้งนี้ อะไรที่เคยเป็นข้อบกพร่องมันก็ถูกแก้ไขลดลงไปโดยทีมงาน ส่วนจุดเด่นของแต่ละคนมันก็ได้เพิ่มขึ้นมา ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่ได้เล่นด้วยกันก็ตาม แต่ต่างคนก็ยังเล่นในแต่ละประเภทอยู่ ยังคงฝึกซ้อมกันอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเลยทำให้กลับมามันจูนกันได้ไวด้วย

อย่างไรก็ตามสำหรับตัวปอป้อแม้จะสมหวังในประเภทหญิงคู่ แต่ทว่าในคู่ผสมที่จับคู่กับ “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์ กลับพลาดให้กับแชมป์เก่าอย่าง ชาง เป็งซุน กับ โก๊ะ หลิวยิง จากมาเลเซีย และเป็นการพลาดแชมป์ครั้งที่ 2 ของปอป้อ และครั้งที่ 3 เข้าไปแล้วสำหรับบาส

ปอป้อ บอกว่า รู้สึกผิดหวังกับประเภทคู่ผสม เพราะว่าคู่ต่อสู้เองยังไม่ได้หนักถึงขั้นซูเปอร์ซีรีส์ แต่กลับไม่สามารถคว้าแชมป์ได้ ซึ่งเป็นรายการที่อยากได้แชมป์มากๆ เนื่องจากเป็นการชิงถ้วยประทานของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์และได้เล่นต่อหน้าแฟนๆในประเทศไทยด้วย ทว่ายังทำไม่ได้สักที แม้จะพลาดแชมป์ไป แต่เดชาพลเองยังมองในแง่ดีว่า การได้แค่รองแชมป์ก็ยังถือว่าเป็นการออกสตาร์ทปีที่ดี ซึ่งยังมีโอกาสที่จะพัฒนาได้มากกว่านี้ เพราะปีนี้มีความสำคัญคือการควอลิฟายไปโอลิมปิกเกมส์ด้วย

อย่างไรก็ดี สัปดาห์ถัดมาในทัวร์ใหญ่ระดับซุปเปอร์ 500 รายการ “เปโรดัว มาเลเซีย มาสเตอร์ส 2019” ที่ประเทศมาเลเซีย ทั้งบาสและปอป้อก็ได้ลงสนามในวันสุดท้ายเหมือนเดิม แม้จะพลาดแชมป์ไปอีกก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ดีทีเดียวในรายการใหญ่ระดับนี้

ด้าน “โค้ชโอม” เทศนา พันธ์วิศวาส หัวหน้าผู้ฝึกสอน “เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี่” กล่าวว่า การจบรายการแรกเข้าชิงชนะเลิศได้ก็ดีใจ แต่ถ้าหากมองในเนื้อหา คู่ต่อสู้ที่เหนือกว่ายังไม่ได้มาร่วมแข่งขันด้วย และมันยังเป็นแค่รายการระดับ 300 เท่านั้น ต้องไปดูที่ระดับ 500, 750 หรือ 1,000 อย่างไรก็ตามนับเป็นการอุ่นเครื่องที่ดีหลังจากเตรียมตัวมา 1-2 เดือน

“สภาพร่างกายถือว่าโอเคมาก เพราะว่าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาไม่ได้หยุดซ้อม ดังนั้นทุกคนจะต้องพร้อมทั้งหมด” โค้ชโอมกล่าว

แต่ถึงแม้จะออกสตาร์ตได้ดี แต่โค้ชโอม ก็ยังมองว่า เราซ้อม คู่แข่งก็ซ้อมเหมือนกัน อยู่ที่ว่าแต่ละคนจะสามารถแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในเกมได้มากแค่ไหน

ขณะที่ ณปภัช ประไพตระกูล ผู้จัดการ “เอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมี” กล่าวว่า ผลงานของนักแบดมินตันที่เป็นเป้าหมายในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ใน 3 รายการแรกของปีไม่ว่าจะเป็นคู่ผสม “เดชาพล-ทรัพย์สิรี” ที่ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ 2 รายการ หรือหญิงคู่ “ทรัพย์สิรี-พุธิตา” ที่คว้าแชมป์ได้ 1 รายการ ถือว่าเป็นไปตามแผน

“ในส่วนของคู่ผสม ทั้งบาสและปอป้อที่ต้องลงเล่นชายคู่(บาส-กิตตินุพงษ์ เกตุเรน)และหญิงคู่(ปอป้อ-เอิร์ธ) สามารถผ่านเข้าชิงชนะเลิศได้สองรายการติด ขณะที่รายการที่สาม ระดับซุปเปอร์ 500 ที่อินโดนีเซีย ตกรอบสองด้วยการแพ้คู่จีนอย่างสูสี ก็ต้องมีการปรับแก้ข้อบกพร่อง ส่วนเรื่องเตรียมร่างกายก็ต้องแข็งแกร่งกว่านี้ส่วนหญิงคู่ ต้องมีการปรับและเพิ่มเติมอีกหลายอย่างเช่นเดียวกับชายคู่ 3 เดือนก่อนเก็บคะแนนโอลิมปิก ซึ่งต้องเตรียมความพร้อมหลังจากนี้” ผู้จัดการเอสซีจี แบดมินตัน อคาเดมีกล่าว

เส้นทางนี้ไม่สั้นและไม่ยาวจนเกินไปนัก เป้าหมายของทุกคนคือ “การเอาชนะคู่ต่อสู้” ให้มากที่สุด แต่สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดคือ “การเอาชนะใจตัวเอง”

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon