เพาะกายไทย เตรียมความพร้อมเจ้าภาพจัดศึกอาเซียน ควบชิงแชมมป์เอเชีย
สมาคมกีฬาเพาะกายแห่งประเทศไทย เตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดเพาะกายเซาท์อีสเอเชีย (ชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ระหว่างวันที่ 18-25 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรม อเล็กซานเดอร์ ฉลองครบรอบ 72 ปีของสมาคม
นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล นายกสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมสามัญประจำปี 2568 เมือวันที่ 27 เมษายน 2568 ที่โรงแรมอเล็กซานเดอร์ โดยวาระสำคัญอยู่ที่การคัดทีมชาติเพื่อเตรียมเข้าร่วมแข่งขันรายการใหญ่ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ เพาะกายเซาท์อีสเอเชีย (ชิงแชมป์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) และเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-25 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมอเล็กซานเดอร์ และการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันเพาะกายและฟิตเนสชิงแชมป์โลก ระหว่างวันที่ 11-17 พฤศจิกายน 2568 ที่เมืองบาตัม ประเทศอินโดนีเซีย ฉลองครบรอบ 72 ปีของสมาคม
นอกจากนี้ โปรแกรมในประเทศของสมาคมนั้นในปี 2568 มีทั้งหมด 4 รายการ ที่จะเป็นรายการโรดทู มิสเตอร์ไทยแลนด์ 2026 ประกอบด้วย เดือนกรกฎาคม กรุงเก่าคลาสสิค ที่ จ.อยุธยา, อีสานคลาสสิค วันที่ 27-28 กันยายน 2568 ที่ เซ็นทรัล ขอนแก่น, หนุ่มกายงามสาวกล้ามสวย เดือนธันวาคม 2568 ที่เซ็นทรัล บางนา และไทยแลนด์ โอเพ่น มาสเตอร์เกมส์ เดือนมกราคม 2569 ที่กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นรายการที่จะคัดแชมป์ไปแข่งขัน มิสเตอร์ ไทยแลนด์ 2026
นายศุกรีย์ สุภาวรีกุล เปิดเผยว่า สำหรับปีนี้เราเป็นเจ้าภาพใหญ่จัดการแข่งขัน 2 รายการใหญ่ เพาะกายเซาท์อีสเอเชีย และเพาะกายชิงแชมป์เอเชีย ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-25 สิงหาคม 2568 ที่โรงแรมอเล็กซานเดอร์ ซึ่งทางสมาคมได้เรียกนักกีฬาที่ได้ที่ 1 จากมิสเตอร์ไทยแลนด์ 2025 ทุกรุ่น และนักกีฬาที่เป็นแชมป์จากปี 2567 มาคัดเลือก รวมถึงมีการเรียกนักกีฬาเพิ่มเติมอีก เพื่อคัดเลือกนักกีฬาเก็บตัวทั้งหมด 50 คน
รวมทั้งนักกีฬาที่ได้อันดับ 1 จากรายการชิงแชมป์เอเชีย ก็จะได้รับสิทธิ์ไปทำการแข่งขันเพาะกายชิงแชมป์โลก ระหว่างวันที่ 11-17 พฤศจิกายน 2568 ที่เมืองบาตัม ประเทศอินโดนีเชีย ต่อไป ซึ่งปีนี้รายการที่ทางสมาคมของเราส่งแข่งขันจะมีการลดจำนวนนักกึฬาน้อยลงจากปีก่อน และจำนวนนักกีฬาที่ส่งไปแข่งขันที่ต่างประเทศ จะส่งน้อยลงเช่นกัน เนื่องจากงบประมาณที่ได้รับจำกัด จึงทำให้ต้องตัดเหลือแค่รายการหลักรวมถึง การลดจำนวนนักกีฬาลง
นอกจากนี้ สมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญเรื่องสารต้องห้ามมาก โดยได้ร่วมมือกับโด้ปปิ้ง เพื่อให้ความรู้เรืองของสารกระตุ้นกับ ตัวแทนทีมชาติไทย รวมถึงนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันของสมาคมกีฬาเพาะกายและฟิตเนสแห่งประเทศไทย เพื่อให้ทำตามอย่างเคร่งครัดอีกด้วย


