สมเกียรติ ได้สตาร์ตแถว 5 ไทยจีพี บาสเตียนินี่ ผงาดแชมป์สปรินท์เรซ

26.10.24 | 15:48 น.

สมเกียรติ ได้สตาร์ตแถว 5 ไทยจีพี บาสเตียนินี่ ผงาดแชมป์สปรินท์เรซ

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามที่ 18 รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2024” ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม เป็นการแข่งขันในรอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับกริดสตาร์ตในรอบชิงชนะเลิศ

โดยในรุ่นโมโตทู ที่มีนักบิดไทยอย่าง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดหมายเลข 35 จากอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีมเอเชีย ลงบิดในโฮมเรซของตัวเอง ในรอบควอลิฟาย 1 ที่ต้องจบ 4 อันดับแรกเพื่อเข้าสู่รอบควอลิฟาย 2 ก่อนจะเร่งเครื่องในรอบสุดท้ายจบอันดับ 1 ด้วยเวลา 1 นาที 35.017 วินาที ผ่านเข้าสู่รอบควอลิฟาย 2 ได้สำเร็จ

จากนั้นในรอบควอลิฟาย 2 สมเกียรติ ที่ยังมีอากาบาดเจ็บที่ขาขวาอยู่ พยายามเร่งเครื่องแต่ก็ยังทำได้ไม่ดีพอ จบอันดับ 13 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 35.189 ได้ออกสตาร์ตจากแถวที่ 5 ในรอบชิงชนะเลิศ ส่วนโพลโพซิชั่นได้แก่ ไอ โอกูระ อดีตทีมเมทของสมเกียรติ จากทีมเอ็มที เฮลเม็ทส์ ทำเวลาต่อรอบ 1 นาที 34.728 วินาที มีลุ้นปิดฉากคว้าแชมป์โลกโมโตทู หากคว้าแชมป์สนามนี้ได้

ด้านโมโตทรี ที่มีอีกหนึ่งนักบิดไทยอย่าง “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี นักบิดดาวรุ่งชาวไทยหมายเลข 5 จากฮอนด้า ทีมเอเชีย ทำเวลาต่อรอบ 1 นาที 42.547 วินาที เป็นอันดับที่ 25 ได้ออกสตาร์ตจากแถวสุดท้ายของรอบชิงชนะเลิศ

Advertisement

ด้านการแข่งขันในรุ่นใหญ่อย่างโมโตจีพี ในรอบควอลิฟาย ปรากฏว่า “เป็กโก้” ฟรานเชสโก้ บันยาย่า นักบิดแชมป์โลกจากดูคาติ เลโนโว่ทีม ทำเวลาดีที่สุด 1 นาที 28.700 วินาที คว้าโพลโพสิชั่นไปครอง ตามด้วยทีมเมทอย่าง เอเนีย บาสเตียนินี่ ได้อันดับ 2 ตามหลังผู้นำ 0.232 วินาที โดยมีฆอร์เก้ มาร์ติน นักบิดสแปนิชจากพริม่า พรามัค เรซซิ่ง แชมป์เก่าสนามแห่งนี้เมื่อปีที่แล้ว ตามมาเป็นอันดับ 3 ด้วยเวลา 1 นาที 29.130 วินาที ขณะที่ขวัญใจชาวไทยอย่าง มาร์ก มาร์เกซ จากทีมเกรซินี่ เรซซิ่ง โมโตจีพี ได้สตาร์ตจากกริดที่ 5 ทำเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.386 วินาที

จากนั้นในช่วงบ่ายเป็นการแข่งขันในรอบสปรินท์เรซ ดวลความเร็ว 13 รอบ ผลปรากฏว่า เอเนีย บาสเตียนินี่ จากดูคาติ เลโนโว่ทีม ซิ่งเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 เก็บเพิ่มอีก 12 คะแนนในตารางแชมเปี้ยนชิพ รั้งอันดับ 4 ส่วนทางด้านผู้นำอย่าง ฆอร์เก้ มาร์ติน จากพริม่า พรามัค เรซซิ่ง เข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 2 เก็บเพิ่มเป็น 433 คะแนน ห่างจาก “เป็กโก้” ฟรานเชสโก้ บันยาย่า จากดูคาติ เลโนโว่ทีม ที่เข้ามาเป็นอันดับ 3 ไป 22 คะแนนแล้ว