คุณหญิงปัทมา เสียสละรักษาภาพกีฬาไทย ประกาศไม่รับเก้าอี้ ปธ.โอลิมปิคไทย 

21.03.25 | 13:45 น.

คุณหญิงปัทมา เสียสละรักษาภาพกีฬาไทย ประกาศไม่รับเก้าอี้ ปธ.โอลิมปิคไทย 

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซีเมมเบอร์) และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยระหว่างเดินทางไปร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่ไอโอซี ครั้งที่ 144 ที่ประเทศกรีซ ว่า ต้องขอแสดงความยินดีกับ เคิร์สตี้ โคเวนทรี อดีตนักว่ายน้ำหญิงซิมบับเว ที่เคยแข่งขันโอลิมปิกมา 5 สมัย ในวัย 42 ปี เพื่อนสนิทไอโอซีเมมเบอร์ ซึ่งได้รับความไว้วางใจ ถูกเลือกให้เป็นประธานไอโอซีคนใหม่ ในการประชุมครั้งนี้ โดยโคเวนทรี ผู้บริหารรุ่นใหม่ นับเป็นประธานไอโอซีคนที่ 10 และเป็นผู้หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้ทำหน้าที่นี้

ขณะเดียวกัน ไอโอซีเมมเบอร์หลายท่านที่มาร่วมประชุมยังได้ให้ความสนใจการเลือกตั้งของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯอีกด้วย เพราะในช่วงนี้ชาติสมาชิกไอโอซีทั้ง 206 ประเทศทั่วโลก จะทยอยจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ หลังจบโอลิมปิก ภายในเวลา 1 ปี

โดยไอโอซีเมมเบอร์หลายท่านมีข้อเสนอที่น่าสนใจว่า จริงๆ แล้ว การเลือกตั้งโอลิมปิคไทยควรมีขั้นตอนและวิธีการเหมือนกับการเลือกตั้งประธานไอโอซี ที่กำหนดให้ผู้สมัครมีการยื่นใบสมัครเข้ามาอย่างเป็นทางการก่อน และกำหนดวันในการแสดงวิสัยทัศน์อย่างชัดเจน เพื่อให้สมาชิกได้รับฟังแนวทางการทำงาน ก่อนการตัดสินใจเลือก ซึ่งตรงนี้ก็ได้น้อมรับไว้ และจะนำไปหารือกับคณะกรรมการบริหารโอลิมปิคไทยชุดใหม่ต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อทราบว่า คุณหญิงปัทมาได้เคยบอกไว้ว่าพร้อมที่จะรับตำแหน่งประธานโอลิมปิคไทย หากมีผู้เสนอชื่อในวันเลือกตั้ง วันที่ 25 มีนาคม 2568 ไอโอซีก็พร้อมที่จะส่งทีมงานมาสังเกตการณ์ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรม เหมือนปี 2544 ที่มีผู้แข่งขัน 2 ท่าน ไอโอซีก็มีส่งผู้แทนมานั่งสังเกตการณ์

Advertisement

พร้อมกันนี้ ยังมีการสอบถามมาด้วยว่า การเลือกตั้งของไทยครั้งนี้มีเรื่องของการเมืองหรือรัฐบาลเข้ามาชี้นำ หรือแทรกแซงหรือไม่ เรื่องนี้ คุณหญิงปัทมาได้ตอบปฏิเสธไปในทันทีว่า ไม่มีเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะมีหลายประเทศ หลังเลือกตั้งที่ไอโอซีไม่รับรอง การเลือกตั้งทำให้เสียเวลามาก เรื่องนี้ประเทศไทยมีแต่เรื่องของกีฬาเท่านั้น ซึ่งในขณะนี้ประเทศไทยกำลังมุ่งมั่น ประสานความร่วมมือกันในหลายๆ ฝ่าย ในการเสนอตัวเพื่อจัดกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ในปี 2030 ให้ได้ โดยใช้ทุนน้อยมาก เมื่อเทียบกับโอลิมปิกใหญ่ และตอนนี้ มีประเทศแถบเอเชียหลายประเทศจะเสนอแข่งด้วย ที่สำคัญประเทศไทยยังต้องมีรายการแข่งขันกีฬาระดับโลกอีกหลายประเภท

คณะหญิงปัทมากล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าจะมีการแข่งขันกันสูง และต่างก็มีทีมงานเป็นของตนเอง ในฐานะที่ทำหน้าที่เป็นไอโอซีเมมเบอร์อยู่ด้วย เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบและรอบด้านแล้ว จึงตัดสินใจที่จะเสียสละไม่ขอรับตำแหน่งประธานโอลิมปิคไทย แม้จะมีผู้เสนอชื่อ ในวันเลือกตั้งก็ตาม ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีเสียงสนับสนุน และทีมงานพร้อมอยู่แล้ว

“แต่ที่ตัดสินใจเช่นนี้ เพราะต้องการให้ทางไอโอซีคลายกังวลว่า มีคนของไอโอซีร่วมเป็นแคนดิเดต และก็มีหลายประเทศ ที่ไอโอซี และเอ็นโอซี เป็นคนเดียวกันเพื่อนทำงานได้คล่องตัวขึ้น ปัทมาต้องการรักษาบรรยากาศที่ดี สร้างความสามัคคีในวงการกีฬาเอาไว้ให้เหมือนเดิม ทั้งก่อนแข่งและหลังแข่ง เพราะทุกคนก็ต่างเป็นเพื่อนพี่น้องกันหมด เคยทำงานร่วมกันมา และต้องทำงานร่วมกันต่อไปในอนาคต ซึ่งต้องขอโทษผู้ที่สนับสนุนปัทมาไว้ในโอกาสนี้ด้วย และคิดว่าการแข่งขัน 2 ทีมก็มากพอแล้ว”

คุณหญิงปัทมากล่าวในตอนท้ายว่า สำหรับผู้เสนอตัวทั้ง 2 ท่านคือ นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ และ ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดฯ ถือว่าต่างก็มีคุณสมบัติที่เหมาะสม ที่จะเข้ามาช่วยกันพัฒนากีฬาของประเทศ ส่วนปัทมา แม้จะไม่ขอรับตำแหน่งประธาน แต่เมื่อเสร็จสื้นกระบวนการเลือกตั้ง ในฐานะไอโอซี มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะช่วยประสานงานด้านกีฬาทั้งในและต่างประเทศเพื่อประโยชน์ของกีฬาไทยอย่างต่อเนื่องต่อไป