บรรจุเจ็ตสกีในซีเกมส์ที่ไทยแน่นอน มั่นใจมีแน่ 4 ทอง
การประชุมสหพันธ์มนตรีกีฬาซีเกมส์ ที่สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา มีนายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ พล.อ.ประวิทย์ วงศ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เข้าร่วมร่วมการยืนยันความพร้อมของประเทศไทย ในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 7-19 ธันวาคม ปีหน้า 2568 ที่กรุงเทพมหานคร, ชลบุรี และสงขลา ซึ่งในส่วนของสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมฯ พร้อมด้วย นางจิราพร กาญจนพิทักษ์ รองเลขาธิการ และเหรัญญิกสมาคมฯ ได้เข้าร่วมในการประชุมใหญ่ครั้งนี้ด้วย
สำหรับวาระสำคัญในการประชุมมนตรีซีเกมส์ นอกจากการนับถอยหลังสู่การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ 2025 อย่างเป็นทางการของคณะกรรมการจัดการแข่งขันแล้ว ที่ประชุมยังได้แจ้งให้สมาชิกทุกชาติทราบว่า กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทย จะจัดการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 50 ชนิดกีฬา ชิง 567 เหรียญทอง โดยกีฬาเจ็ตสกี ได้รับการบรรจุให้เป็นหนึ่งชนิดกีฬาในหมวดหมู่กีฬาเอ็กซ์ตรีม ติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 ต่อจาก ซีเกมส์ 2023 ที่กัมพูชา โดยจะมีการชิงเหรียญทองทั้งหมด 6 รุ่น ประกอบด้วย ENDURANCE OPEN, RUNABOUT STOCK, RUNABOUT 1100 STOCK, SKI GP, SKI 1500 STOCK และ RUNABOUT LIMITED
พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวว่า ดีใจกับนักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติไทย ที่จะได้มีเวทีพัฒนาฝีมือตัวเองในระดับชาติอย่างต่อเนื่อง เพราะอย่างน้อยกีฬาซีเกมส์ก็จัดกัน 2 ปีครั้ง ซึ่งการได้รับการบรรจุให้แข่งขันซีเกมส์เป็นหนที่ 2 ติดต่อกันในคราวนี้ เป็นการยืนยันได้ว่าต่อไปนี้กีฬาซีเกมส์ทุกครั้ง เจ็ตสกี ก็น่าจะได้เป็นชนิดกีฬาที่จะมีการชิงเหรียญทองอย่างยั่งยืน ไม่ต้องมาลุ้นกันอีกต่อไป
นายกสมาคมกีฬาเจ็ตสกีฯ กล่าวอีกว่า ความหวังของนักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติไทยในซีเกมส์ 2025 ตั้งเป้าเอาไว้ว่าอย่างน้อย เราต้องได้ไม่ต่ำกว่า 4 เหรียญทอง ตามมาตรฐานที่เคยทำไว้ในซีเกมส์หนก่อนที่กัมพูชา โดยจะใช้ชายหาดจอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นสนามที่สวยงามระดับโลก เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน ส่วนนักกีฬาที่จะเป็นตัวแทนทีมชาติไทย จะพยายามเน้นนักกีฬาดาวรุ่งสายเลือดใหม่ ซึ่งหลายคนฝีมือดีจนก้าวไปถึงระดับแชมป์โลกแล้ว โดยจะพิจารณาคัดเลือกตัวจากศึกเจ็ตสกีโปรทัวร์ และ รายการ “ดับเบิลยู จีพี วัน วอเตอร์เจ็ต ซีรีส์” ในปีหน้า รุ่นละ 2 คน เริ่มเข้าแคมป์เก็บตัวตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป

